ชี้ชะตา หมอปอร์เช่ ศาลนัดตัดสินพรุ่งนี้คดีแพทย์ รพ.ตร.เมาซิ่งชนตาย-เจ็บ ลูกผู้เสียหายเผยเยียวยายังไม่ได้ครึ่งของราคารถ

6.11.22 | 13:44 น.

ชี้ชะตา หมอปอร์เช่ ศาลอาญาธนบุรีนัดพิพากษาคดีแพทย์ รพ.ตร.เมาซิ่งปอร์เช่ชนเก๋งคู่กรณีตาย-เจ็บ ลูกผู้เสียหายเผยเยียวยา2คนยังไม่ได้ครึ่งของราคารถ ขอศาลให้ความเป็นธรรมไม่รอลงอาญา


เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 7 พ.ย. ที่ศาลอาญาธนบุรี เวลา 9.00 น.​ ศาลนัดฟังคำพิพากษา คดีหมายเลขดำที่ อ.153/2565 ที่พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด(สำนักอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญาธนบุรี 4) โจทก์ร่วม น.ส.ผ่องเพชร สิริอิสสระนันท์ ที่ 1 กับพวกรวม 4 คน ฟ้อง ร.ต.อ.นพ.ภาณุรักษ์ รัตนไพศร นายแพทย์(สบ1) กลุ่มงานศัลยกรรม รพ.ตำรวจ เป็นจำเลย ในความผิดฐานขับรถขณะเมาสุรา และโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและได้รับอันตรายสาหัส ขับรถเร็วกว่าที่กฎหมายกำหนดและขับรถที่มีไว้เพื่อขายหรือเพื่อซ่อมในเวลาต้องห้ามโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา291, 300 พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ.2522

โดยอัยการโจทก์ระบุฟ้องพฤติการณ์ โดยพฤติการณ์กล่าวหาการ กระทำความผิด สรุปว่า เมื่อวันที่29 ส.ค.64 จำเลยได้ขับรถปอร์เช่ ป้ายแดง เวลาหลังพระอาทิตย์ตกแล้วไปตาม ถ.ราชพฤกษ์ แขวงบางจาก เขตภาษีเจริญ ในขณะที่จำเลยเมาสุราโดยมีปริมาณแอลกอฮอล์เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด และขับรถความเร็วเกินกว่า 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมงที่กฎหมายกำหนด แล้วได้เกิดพุ่งชนท้ายรถยนต์ฮอนด้าซีวิคได้รับความเสียหายอย่างมาก ซึ่งผู้โดยสารในรถยนต์ซีวิค 2 คน (ชาย-หญิง) ได้รับอันตรายจนถึงแก่ความตาย และหญิงที่ขับขี่รถยนต์ซีวิคคันดังกล่าวได้รับอันตรายสาหัส

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับคดีนี้นายกานต์พงศ์ สิริอิสสระนันท์ ลูกผู้เสียชีวิตกล่าวว่า คดีนี้จำเลยได้กลับคำให้การจากปฏิเสธเป็นรับสารภาพตลอดทุกข้อกล่าวหาในชั้นศาล และจำเลยได้ขอให้ศาลตัดสินโทษสถานเบา หากจำเลยได้ชดเชยเยียวยาผู้เสียหายตามสมควร โดยอ้างว่าตนยังเป็นนักศึกษาแพทย์ ไม่มีรายได้มากมาย อีกทั้งบริษัทที่ตัวเองเป็นถือหุ้นใหญ่อยู่เป็นของพ่อแม่ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้ ในส่วนรถยนต์ปอร์เช่ที่ใช้ก่อเหตุมีราคามากกว่า 7 ล้านบาท และจดทะเบียนในนามบริษัทของครอบครัวจำเลย ซึ่งตน​และนางสาวผ่องเพชร น้องสาวตน(ผู้บาดเจ็บ)มองว่า​ ​ร.ต.อ.ภาณุ​รักษ์​ ไม่มีความจริงใจ​ พยายามสู้คดีเมาแล้วขับและทุกข้อหาอื่นๆมาโดยตลอด​ การเยียวยาก็อ้างว่าไม่มีเงิน​ เป็นแค่หมอจบใหม่​ ครอบครัวไม่ได้มาช่วยเหลือ และปฏิเสธทุกข้อหา​มาตลอด​ บอกว่าตัวเองจะสู้คดีเมาแล้วขับให้รอด​ บริษัทประกันจะได้ยอมจ่ายเงินชดเชยให้เหยื่อเพิ่ม​ แม้ว่าจะปรากฏฐานะชัดเจนว่าครอบครัวผู้ก่อเหตุก็ไม่ได้ขัดสน​​ แต่รับผิดชอบกับการกระทำตัวเองไม่ได้ ทางจำเลยวางเงินค่าสินไหมทดแทนสำหรับครอบครัวตนที่ศาลเป็นจำนวนเงิน 1.5ล้านบาท สำหรับการเสียชีวิตของพ่อตนเเละ1 ล้านบาท สำหรับผู้บาดเจ็บสาหัสซึ่งเป็นน้องสาว รวมกันราคาสองชีวิตยังไม่ถึงครึ่งของมูลค่ารถปอร์เช่ที่ผู้ก่อเหตุขับชน จึงหวังว่าศาลจะให้ความเป็นธรรมลงโทษอย่างเหมาะสม โดยไม่มีการรอลงอาญา

Advertisement