หน้าแรก ในประเทศ สตง.สอบโครงกา...

สตง.สอบโครงการฟื้นถนนหลวง 113 งบ 25 ล้าน ใช้เพียงปีเศษทางพังทรุดลงน้ำน่าน

20.11.16 | 12:25 น.

เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน เวลา 09.00 น. ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานมาว่าที่บริเวณถนนสายพิจิตร-ตะพานหิน ต.ฆะมัง อ.เมือง จ.พิจิตร ซึ่ง เป็นถนนทางหลวงหมายเลข 113 บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 98-99 แนวตลิ่งเกิดทรุดตัวลงระยะทางยาวกว่า 100 เมตร ถนนพังเป็นทางยาว 500 เมตรลงแม่น้ำน่าน  ทั้งที่เพิ่งก่อสร้างเสร็จแค่ 1 ปี 3 เดือน ซึ่งโครงการดังกล่าวอยู่ในความดูแลของแขวงการทางจังหวัดพิจิตร  ซึ่งเรียกว่าโครงการพื้นฟูทางหลวง เพื่อคืนสู่สภาพอย่างยั่งยืน งบประมาณในการก่อสร้าง 24,897,000 บาท ตั้งซื่อโครงการดูหรูหราแต่ทำไม่ได้มาตรฐาน ในเบื้องต้นหลังจากหิน ดิน ทรุดตัวลง ถนนพังลงแม่น้ำน่าน ทางเจ้าหน้าที่แขวงการทางได้นำกรวยและแผ่นป้ายมาติดเอาไว้เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ ทำให้การจราจรเหลือช่องทางเดินรถเพียง 1 ช่องทางเท่านั้น

นอกจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้เขียนป้ายขนาดใหญ่ว่าทางกำลังก่อสร้าง แต่ไม่มีการก่อสร้างแต่อย่างใด สร้างความแปลกใจให้กับผู้ใช้เส้นทางสายพิจิตร-ตะพานหินเป็นอย่างมาก ปรากฏว่าประชาชนที่ใช้เส้นทางเชื่อมต่อระหว่างพิจิตร-อำเภอตะพานหิน-บางมูลนาก หวาดกลัว เกรงว่าถนนจะทรุดตัวลงไปอีกอาจจะเกิดอันตรายได้

นายสาคร นักรู้ อายุ 52 ปี ชาว ต.ฆะมัง อ.เมือง จ.พิจิตร ชาวบ้านที่อยู่ใกล้กับถนนที่ทรุดตัวลง เปิดเผยว่า แขวงการทางจังหวัดพิจิตรได้ ก่อสร้าง จ้างเหมางานพื้นฟูทางหลวง แนวตลิ่ง เพื่อคืนสู่สภาพอย่างยั่งยืน โดยมีการก่อสร้างเสร็จเพียงปีกว่าๆ พังเสียแล้ว เคยถามผู้รับเหมาก่อสร้างว่าทำไมไม่ตอกเสาเข็มกันตลิ่งพัง ผู้รับเหมาเขาตอบว่าทำมาหลายที่ไม่เคยพัง ถนนและตลิ่งแค่นี้จะพังได้อย่างไร

ด้านนายปัญญา ชูสกุล ผู้อำนวยการแขวงการทางจังหวัดพิจิตร เปิดเผยว่า การรับเหมาก่อสร้างในสัญญาได้ลงนามในวันที่ 25 ธันวาคม 2557 โดยสัญญาจ้างเพื่อทำการฟื้นฟูทางหลวง เพื่อคืนสู่สภาพอย่างยั่งยืน เป็นทางหลวงหมายเลข 113 ตอนควบคุมที่ 0203 ตอน ฆะมัง-พิจิตร ระหว่างกิโลเมตรที่ 98+894 กิโลเมตรที่ 99+338 เริ่มต้นสัญญาวันที่ 26 ธันวาคม 2557 สิ้นสุดสัญญาวันที่ 1 กันยายน 2558 ระยะเวลาทำการ 250 วัน เงินค่างานรวม 24,897,000 บาท โดยมี บริษัท เคนเบอร์จีโอเทคนิค (ไทยแลนด์) จำกัด เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้าง และส่งมอบงานในวันที่ 22 กรกฎาคม 2558 และหมดค้ำประกันสัญญาในวันที่ 22 กรกฎาคม 2560

201611201101103-20021028190207

Advertisement

นายปัญหาเผยอีกว่า การก่อสร้างป้องกันแนวตลิ่งนั้น ทราบมาว่าได้ใช้หินใส่ลงไปในตาข่าย วางแนวเป็นชั้นๆ เพื่อป้องกันดินทรุด ซึ่งก็ไม่สามารถเอาอยู่ ตรงนี้ผมได้ส่งเรื่องไปยังบริษัทผู้รับเหมาก่อสร้างเพื่อให้มาดำเนินการแล้ว ส่วนเรื่องแบบถูกต้องหรือไม่ถูกต้องนั้น พูดลำบาก ตอนนี้จะมาหาคนผิดนั้นเป็นเรื่องยาก เพราะน้ำเซาะฐานรากทำให้ดินทรุดตัวลง ปัญหาที่เกิดขึ้นที่ผ่านมา เมื่อวันศุกร์ สตง.ได้เข้ามาขอข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้ ซึ่งผมเองก็เพิ่งย้ายมาใหม่ได้เดือนกว่ายังไม่ทราบว่าผิดหรือถูก ซึ่งผมได้ทำเรื่องไปยังเขต แต่เขตบอกว่าไม่ได้เป็นผู้ออกแบบ ซึ่งต้องทำหนังสือไปยังสำนักวิเคราะห์ที่ กทม. เพื่อหาข้อเท็จจริงอีกทีหนึ่ง ยอมรับว่าพอย้ายมาก็เจอแต่ปัญหาสารพัด แต่ก็ต้องแก้ไขกันไป

อย่างไรก็ตาม ปัญหาเรื่องตลิ่งพังเป็นแนวยาวกว่า 500 เมตร และถนนทรุดตัวลงกว่า 100 เมตร ไม่ได้เกิดจากฝนที่ตกลงมาอย่างหนักแต่อย่างใด ซึ่งมีรายงานระบุว่าก่อนดำเนินการก่อสร้าง บริษัทผู้รับเหมาก่อสร้างได้ออกสำรวจแนวถนนและบริเวณรอบๆ พื้นที่การก่อสร้าง ซึ่งได้เข้ามาพูดคุยกันชาวบ้านในบริเวณที่ถนนทรุดตัวว่าจะดำเนินการตอกเสาเข็มเพื่อป้องกันแนวตลิ่งทรุด อาจจะมีเสียงดังไปบ้าง แต่หลังจากที่ตรวจสอบข้อมูลต่างๆ กลุ่มผู้รับเหมาใช้วิธีการเอาหินมาร้อยกับตาข่ายแล้ววางเป็นชั้นๆ โดยใช้ผ้ามารองเพื่อป้องกันดินทรุด ซึ่งถือว่าผิดวิธีการโดยทั่วไป