บุกรวบเซียนพระกำมะลอฉกกว่า 2 ล.หลอกขายพระทิพย์พบ 3 หมายจับติดตัว

8.11.22 | 12:32 น.

เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(ผบช.น.)พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. สั่งการให้ ชุดลาดตระเวนออนไลน์ สืบสวนนครบาล IDMB โดย พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. , พ.ต.อ.สราวุธ คนใหญ่ รอง ผบก.สส.บช.น., พ.ต.อ.ฤตวีร์ สุขเจริญ ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.บช.น. , พ.ต.ท.วสุเทพ ใจอินทร์ รอง ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ และ พ.ต.ท.พัชรพงษ์ กาญจนวัฏศรี รอง ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ จับกุมนายชัยวิวัฒน์ ธนินจีรภัทร์ อายุ 33 ปี ตามหมายจับ 3 คดี1.หมายจับศาลแขวงนครราชสีมา ที่ จ218/2564 ลงวันที่ 3 ก.ย.65 ซึ่งต้องหากระทำผิดฐาน “ฉ้อโกง” 2.หมายจับศาลแขวงพิษณุโลก ที่ จ.123/2564 ลงวันที่ 21 ก.ค.64 ซึ่งต้องหากระทำผิดฐาน “ฉ้อโกง” 3. หมายจับศาลจังหวัดชัยภูมิ ที่ 124/2564 ลงวันที่ 14 ก.ย.64 ซึ่งต้องหากระทำผิดฐาน “ฉ้อโกง” โดยแต่ละคดีล้วนแล้วแต่มีพฤติการณ์ในทำนองเดียวกันทั้งสิ้นโดยกล่าวหาว่า ฉ้อโกง ได้ริมถนนหน้าบ้านเลขที่ 168/39 หมู่บ้านไอลีฟทาวน์ ซ.ประชาอุทิศ 90 ต.บ้านคลองสวน อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ


พล.ต.ต.ธีรเดช กล่าวว่าชุดลาดตระเวนออนไลน์สืบสวนนครบาล IDMB รับแจ้งเบาะแสจากประชาชนผู้เดือดร้อนว่าถูกกลุ่มแก๊งที่อ้างตนว่าเป็นเซียนพระหลอกผู้เสียหายเช่าพระเครื่องบูชาและวัตถุมงคลสูญเงินเป็นจำนวนมากจึงสั่งการ พ.ต.ต.ทศรัสมิ์ กิติธารา สว.กก.วิเคราะห์ข่าวฯ สืบสวนติดตามแกะรอยพฤติการณ์ของแก๊งดังกล่าวจนรู้ว่าผู้ก่อเหตุคือนายชัยวิวัฒน์ มีพฤติการณ์ออกตระเวนอ้างเป็นเซียนพระสร้างภาพลักษณ์ตัวเองให้ดูน่าเชื่อถือในโลกออนไลน์ โพสต์ขายพระที่ได้รับความนิยมในหมู่เซียนพระ ซึ่งเมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อสนใจ ติดต่อซื้อขายและตกลงโอนเงินให้ แต่คนร้ายมิไส่งมอบสินค้าให้ตามที่ตกลงกันไว้ หากผู้เสียหายรู้ตัวจะปิดเฟซบุ๊กหลบหนีโดยผู้ต้องหาก่อเหตุแล้วในหลายพื้นที่เป็นระยะเวลาปีเศษ

พล.ต.ต.ธีรเดช กล่าวอีกว่าตรวจสอบพบว่าผู้ต้องหาเป็นบุคคลตามหมายจับ 3 คดี แต่ละคดีล้วนแล้วแต่มีพฤติการณ์ในทำนองเดียวกันทั้งสิ้น สอบถามนายชัยวิวัฒน์ ยอมรับว่าอ้างตนเป็นเซียนพระก่อเหตุหลอกลวงบุคคลและประชาชนทั่วไปในกลุ่มชอบบูชาพระเครื่องและวัตถุมงคล โดยการโพสต์ความเคลื่อนไหวและกิจกรรมอันเกี่ยวกับพระเครื่อง วัตถุมงคล ลงเพจเฟซบุ๊กที่สร้างขึ้นเพื่อความน่าเชื่อถือมาโดยตลอดเริ่มเมื่อประมาณต้นปี 2564 ที่ผ่านมา ซึ่งก่อนหน้าเป็นผู้รับเหมาก่อสร้างแต่ประสบปัญหารายได้ไม่เพียงพอจึงหันมาเป็นพ่อค้าคนกลาง นายหน้าขายพระเครื่อง วัตถุมงคล โดยอ้างว่จะเปิดรับพรีออเดอร์ จากลูกค้าที่สนใจให้โอนเงินค่าพระเครื่องมาก่อนแล้วถึงจะสั่งซื้อสินค้า เมื่อรับเงินไปแล้วผู้ต้องหาอ้างว่าไม่มีสินค้าที่จะส่งให้แก่ลูกค้าแต่อย่างใด หากผู้เสียหายรายใดติดตามจะพยายามเจรจาต่อรองและตกลงกับผู้เสียหายชดใช้ค่าเสียหายแล้วหลบหนี จนผู้เสียหายติดต่อไม่ได้ ผู้ต้องหารับว่าก่อเหตุลักษณะดังกล่าวกับผู้เสียหายกว่า 10 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 1 – 2 ล้านบาท ทำให้ผู้เสียหายหลายรายเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนหลายท้องที่ จนถูกจับกุมนำตัวผู้ต้องหาส่ง สภ.เมืองนครราชสีมาดำเนินคดีต่อไป

พล.ต.ต.ธีรเดช กล่าวเตือนภัยว่า ขอให้พี่น้องประชาชนทุกท่าน ตรวจสอบประวัติ ชื่อและเลขบัญชีธนาคารของผู้ขายทุกครั้งก่อนทำการโอน โดยตรวจสอบผ่านทางอินเตอร์เน็ตว่ามีชื่อหรือบัญชีธนาคารดังกล่าว แจ้งเตือนอยู่ในกลุ่มผู้หลอกลวงหรือไม่ หรือให้ถามความน่าเชื่อถือจากบุคคลที่เป็นที่ไว้วางใจในเพจเฟซบุ๊กหรือกลุ่มไลน์นั้นๆ เพื่อยืนยันก่อนทุกครั้ง ซึ่งการหลอกลวงลักษณะนี้ไม่เพียงแต่สร้างความเสียหายเป็นเงินเท่านั้น แต่กลุ่มมิจฉาอาจจะนำข้อมูลเอกสารสำคัญของผู้เสียหาย และรถยนต์ไปใช้กระทำความผิดอื่นๆ จึงขอประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนทราบว่า หากท่านมีเบาะแสใด สามารถแจ้งมายังเฟซบุ๊ก เพจ สืบสวนนครบาล IDMB ได้ทันทีตามนโยบาย พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. เน้นอาชญากรรมทางเทคโนโลยี แม้จะไม่ได้เป็นคดีเหตุอุกฉกรรจ์ แต่หากเป็นคดีที่ประชาชนได้รับความเดือดร้อน จะมีการดำเนินการทันที

Advertisement