ตร.เร่งขยายผลคดี มาเฟียจีน ขออินเตอร์โพลออกหมายแดง ขึ้นแบล็กลิสต์ถาวรห้ามเข้าไทย

8.11.22 | 12:34 น.

เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. พร้อมพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบ.ตร. และพล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รองผบ.ตร. ให้สัมภาษณ์กรณีการดำเนินคดีมาเฟียจีนทำธุรกิจสีเทาในประเทศไทย


โดยพล.ต.อ.ดำรงศักดิ์กล่าวว่า เป็นนโยบายของนายกฯที่จะให้มีการกวาดล้างกระทำสถานบริการผิดกฎหมาย ผู้มีอิทธิพล และอาวุธปืน ไม่ได้เจาะจงเป็นคนชาติไหน ตำรวจได้ดำเนินการทั้งหมด หลังผบช.น.ได้สืบทราบมีแหล่งสถานบันเทิงลักลอบเปิดได้เข้าไปตรวจสอบพบทั้งการเปิดสถานบริการไม่ได้รับอนุญาต และมียาเสพติด หลังจากพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ได้เข้าไปสอบสวนเชิงลึกและได้ขยายการจับกุม และมีพล.ต.อ.ต่อศักดิ์ ได้ร่วมปฏิบัติการจนขยายการจับกุมเครือข่ายได้จำนวนมาก ถือว่าเป็นไปตามนโยบายของนายกฯที่ได้สั่งการไว้

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวว่า ขบวนการคนจีนมีอยู่ 5 กลุ่มหลัก ไล่ตั้งแต่เจ้าของผับวัน ที่พัทยา ได้มีการจับกุมไปแล้วทั้งคนจีนที่เป็นเจ้าของ คนไทยที่เป็นนอมินี ซึ่งได้สวมบัตรประชาชนได้ดำเนินคดีสวมบัตรประชาชน และประสานกระทรวงมหาดไทย

“นายทุนจีนมี 5 คนหลักๆ ได้จับไปแล้ว 2 ส่วน 3 คน เมื่อรู้ตัวได้หลบหนีออกนอกประเทศ ผมกับพล.ต.อ.ต่อศักดิ์ รับคำสั่งผบ.ตร.ตรวจยึดเงินสด อาคารชุด เพนเฮ้าท์ และรถหรูหลายคัน และได้สืบสวนเส้นทางการเงินอยู่ทุกวัน เร่งรัดดำเนินการให้เสร็จสิ้นเพื่อขอหมายจับตำรวจสากล หรืออินเตอร์โพล เพื่อส่งหมายไปประเทศเพื่อนบ้านและต่างประเทศต่อไป”พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าว

Advertisement

ผู้สื่อข่าวถามว่า ข้อมูล กลุ่มทุนจีน 5 กลุ่มตรงกับข้อมูลนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตส.ส. หรือไม่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวว่า ตรงกัน และมีเพิ่มเติมส่วนหนึ่งที่ได้ขยายผลเพิ่ม เพราะฉะนั้น กลุ่มชาวจีนทั้งหมดที่เข้ามาทำธุรกิจผิดกฎหมายในไทยและเอายาเสพติดมาจำหน่ายไม่กล้าทำแล้ว แต่สิ่งสำคัญ คือไล่สืบสวนทั้งขบวนการ รวมทั้งคนไทย ที่ให้ความช่วยเหลือคนจีนเหล่านี้ คาดว่าใช้เวลาอีก 2-3 สัปดาห์ แล้วจะนำเรียนให้ผบ.ตร.ทราบต่อไป

“ส่วนผู้ที่หลบหนีนั้นบางส่วนหนีไปวันรุ่งขึ้น บางคนอีก 2 วัน มีเครื่องบินไพรเวทเจ็ท เป็นของตัวเอง แม้จะออกนอกประเทศไทย ผบ.ตร.ได้สั่งให้ขึ้นแบล็กลิสต์ถาวรทั้งหมด เพราะฉะนั้นบุคคลเหล่านี้ไม่มีสิทธิ์เข้าประเทศไทยเด็ดขาด”พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าว

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวว่ มาตรการเหล่านี้ผบ.ตร.ได้หารือเอกอัครราชทูตจีน โดยท่านได้กล่าวไว้ว่ารัฐบาลจีนให้ความร่วมมือรัฐบาลไทยให้การปราบปรามขบวนการเหล่านี้ซึ่งเป็นบุคคลที่รัฐบาลจีนต้องการตัวดำเนินการคดี เพราะฉะนั้นเราเดินหน้าร่วมกันเพื่อให้คนจีนที่ทำธุรกิจในประเทศไทยสามารถทำธุรกิจได้อย่างมั่นใจ

ผู้สื่อข่าวถามว่า นายสันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตตำรวจ ยืนยันว่า 5 เสือจีนไม่ได้ทำผิดกฎหมาย ข้อมูลตำรวจชัดเจนขนาดไหนว่าทำธุรกิจผิดกฎหมาย พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวว่า สำหรับนายสันธนะ เป็นกรณีนายเดวิด ได้จับกุมตัวอยู่ที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง มีพยานหลักฐานที่สามารถแจ้งข้อหาได้ ยังขยายผลอยู่ ขอเวลาอีกนิด ใครจะพูดในส่วนไหนก็เป็นข้อมูลเฉย ตนรับมาทั้งหมด โดยรับข้อมูลมาจากพล.ต.อ.ต่อศักดิ์เรื่องการขยายผลของสืบสวนสอบสวน

“ขอเวลาอีกนิดหนึ่ง กลุ่มทุนจีนนี้ได้เข้ามาทำธุรกิจประเทศไทยปีกว่าแล้ว เครือข่ายความเชื่อมโยงมีพอสมควร เมื่อวันนี้ ผบ.ตร.ใช้มาตรการเด็ดขาดกลุ่มทุนเหล่านี้หยุดหมด เอาอันดับแรกก่อน การจะเอายาเสพติดเข้ามา วันนี้เลิก ไม่กล้าทำแล้ว คนเหล่านี้แผ่ออกนอกประเทศหมด ที่เหลืออยู่เราจับได้ทัน เราก็จับกุมนายหยู่ ฉาง เฟย เจ้าของผับวัน เราตามจับกุมได้ที่มุกดาหารกำลังหนีออกนอกประเทศพอดี เมื่อไหร่เจ้าหน้าที่รัฐเข้มแข็ง กลุ่มทุนเหล่านี้ก็จะไม่เข้ามา จะไปอาศัยประเทศอื่นในการทำธุรกิจผิดกฎหมายต่อ ดังนั้นวันนี้เราต้องเดินหน้าแบบนี้ อย่างไรก็ตามไม่พบว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐช่วยหลบหนี เพราะเขามีไพรเวทแจ็ทหลบหนีได้เอง สิ่งที่ต้องเข้มงวดการเข้าประเทศของคนกลุ่มนี้ ผบ.ตร.ได้สั่งให้สอบสวนตรงไปตรงมาชัดเจน ในส่วนของการอยู่ต่อในไทยของกลุ่มคนจีน ไม่ว่าทั้งกลุ่มที่ทะเลาะกันเอง มาตัดนิ้ว ได้มีการจับกุมไปแล้ว ตรวจสอบพบว่าเป็นการใช้วีซ่านักเรียน เป็นอาชญากร แต่ขอวีซ่านักเรียนมาเรียนหนังสือ ดังนั้นในส่วนหัวหน้าด่านทั้งหมด ผมได้เรียกมาสอบหมดแล้ว เพื่อรวบรวมพยายานหลักฐานดำเนินคดีต่อไป”พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าว

เมื่อถามว่า ผู้ต้องหาชาวจีน2ที่หนีไป มีความเกี่ยวข้องเจ้า เหว่ย แห่ง คิงส์โรมันหรือไม่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวว่า กำลังตรวจสอบเส้นทางการเงิน ได้เชิญเลขาธิการปปง.มาแล้วจะหารือต่อไป ตอนนี้กำลังไล่สอบอยู่ ส่วนข้อมูลปลอมแปลงบัตรประชาชนนั้น รูปแบบเหมือนเดิมคือ ทั้งทำธุรกิจทัวร์ศูนย์เหรียญ บ่อน เป็นการปลอมบัตรโดยเจ้าหน้าที่ปกครองให้ความร่วมมือ โดยกรณีได้ปลอมตั้งแต่ปี 2535 ซึ่งปลัดอำเภอ นายอำเภอบางคนเสียชีวิตไปแล้ว ได้ประสานปลัดกระทรวงมหาดไทยเพิกถอนบัตรประชาชนไปแล้ว ซึ่งจะผิดอีกหลายกรรม หลายวาระ โดยเฉพาะนายนิติพัฒน์ หรือ โกเอี่ยว โชคชัยธนพร (กู๋เอี๋ยว)

พล.ต.อ.ต่อศักดิ์กล่าวว่า ตั้งแต่มีการจับผับจินหลิง ของนครบาล ได้ไล่เส้นทางการเงิน บัญชีที่เชื่อมโยงบัญชีม้า ได้ประสานพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เพื่อตัดวงจรอาชญากรรม โดยคนร้ายได้หลบหนีออกต่างประเทศ สำหรับคนได้หนีออกนอกประเทศไปแล้ว ได้ตามเส้นทางการเงิน โดยไล่คอนโดฯที่เอารถไป จับได้รถปอร์เช่ , โรลส์-รอยซ์ และคอนโดฯที่ครองอยู่ และไม่ได้มีแค่แก๊งคนจีน ต่างชาติอื่นที่ทำตัวเป็นมาเฟีย ก็ไม่ได้ละเลย ทั้งตำรวจท่องเที่ยวและตรวจคนเข้าเมืองได้ทำอย่างต่อเนื่อง