เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน ที่ตำรวจภูธรภาค 3 นครราชสีมา พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3(ผบช.ภ.3) พล.ต.ต.สายเพชร ศรีสังข์ รอง ผบช.ภ.3, พล.ต.ต.พรชัย นลวชัย รอง ผบช.ภ.3, พล.ต.ต.อิทธิพบ นาคคำ ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา , พล.ต.ต.ชูสวัสดิ์ จันทร์โรจนกิจ ผบก.สส.ภ.3 แถลงผลการระดมกวาดล้างอาชญากรรมความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน อาวุธสงคราม วัตถุระเบิด เครื่องกระสุนปืน ยาเสพติด และบุคคลตามหมายจับ ระหว่างวันที่ 10 ต.ค – 8 พ.ย.65 ในพื้นที่รับผิดชอบ 8 จังหวัด ประกอบด้วย ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ ยโสธร ศรีสะเกษ สุรินทร์ อำนาจเจริญ อุบลราชธานี และ บก.สส.ภ.3จับกุมผู้ต้องหาและตรวจยึดของกลางในคดีต่างๆ ดังนี้ 1. ความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน และวัตถุระเบิดจับกุม 1,956 ราย ผู้ต้องหา 1,961 คน ของกลาง อาวุธปืนไม่มีทะเบียน 588 กระบอก อาวุธปืนมีทะเบียน 3 กระบอก วัตถุระเบิด 11 ลูก และ เครื่องกระสุนปืน 3,567 นัด 2. ความผิดเกี่ยวกับจำหน่ายอาวุธปืนจับกุม 2 ราย ผู้ต้องหา 2 คนของกลาง อาวุธปืนไม่มีทะเบียนโดยผิดกฎหมาย 2 กระบอก 3. ความผิดเกี่ยวกับจำหน่ายอาวุธปืนออนไลน์จับกุม 6 ราย ผู้ต้องหา 10 คน ของกลาง อาวุธปืนไม่มีทะเบียน 6 กระบอก 4. ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดจับกุม 3,152 รายผู้ต้องหา 3,253 คน ของกลางยาบ้า 438,164 เม็ด ไอซ์ 34 กรัม และยาเค 299 กิโลกรัม และ 5.จับกุมบุคคลตามหมายจับ 591หมาย ผู้ต้องหา 571 คน

พล.ต.ท.สมประสงค์ กล่าวว่า กองบังคับการสืบสวนสอบสวน(บก.สส.)ตำรวจภูธรภาค 3 กวาดล้างการค้าอาวุธปืนออนไลน์เถื่อนตามยุทธการกำแหงสงคราม / 2 “ปฏิบัติการกวาดล้างการค้าอาวุธปืนออนไลน์เถื่อน”โดยร่วมกันออกทำการสืบสวนและปราบปราบเครือข่ายค้าปืนออนไลน์ โดยจากการสืบสวนและขยายผลพบว่ามีกลุ่มเครือข่ายที่มีการซื้อขายอาวุธปืนออนไลน์รวมถึงอุปกรณ์ส่วนควบในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 3 เป็นจำนวนหลายจุด บก.สส.ภ.3 กองกำกับการสืบสวนจังหวัด และฝ่ายสืบสวนในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 3 จึงร่วมกันวางแผนเพื่อตรวจค้นเป้าหมายทั้ง 8 จังหวัด ภายในเขตพื้นที่รับผิดชอบของตำรวจภูธรภาค 3 จุดตรวจค้น 48 จุด พบอาวุธปืน 39 กระบอก และอุปกรณ์ส่วนควบ อาทิเช่น เครื่องกระสุนปืน ท่อลดเสียง ลำกล้องปืน แมกกาซีน จำนวน 1,713 รายการ จึงแจ้งความดำเนินคดีในข้อหา “มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต มีหรือจำหน่ายซึ่งอาวุธปืนหรือเครื่องกระสุนปืนสำหรับการค้า โดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียน ครอบครองยุทธภัณฑ์ (เครื่องบังคับเสียงปืน หรือ Silencer) โดยไม่ได้รับอนุญาต” พร้อมตรวจยึดของกลางนำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ผบช.ภ. 3 กล่าวว่าปัจจุบันมีการก่ออาชญากรรมสะเทือนขวัญที่มีการใช้อาวุธปืนในการกระทำผิดอยู่บ่อยครั้งสร้างความสูญเสียแก่ชีวิต ทรัพย์สิน และความหวาดกลัวภัยของประชาชน ส่งผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของสังคมโดยรวม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จึงบัญชาให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) เร่งรัดปราบปราม ความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน อาวุธสงคราม วัตถุระเบิด และเครื่องกระสุนปืน ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และบุคคลตามหมายจับ ให้บังเกิดผลการปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ประชาชนมีความปลอดภัยในชีวิต ทรัพย์สิน และประเทศชาติมีความสงบเรียบร้อย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงสั่งการให้ทุกหน่วย เร่งรัดปราบปราม ความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน อาวุธสงคราม วัตถุระเบิด และเครื่องกระสุนปืน ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และบุคคลตามหมายจับ ให้บังเกิดผลการปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพ ดังนั้นเพื่อให้การป้องกันปราบปรามอาชญากรรมที่มีผลกระทบต่อประชาชน มีความปลอดภัยในชีวิต ทรัพย์สิน และประเทศชาติมีความสงบเรียบร้อย ตำรวจภูธรภาค 3 จึงสั่งการให้หน่วยในสังกัด 8 จังหวัดและ บก.สส.ภ. 3 ระดมกวาดล้างอาชญากรรม โดยเน้นเป้าหมายสำคัญ ได้แก่ อาวุธปืน อาวุธสงคราม วัตถุระเบิด เครื่องกระสุนปืน การจำหน่ายอาวุธปืน วัตถุระเบิด เครื่องกระสุนปืนโดยผิดกฎหมาย และจำหน่ายอาวุธปืน วัตถุระเบิด เครื่องกระสุนปืนผ่านระบบออนไลน์และโซเชียลมีเดียโดยผิดกฎหมาย ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และบุคคลตามหมายจับ อย่างจริงจัง และให้มีผลอย่างเป็นรูปธรรมดังกล่าว

