เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน นายสมชัย สิบหย่อม อายุ 60 ปี เกษตรกรชาวนาหมู 16 ตำบลหนองโสน อำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร กล่าวว่า หลังจากรัฐบาลมีนโยบายในการช่วยเหลือราคาข้าวตกต่ำ ซึ่งขณะนี้ตำบลหนองโสนยังมีท่าข้าว โรงสีรับซื้อข้าวในราคาแค่ 6,000-6,500 บาท ซึ่งไม่ถึง 7 พัน แต่เกษตรกรชาวนาตำบลหนองโสน อำเภอสามง่าม นั้นไม่มีปัญหาอะไร ขายได้ เท่าไหร่ก็เท่านั้น เพราะจะทำอย่างไรได้ เมื่อ มันเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ ชาวนาก็ต้องก้มหน้ารับกรรมต่อไป คนที่รวยคือ โรงสีกับท่าข้าว ไม่ใช่ชาวนา รัฐบาลมีนโยบายให้เกษตรกรชาวนาจำนำข้าวยุ้งฉาง แต่ถามหน่วยเถอะว่าจังหวัดพิจิตรมีไหม จำนำยุ้งฉางแทบไม่มี ดังนั้นชาวนาพิจิตรจึงได้เกี่ยวข้าวขายสด เพราะจะได้นำเงินมาใช้หนี้ ทั้งดอก ธ.ก.ส. ดอกกู้นอกระบบ ค่าปุ๋ย ค่ายา ค่ารถเกี่ยว ค่าน้ำมัน ซึ่งราคาแพงขึ้น ไม่ใช่ลดลง ขายข้าวทีเงินก็ไม่มีติดตัว เพราะต้องใช้หนี้หมด ไม่ให้เขาก็ไม่ให้กู้อีก
นายสมชัยกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ กรณีที่รัฐบาลเองมีนโยบายให้เกษตรกรชาวนาลดพื้นที่การทำนาปรัง แล้วให้ปลูกพืชอื่นทดแทน ถามหน่อยเถอะว่า หากเกษตรกรปลูกพืชน้ำน้อยกันทั้งจังหวัด รัฐบาลจะหาตลาดให้ เกษตรกรชาวนาหรือไม่ ใครมารับรอง ดังนั้นขอให้รัฐบาลคิดก่อนพูดจะดีกว่า
ด้านนางสมัย วงศ์จะมาศ อายุ 65 ปี ประธานโรงสีชุมชน สถาบันการเงินชุมชนในตำบลหนองโสน พร้อมด้วยกลุ่มเกษตรกรชาวนาต้องเร่งช่วยกันนำข้าวเปลือกมาเข้าสู่กระบวนการแปรสภาพเป็นข้าวสาร เพื่อส่งจำหน่ายให้ทันกับออเดอร์จากร้านค้าและประชาชนทั้งในจังหวัดและต่างจังหวัด ที่สั่งซื้อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง หลังจากราคาข้าวตกต่ำลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้กลุ่มเกษตรกรซึ่งเป็นสมาชิกในกลุ่มจึงชะลอการขายข้าวเปลือก พร้อมกับเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส นำข้าวเปลือกมาขายให้กับโรงสีชุมชนในราคาสูงกว่าราคาซื้อขายทั่วไปตามโรงสี เพื่อนำไปแปรสภาพเป็นข้าวสารนำมาบรรจุถุงส่งจำหน่าย มีทั้งขนาด 1 กก., 5 กก. และ 10 กก. เนื่องจากจะสามารถสร้างรายได้ที่ดีกว่า
“อีกทั้งประชาชนยังได้บริโภคข้าวสารที่เก็บเกี่ยวใหม่ ไม่ผ่านกระบวนการขั้นตอนใช้สารเคมีในการกำจัดมอดแมลงต่างๆ และยังซื้อข้าวสารได้ในราคาถูก ได้วิตามิน จากเมล็ดข้าวครบถ้วน นอกจากนี้โรงสีชุมชนในตำบลหนองโสนยังได้ให้บริการกลุ่มเกษตรกรชาวนาในพื้นที่ สามารถนำข้าวเปลือกมาแปรสภาพเป็นข้าวสาร เพื่อนำกลับไปบริโภคในครัวเรือนฟรีโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น และมีกำลังทหารในพื้นที่คอยช่วยเหลืออีกด้วย เพื่อเป็นการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนชาวนาในช่วงราคาข้าวเปลือกตกต่ำอีกด้วย” นางสมัยกล่าว

