ตม.จับชาวจีนปลอมบัตร ปชช.แฝงตัวทำธุรกิจการค้าย่านสุทธิสาร

9.11.22 | 17:49 น.

เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) พล.ต.ท.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรามาศ ผบก.สส.สตม.นำกำลังตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจับกุมนายเส้า เสี่ยวปอ สัญชาติจีน อายุ 33 ปี ที่อาคารให้เช่าซึ่งเป็นที่ตั้งสมาคมเกี่ยวกับการค้าแห่งหนึ่ง ย่านสุทธิสาร กทม.หลังตกเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับสวมบัตรประชาชนปลอม ตามที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดประชุมระดับผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปคประจำปี พ.ศ.2565 ระหว่างวันที่ 14-19 พ.ย.2565 ประกอบกับนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมี พล.ต.อ.ดํารงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร.กำชับให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองดำเนินการระดมกวาดล้าง สืบสวนจับกุม ผู้กระทำความผิดตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 โดยเน้นการกระทำความผิดเกี่ยวกับการอยู่เกินกำหนดอนุญาตและความผิดอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องเพื่อเป็นการตอบสนองนโยบายของรัฐบาล และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รวมทั้งเป็นการเตรียมความพร้อมในการดูแลรักษาความปลอดภัยในการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปคทำให้การปฏิบัติงานด้านการป้องกันปราบปราม สืบสวนจับกุม เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมจึงจัดให้มีการหาคนต่างด้าวที่อยู่ในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมายในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล รวมทั้งสิ้น 30 จุด โดยกำหนดเป้าหมายหลัก เป็นคนต่างด้าวที่กระทำความผิดตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 เน้นการกระทำความผิดเกี่ยวกับการอยู่เกินกำหนดอนุญาต ความผิดอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่อง เมื่อจับกุมผู้กระทำความผิดได้แล้วให้ขยายผลการจับกุมทุกรายเพื่อให้ทราบถึงผู้ร่วมกระทำความผิด เครือข่ายของผู้กระทำความผิด และให้ดำเนินการติดตามจับกุมผู้ร่วมกระทำความผิด/เครือข่ายของผู้กระทำความผิดต่อไป รวมถึงมิจฉาชีพที่อาจใช้โอกาสช่วงนี้ในการก่ออาชญากรรม จากการสืบสวนตรวจสอบพบข้อมูลบัตรประชาชนคนไทยคนหนึ่งที่มีหน้าตาตรงกับชาวต่างชาติใช้พาสปอร์ต 2 เล่ม จึงเชื่อว่าเป็นการสวมบัตรประชาชนจึงนำกำลังเข้าจับกุมสอบสวนผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ อ้างว่าไม่มีบัตรประชาชนที่เป็นการสวมรอยชื่อคนไทย เคยมีคนมาแนะนำให้ทำแต่ว่าตนเองไม่ได้ทำส่วนอาคารที่เข้าตรวจค้นผู้ต้องหาอ้างไม่ได้เดินทางมานานแล้ว เมื่อซักถามว่าการเดินทางมามีรถตำรวจเป็นรถนำจัดหามาจากไหนนายเส้า ผู้ต้องหาให้ข้อมูลว่าเพื่อนแนะนำมาให้


พล.ต.ต.พันธนะกล่าวว่า ผู้ต้องหาอ้างว่าจะเข้ามาทำธุรกิจในไทยจึงเข้าร่วมสมาคมดังกล่าว 3-4 ปีแล้ว แต่ยังไม่ทันจะเริ่มธุรกิจยังไม่แน่ชัดว่าผู้ต้องหามีความเกี่ยวข้อง หรือดำรงตำแหน่งใดในสมาคมโดยจะต้องมีการตรวจสอบรายชื่อกับทางสมาคมอีกครั้งในการตรวจค้นพบชุดลักษณะคล้ายเครื่องแบบทหาร ที่มีเข็มกลัดชื่อผู้ต้องหารวมถึงรถผู้ต้องหาก็เป็นรถติดธงประจำประเทศทั้ง 2 ฝั่งคล้ายกับรถของสถานทูตและมีรถตำรวจนำขบวนอีก 1 คัน ซึ่ง พล.ต.อ.รอย ตรวจสอบทะเบียนด้วยสายตาแล้ว คาดว่าเป็นทะเบียนรถปกติ ไม่ใช่รถของสถานทูตแต่อย่างใด จึงเชื่อว่าเป็นการพยายามทำให้ดูเหมือนรถสถานทูตเท่านั้นส่วนรถตำรวจก็น่าจะเป็นรถปลอม นอกจากนี้ ยังพบอาวุธปืนตั้งโชว์ตามห้องโถงทางเดินอีก 6 กระบอกส่วนหนึ่งเป็นปืนบีบีกัน เบื้องต้นจะดำเนินคดีตามหมายจับ ข้อหาแจ้งความเท็จฯ และปลอมบัตรประชาชน และหลังจากนี้จะขยายผลตรวจสอบของที่พบทั้งหมด หากพบว่าเข้าข่ายความผิดเพิ่มเติมก็จะแจ้งข้อหาภายหลัง