รวบผัวโหดฆ่าเมียฝังศพหลังบ้าน ระแวงนอกใจ เรื่องแดงลูกชายร้อง ตร.แม่หาย

7.11.22 | 13:30 น.

เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน ว่าที่ พ.ต.ต.เกียรติศักดิ์ บุญทอง สว.กก.6 บก.ป., ร.ต.อ.ไตรรงค์ หน่วยตุ้ย รอง สว.กก.6 บก.ป., ด.ต.จักรพันธ์ ไชยวงศ์, ด.ต.มนูญ บุญช่วย, ด.ต.พิสิษฐ์ เอียดวิจิตร, จ.ส.ต.วุฒิพงษ์ สุพรรณชนะบุรี, จ.ส.ต.สุริยา ทองลี่, ส.ต.อ.สุรเชษฐ์ ป้องเศร้า ผบ.หมู่ กก.6 บก.ป. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ตาเซะ ร่วมกันจับกุม นายสมมิตร (สงวนนามสกุล) อายุ 63 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดยะลาที่ จ.524/2565 ลงวันที่ 6 พฤศจิกายน 2565 ในความผิดฐาน “ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และลอบฝัง ซ่อนเร้น ย้ายหรือทำลายศพเพื่อปิดบังการตายหรือสาเหตุการตาย” ได้ที่บริเวณ สภ.ตาเซะ อ.เมือง จ.ยะลา เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน เวลา 20.30 น.

เหตุเกิดเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน นายเฉลิมพลได้เดินทางมาพบพนักงานสอบสวน สภ.ตาเซะ เพื่อแจ้งว่า นางอาภรณ์ อายุ 55 ปี มารดาของตน ซึ่งพักอาศัยร่วมกันอยู่ที่ หมู่ 1 ต.ยุโป อ.เมือง จ.ยะลา ได้หายตัวออกไปจากบ้าน และไม่สามารถติดต่อได้ จึงขอให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยติดตามเพื่อทำการช่วยเหลือ

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.6 บก.ป. จึงได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ตาเซะ ทำการสืบสวนติดตามหาตัวนางอาภรณ์มาโดยตลอด จนกระทั่งวันที่ 6 พฤศจิกายน 2565 จึงได้เดินทางไปตรวจสอบบริเวณโดยรอบบ้านนางอาภรณ์อีกครั้ง จนมาถึงบริเวณสวนผลไม้หลังบ้าน เจ้าหน้าที่พบเศษไขมันคล้ายกับไขมันของคนบริเวณโพรงหญ้า จึงได้ประสานขอรถแบ๊กโฮขุดตรวจสอบบริเวณดังกล่าว จนกระทั่งพบร่างของนางอาภรณ์ฝังอยู่ใต้ดิน หลังจากนั้นจึงได้เชิญตัวนายสมมิตร อายุ 63 ปี สามีของผู้ตายมาสอบสวนที่ สภ.ตาเซะ โดยนายสมมิตรได้ให้การรับสารภาพว่าตนเป็นผู้ลงมือฆ่าและฝังนางอาภรณ์ ภรรยาจริง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ขออนุมัติศาลจังหวัดยะลาออกหมายจับผู้ต้องหาตามหมายจับดังกล่าว


​ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ร่วมกันจับกุมตัวนายสมมิตร และนำตัวผู้ต้องหาไปตรวจยึดของกลางที่ใช้ในวันก่อเหตุ โดยสามารถตรวจยึดฆ้อน ที่ผู้ต้องหาใช้ทำร้ายผู้ตายจนเสียชีวิต พร้อมกับจอบและพลั่ว ที่ใช้ขุดหลุมฝังผู้ตาย นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ตาเซะ ภ.จว.ยะลา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การว่าช่วงประมาณ 4-5 เดือนที่ผ่านมา ผู้ตายมีท่าทีเปลี่ยนไปและมักคุยโทรศัพท์เป็นประจำ อีกทั้งในวันเกิดเหตุ ผู้ตายมีปากเสียงกับตน ตนจึงใช้ฆ้อนที่วางอยู่ที่บ้าน ตีไปที่ศีรษะของผู้ตาย ก่อจะลากศพไปขุดหลุมฝังในสวนผลไม้หลังบ้าน