ครูพละข่มขืน ด.ญ.ป.4 คอตกนอนคุก ศาลจังหวัดระนองไม่ให้ประกัน

10.11.22 | 17:04 น.
แฟ้มภาพ

ครูพละข่มขืนเด็กหญิง ป.4 คอตกนอนคุก ศาลจังหวัดระนอง ไม่ให้ประกันหลังมารดาเหยื่อคัดค้าน ชี้ ครูหื่นพยายามโทรหาพยาน

เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ที่ศาลจังหวัดระนอง พนักงานสอบสวน สภ.เมืองระนอง ได้ยื่นคำร้องฝากขังครั้งที่ 1 นายนพดล หรือจอม สวัสดิ์ อุบล อายุ 38 ปี ผู้ต้องหาคดีหมายเลขดำ ฝ.674/65 ข้อกล่าวหาว่ากระทำอนาจารเด็กอายุไม่เกินสิบสามปี โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม กระทำโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยเด็กนั้นอยู่ในภาวะไม่ สามารถขัดขืนได้ และกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกินสิบสามปี โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม ซึ่งเป็นการกระทำต่อศิษย์ที่อยู่ในความดูแล และพรากเด็กยังไม่เกินสิบห้าปี ไปเสียจากจากบิดา มารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล โดยปราศจากเหตุอันควร เพื่อการอนาจาร

พฤติการณ์แห่งคดี คือ เมื่อเดือน มิ.ย.-ก.ย.2565 ผู้ต้องหาซึ่งเป็นครูสอนวิชาพละได้กระทำชำเราเด็กหญิงอายุ 10 ปี ผู้เสียหายซึ่งเป็นลูกศิษย์ ที่ในห้องน้ำของโรงเรียนอนุบาลดวงกมล จนสำเร็จความใคร่ หลายครั้งแล้ว ผู้ต้องหาได้ข่มขู่ผู้เสียหายว่า ห้ามบอกพ่อแม่ หรือครูทุกคนในโรงเรียนรู้ ถ้าไม่งั้นจะถูกครูตี ต่อมาเมื่อวันที่ 3 ก.ย. น.ส.วิไลวรรณ (สงวนนามสกุล) มารดาเด็กผู้เสียหายเมื่อทราบเรื่อง จึงได้พาผู้เสียหายมาแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองระนอง เพื่อดำเนินคดีกับผู้ต้องหาให้ได้รับโทษตาม กฎหมายต่อไป

ต่อมาวันที่ 17 ต.ค.65 ผู้ต้องหาได้เข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาไว้แล้ว พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบ

เหตุเกิดที่ห้องน้ำของโรงเรียนอนุบาลดวงกมล ถนนเรืองราษฎร์ ต.เขานิเวศน์ อ.เมือง จ.ระนอง

Advertisement

การกระทำของผู้ต้องหาเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277 วรรคสอง, 279 วรรคสอง, 283 ทวิวรรคสอง, 285 ,317 อัตราโทษ จำคุกตั้งแต่เจ็ดปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนสี่หมื่นบาทถึงสี่แสนบาท หรือจำคุกตลอดชีวิต

ในชั้นสอบสวนผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

ทั้งนี้ ขออนุญาตฝากขังผู้ต้องหาระหว่างการสอบสวน มีกำหนด 12 วัน นับตั้งแต่วันที่ 9-20 พ.ย.65

ท้ายคำร้อง พนักงานสอบสวนไม่คัดค้านการขอปล่อยชั่วคราว แต่ผู้เสียหายได้ยื่นคัดค้านการปล่อยชั่วคราวเนื่องจากเกรงผู้ต้องหาจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน เนื่องจากผู้ต้องหาได้โทรศัพท์ไปหามารดาของเด็กหญิง ซึ่งเป็นมารดาของพยาน

ศาลพิจารณาคำร้องฝากขังแล้ว อนุญาตให้ฝากขังได้

ต่อมาผู้ต้องหายื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว

ศาลมีคำสั่ง พิเคราะห์แล้ว เห็นว่าคดีมีอัตราโทษสูง หากให้ปล่อยชั่วคราวเกรงว่าจะหลบหนี ประกอบกับผู้เสียหายคัดค้านการปล่อยชั่วคราว เนื่องจากผู้ต้องหาจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน จึงยกคำร้อง