สาวออฟฟิศอ้างตกงานรับจ้างเงินพันเปิดบัญชีม้าให้มิจฉาชีพ 4 เดือนเงินหมุนเวียนกว่า 5 ล.

5.11.22 | 14:11 น.

เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. เปิดเผยว่า ตามนโยบาย พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. สั่งการ พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. ให้เร่งปราบปรามกลุ่มองค์กรอาชญากรรมทางเทคโนโลยีทุกรูปแบบ อันส่งผลกระทบและสร้างความเดือดร้อนแก่พี่น้องประชาชน ทาง พ.ต.อ.วิชิต ถิรขจรวงศ์ ผกก.สส.1 บก.สส.บช.น. พ.ต.ต.อำนวย เงินนา สว.กก.สส.1 บก.สส.บช.น. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุดปฏิบัติการที่ 4 กก.สส.1 บก.สส.บช.น. พร้อมชุดลาดตระเวนออนไลน์ บก.สส.บช.น. จับกุมนางสาวณัฐชา (สงวนนามสกุล) อายุ 29 ปี ชาวจังหวัดสมุทรปราการ พนักงานออฟฟิศแห่งหนึ่งย่านอ่อนนุช ตามหมายจับของศาลอาญาธนบุรี โดยกล่าวหาว่า “ฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น และโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหาย ซึ่งเป็นการกระทำต่อบุคคลใด บุคคลหนึ่ง” ได้ที่ปากซอยอ่อนนุช 70 แยก 3 แขวงประเวศ เขตประเวศ กทม. เมื่อวันที่ 4 พ.ย.


พล.ต.ต.ธีรเดชกล่าวว่า รับแจ้งเบาะแสจากประชาชนผู้เดือดร้อนเป็นจำนวนมากว่าถูกกลุ่มแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกลวงให้ร่วมลงทุนง่ายๆ แต่ได้รับค่าตอบแทนสูง โดยแค่เพียงลูกค้าโอนเงินแล้วรอรับเงินปันผลตามอัตราและระยะเวลาที่แจ้งไว้ โดยพบว่ามีผู้เสียหายหลงเชื่อเป็นจำนวนมาก จึงลงพื้นที่สืบสวน ติดตามเส้นทางจากบัญชีม้าที่ผู้เสียหายโอนเงินไปให้ จนสืบทราบว่าพบเส้นทางบัญชีต้องสงสัยโดยเพิ่งเปิดบัญชีได้เพียงแค่ 4 เดือน แต่มีเงินเข้าออกหมุนเวียนเพียงบัญชีเดียวกว่า 5 ล้านบาท โดยมีลักษณะหากมีเงินเข้าบัญชี เงินในบัญชีจะถูกถอนออกจากบัญชีทั้งหมดเพียงไม่เกิน 5 นาที ทางชุดสืบสวนเกาะสืบสวนเส้นทางการเงินของบัญชีดังกล่าวจนทราบว่าบัญชีดังกล่าวเป็นบัญชีกลุ่มแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ใช้เป็นบัญชีม้า

ผบก.สส.บช.น.กล่าวว่า ชั้นจับกุมนางสาวณัฐชายอมรับว่าเปิดบัญชีม้าให้แก่กลุ่มมิจฉาชีพโดยเต็มใจ อ้างเหตุว่าตกงานและมีเพื่อนมาแนะนำให้เปิดบัญชีโดยมีค่าตอบแทนหลักพันบาท จึงคุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวน สน.บางยี่เรือ ดำเนินคดี ในส่วนของบัญชีม้าจะขยายผล สืบสวน ติดตามเส้นทางการเงินว่ามีบุคคลใดเกี่ยวข้องจะเรียกมาดำเนินการตรวจสอบ หากพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องจะทำการขยายผลผู้ร่วมขบวนการต่อไป

พล.ต.ต.ธีรเดชกล่าวฝากเตือนภัยไปยังพี่น้องประชาชน “พี่น้องประชาชนอย่าได้หลงเชื่อเหล่ามิจฉาชีพหลอกลวงในทำนองให้เปิดบัญชีธนาคารหรือมอบข้อมูลส่วนตัวต่างๆ ให้แก่บุคคลเหล่านี้ แค่หวังค่าตอบแทนเพียงเล็กน้อยโดยเด็ดขาด เพราะถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของต้นทางขบวนการการหลอกลวงของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่จะนำบัญชีหรือข้อมูลของท่านไปใช้ปกปิด อำพราง เส้นทางการเคลื่อนย้ายเงินที่หลอกผู้เสียหายมาได้เพื่อผลประโยชน์ของเหล่ามิจฉาชีพนั้นๆ และที่สำคัญการกระทำของท่านถือว่าเป็นความผิดตามกฎหมายอาญาฐานเป็นตัวการหรือผู้สนับสนุนการกระทำความผิดฐานฉ้อโกง หรือความผิดฐานฟอกเงินตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 ต้องระวางโทษจำคุก 1-10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000-200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”

Advertisement