‘สันธนะ’ แจ้ง สน.ทองหล่อ ตรวจสอบผับสุขุมวิทอ้างมั่วสุมยา พฐ.ตรวจไม่พบ ‘ชูวิทย์’ เผยผลพวงจัดหนักผับจินหลิง

5.11.22 | 17:16 น.

เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน นายสันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตรอง ผกก.สันติบาล เข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุเอม สว.(สอบสวน) สน.ทองหล่อ ว่ารับแจ้งจากประชาชนว่าสถานบริการภายในชั้นล็อบบี้โรงแรม ถนนสุขุมวิท 24 แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กทม. มีกลุ่มวัยรุ่นมั่วสุมเสพยาเสพติด และเปิดสถานบริการเกินเวลาที่กฎหมายกำหนด จึงให้สายลับเข้าไปใช้บริการ เมื่อวันที่ 5 พ.ย. เวลาประมาณ 00.50 น. โดยชำระเงินค่าผ่านประตูคนละ 400 บาท ไม่รวมเครื่องดื่มปรากฏว่าพบเห็นกลุ่มวัยรุ่นชายหญิง ประมาณ 100 คน เต้นรำ เปิดเพลง โดยมีดีเจ พร้อมสั่งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และสังเกตเห็นว่ามีกลุ่มวัยรุ่นทั้งชายหญิงต่างเดินสับเปลี่ยนหมุนเวียนเข้าไปภายในห้องน้ำผู้ชายอย่างผิดสังเกต สายลับจึงพยายามหาจังหวะโอกาสใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายภาพวิดีโอไว้เป็นหลักฐาน กระทั่งเวลาประมาณ 02.30 น. จึงถ่ายภาพวิดีโอได้ 2 คลิป คลิปแรก ความยาว 3.57 นาที เมื่อเวลา 02.31 น. และคลิปที่สอง ความยาว 1.55 นาที เมื่อเวลา 03.02 น. แสดงว่ามีการมั่วสุมเสพยาเสพติดภายในสถานบริการแห่งนี้ และการเปิดสถานบริการเกินเวลาที่กฎหมายกำหนด โดยสายลับมีหลักฐานเป็นสายรัดข้อมือสีชมพู 3 เส้น เพื่อไว้แสดงการเข้า-ออกสถานบริการแห่งนี้ ส่วนภาพและคลิปวิดีโอที่เกี่ยวข้องทั้งภายใน-ภายนอกของสถานที่เกิดเหตุจะนำมามอบให้แก่พนักงานสอบสวนภายหลัง ทั้งนี้ ผู้แจ้งมีความประสงค์ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนเข้าตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุดังกล่าวพร้อมกับสำนักงานพิสูจน์หลักฐานกลางเก็บรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อหาผู้กระทำความผิดที่เกี่ยวข้อง และขอให้สืบสวนสอบสวนว่าผู้ใดเป็นเจ้าของโรงแรมและสถานบริการ ด้าน พ.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุเอม สว.(สอบสวน) สน.ทองหล่อ กล่าวว่า รับแจ้งความไว้แล้ว พร้อมเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

ต่อมา พนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ พร้อมตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) เข้าตรวจสอบสถานบริการภายในโรงแรมดังกล่าว นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ เปิดเผยว่า สิ่งที่นายสันธนะกล่าวหานั้นถือว่าเป็นประโยชน์เพื่อให้ตำรวจมาพิสูจน์ โดยผับดังกล่าวหลักๆ ลูกชายเปิดไว้สำหรับจัดงานสังสรรค์ งานวันเกิด งานเลี้ยงรุ่นต่างๆ ซึ่งนายสันธนะจะมาขอจัดแถลงข่าวที่นี่ก็ได้ ส่วนกรณีที่นายสันธนะอ้างว่าสายลับที่ตัวเองส่งเข้ามาร่วมงานเสียเงิน 400 บาท และได้รับสายรัดข้อมือมานั้นเป็นเรื่องปกติของผู้มาร่วมงาน ยืนยันว่าไม่มีการจำหน่ายยาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมายเหมือนผับจินหลิงของชาวจีนแน่นอน

นายชูวิทย์กล่าวชี้แจงอีกว่า โรงแรมแห่งนี้มีใบอนุญาตถูกต้อง มีล็อบบี้เปิดให้เช่าเฉพาะวันศุกร์และเสาร์ รับจัดงานปาร์ตี้วันเกิด งานสังสรรค์ทั่วไป รวมถึงบาร์แห่งนี้ไม่เคยถูกตำรวจมาตรวจจับยาเสพติดแม้แต่ครั้งเดียว ตนเลิกทำธุรกิจสีเทาทั้งหมด แล้วยกโรงแรมนี้ให้ลูกบริหาร ซึ่งโรงแรมนี้เป็นสถานที่เปิด มีทั้งร้านกาแฟและล็อบบี้ใกล้กัน มีบุคคลเข้าออกตลอด หากมีความผิดจริงให้ลงโทษตนได้ ไม่ขอแก้ตัว หลักฐานนายสันธนะที่ว่ามีชายหญิงไปเข้าห้องน้ำหลายคนก็เป็นเรื่องปกติ หากห้องน้ำผู้หญิงเต็มก็ไปเข้าห้องน้ำผู้ชาย ถือเป็นเรื่องปกติ เพราะมีห้องน้ำเพียง 3 ห้อง โดยเรื่องนี้เกิดขึ้นเพียง 2-3 วันหลังตนจัดหนักเรื่องผับชาวจีน ทุกคนคงมีวิจารณญาณ ตำรวจก็มีหลักฐานการจับกุมและยึดทรัพย์สิน ยืนยันว่าเรื่องนี้มีผู้พยายามจะมาเคลียร์กับตัวเอง แต่ตนไม่รับเคลียร์ เพราะก็เคยพบเหตุการณ์แบบนี้จึงเป็นหน้าที่ของ ผบ.ตร.และ รอง ผบ.ตร. ไม่โกรธนายสันธนะแม้แต่น้อย

จากนั้น นายสันธนะมาที่โรงแรม โดยนายชูวิทย์ออกมาไหว้ทักทายให้การต้อนรับ พร้อมเผยว่า ตามที่สายลับเข้ามาในงานพบว่ามีกลุ่มคนเข้าไปใช้ห้องน้ำชายและหญิงพร้อมๆ กันนับสิบคน ก่อนออกมาจากห้องน้ำในลักษณะผิดวิสัย ซึ่งคนเหล่านี้มีการ์ดมาคอยคุ้มกันนับสิบ เมื่อคืนวานตนก็มาที่นี่ คนของตนก็เข้ามายืนยันไม่ได้รับจ้างมาจากใคร ซึ่งตำรวจเผยว่าตรวจสอบไม่พบสิ่งผิดปกติ แต่เชื่อว่ายังคงต้องมีสารเสพติดตกค้างอยู่ ย้ำว่าไม่ได้มาดิสเครดิตและไม่ได้โกรธอะไรกับนายชูวิทย์ ยังคงนับถือเป็นพี่ที่สนิทกัน และเรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับผับจินหลิง หากถามว่าเป็นการเอาคืนนายชูวิทย์ ก็จะเรียกคุยเป็นการส่วนตัว