กทม.จัดเรือขยะ 30 ลำ เก็บกระทงในเจ้าพระยาคืนนี้ 2 ทุ่ม เผยไฟมืด ผักตบเยอะ เป็นอุปสรรค

8.11.22 | 10:52 น.

กทม.จัดเรือขยะ 30 ลำ เก็บกระทงในเจ้าพระยาคืนนี้ 2 ทุ่ม เผยไฟมืด ผักตบเยอะ เป็นอุปสรรค

เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน นายเอกวรัญญู อัมระปาล โฆษกกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า กรุงเทพมหานครได้เตรียมพร้อมมาตรการด้านต่างๆ สำหรับเทศกาลลอยกระทง ประจำปีพุทธศักราช 2565 นี้ โดยในส่วนของการเตรียมการจัดเก็บกระทงภายหลังเสร็จสิ้นงานนั้น หน่วยงานของกรุงเทพมหานครจะแบ่งพื้นที่ดําเนินการออกเป็น 3 ส่วน

โดยสำนักสิ่งแวดล้อมรับผิดชอบจัดเก็บกระทงในแม่น้ำเจ้าพระยาตั้งแต่สะพานพระราม 8 ถึงสะพานพระราม 9 ระยะทางประมาณ 15 กิโลเมตร และในสวนสาธารณะของกรุงเทพมหานคร ส่วนสํานักการระบายน้ำ รับผิดชอบจัดเก็บกระทงในคูคลองและบึงรับน้ำ และสํานักงานเขตจัดเก็บกระทงในสวนสาธารณะและพื้นที่จัดงานในพื้นที่เขต

ในการจัดเก็บกระทงในแม่น้ำเจ้าพระยา สํานักสิ่งแวดล้อมได้เตรียมเจ้าหน้าที่ และวัสดุอุปกรณ์ ยานพาหนะในการจัดเก็บกระทง จํานวน 189 คน เรือเก็บขยะจํานวน 30 ลํา ติดตั้งไฟส่องสว่างทุกลํา เรือขนถ่ายและลำเลียงวัชพืช จํานวน 2 ลํา จอดที่ปากคลองโอ่งอ่าง เขตพระนคร เรือเก็บขนและลำเลียงวัชพืช จํานวน 2 ลํา เรือตรวจการณ์ จํานวน 2 ลํา รถตรวจการณ์ จํานวน 5 คัน รถบรรทุกเทท้าย จํานวน 9 คัน ใช้ในการลําเลียงกระทงไปส่งที่สถานีขนถ่ายมูลฝอย ปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่เวลา 20.00 น.ของวันที่ 8 พฤศจิกายน 2565 จนถึงเวลา 05.00 น.ของวันที่ 9 พฤศจิกายน 2565

จากนั้นจะลำเลียงกระทงที่จัดเก็บได้ขึ้นรถ 2 จุด คือบริเวณปากคลองโอ่งอ่าง เขตพระนคร และท่าคลังสินค้า กระทรวงพาณิชย์ เขตราษฎร์บูรณะ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะรวบรวมขนย้ายไปกําจัดที่ศูนย์กำจัดมูลฝอยทั้ง 3 แห่งของกรุงเทพมหานคร ได้แก่ สถานีขนถ่ายมูลฝอยอ่อนนุช หนองแขม และสายไหม เพื่อกําจัดต่อไป สําหรับกระทงที่ผลิตจากวัสดุธรรมชาติจะมีการคัดแยกเข้าโรงงานผลิตปุ๋ยอินทรีย์หนองแขม ซึ่งเป็นการนํากระทงกลับมาใช้ประโยชน์และลดภาระค่าใช้จ่ายในการนํากระทงไปฝังกลบ

นอกจากนี้ สํานักงานสวนสาธารณะ สํานักงานเขต และสํานักการระบายน้ำ จะรวบรวมผลการจัดเก็บกระทงส่งให้สํานักสิ่งแวดล้อม ก่อนเวลา 05.00 น.ของวันพุธที่ 9 พฤศจิกายน 2565 พร้อมตรวจสอบข้อมูลก่อนรายงานผลการจัดเก็บกระทงให้เสร็จภายในเวลา 07.00 น.ของวันพุธที่ 9 พฤศจิกายน 2565 และจะรายงานผลผ่านเว็บไซต์ www.bangkok.go.th และสื่อออนไลน์ของกรุงเทพมหานครด้วย

Advertisement

สำหรับ สถิติการจัดเก็บกระทง ในปี 2564 ที่ผ่านมา กรุงเทพมหานครจัดเก็บกระทงได้ จํานวน 403,235 ใบ จากสถิติการจัดเก็บกระทง เมื่อเทียบกับปี 2563 ปริมาณกระทงที่จัดเก็บได้ จํานวน 492,537 ใบ และแนวโน้มปริมาณกระทงที่ทําจากวัสดุธรรมชาติ เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 96.40 เป็น 96.46 ในขณะที่การใช้กระทงโฟมมีปริมาณลดลงจากร้อยละ 3.60 เป็น 3.54 เนื่องจากกรุงเทพมหานครได้มีการรณรงค์ประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่องให้ประชาชนหันมาใช้กระทงที่ทําจากวัสดุธรรมชาติ หรือวัสดุที่ย่อยสลายได้ง่าย เช่น กระทงที่ทําจากหยวกกล้วยและใบตอง แป้งมันสําปะหลัง ชานอ้อย ซึ่งจะเป็นการช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอีกทางหนึ่งด้วย และได้ขอความร่วมมือเขตแจ้งสถานประกอบการที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาและคลองในพื้นที่ที่มีการลอยกระทงงดใช้กระทงโฟม

โฆษกของกรุงเทพมหานครกล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมากรุงเทพมหานครพบปัญหาในการดําเนินการจัดเก็บกระทง ได้แก่ ปัญหาไฟฟ้าส่องสว่างในแม่น้ำเจ้าพระยา ทําให้การจัดเก็บกระทงเป็นไปได้ยาก ปัญหาปริมาณผักตบชวาในแม่น้ำเจ้าพระยาจำนวนมาก ทําให้ยากต่อการจัดเก็บกระทง และการพบตะปู เข็มหมุด ปนมากับกระทง ทําให้เกิดอันตรายกับเจ้าหน้าที่จัดเก็บกระทงและทําให้เครื่องจักรเสียหาย

“ปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นปัญหาที่ทุกคนเห็นความสําคัญ และมีความตระหนักใส่ใจรักษ์สิ่งแวดล้อมมากขึ้น ดังนั้น การส่งเสริมการลอยกระทงควบคู่กับการรักษาสิ่งแวดล้อมเป็นสิ่งที่ควรรณรงค์ประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่องให้ประชาชนทราบ ซึ่งวิธีลดปริมาณขยะหลังคืนลอยกระทง ให้ประชาชนลอยกระทงร่วมกัน โดยร่วมลอย 1 ครอบครัว/1 คู่รัก/1 กลุ่ม/1 สํานักงานต่อ 1 กระทง เลือกกระทงที่ทําจากวัสดุธรรมชาติ ขนาดเล็ก ใช้วัสดุไม่หลากหลาย เพื่อลดภาระในการคัดแยกในเทศกาลลอยกระทงปีนี้

จึงขอเชิญชวนให้ใช้กระทงธรรมชาติ ลดการใช้กระทงโฟม โดยหันมาใช้กระทงที่ทําจากวัสดุธรรมชาติ หรือวัสดุที่ย่อยสลายได้ง่ายและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น กระทงน้ำแข็ง กระทงที่ทําจากหยวกกล้วยและใบตอง แป้งมันสําปะหลัง ชานอ้อย หรือกระทงขนมปัง เนื่องจากกระทงดังกล่าวจะไม่ทําลายสภาพแวดล้อม หากเก็บกระทงไม่หมดก็จะย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ ซึ่งแตกต่างจากกระทงโฟมที่ต้องกําจัดโดยการนําไปฝังกลบและใช้เวลานานในการย่อยสลาย” นายเอกวรัญญูกล่าว