เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน ร.ต.อ.ชรัณ ปาณะศรี รอง สว.ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล., ร.ต.ท.วิมล แก้วชู รอง สว.(ป.) ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล., ส.ต.อ.สราวุธ กรรณสุรางค์ ผบ.หมู่ ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล.ร่วมกันจับกุม นายบุญธรรม ชลาสินธุ์ อายุ 48 ปี ชาว อ.เมือง จ.เพชรบุรี และ 29 ชายชาวเมียนมา
พร้อมของกลาง รถยนต์กระบะตู้ทึบ ยี่ห้อ อีซูซุ สีขาว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนด้านท้าย ส่วนด้านหน้าติดแผ่นป้ายทะเบียน บพ 7776 เพชรบุรี จำนวน 1 คัน โดยแจ้งข้อหานายบุญธรรม “ผู้ใดรู้ว่าคนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง ให้ที่พักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยเหลือด้วยประการใด ๆ ให้บุคคลต่างด้าว ซึ่งตนรู้ว่าหลบหนีเข้าเมืองพ้นไปจากการจับกุม (ม.64 ตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522)” และ 29 ชายชาวเมียนมา “เป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต”
สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล. ได้รับแจ้งจากสายลับว่า จะมีรถยนต์กระบะตู้ทึบ ยี่ห้อ อีซูซุ สีขาว ทะเบียน บพ 7776 เพชรบุรี บรรทุกแรงงานต่างด้าว สัญชาติเมียนมา ลักลอบ เข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย
เบื้องต้นทราบว่า ทั้งหมดเดินทางมาจาก จ.ประจวบคีรีขันธ์ มุ่งหน้าไปยังจ.ชุมพร หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล. ได้รับทราบ จึงได้นำกำลังออกตรวจสอบในพื้นที่ตามเส้นทาง กระทั่งพบรถยนต์กระบะตู้ทึบ ยี่ห้อ อีซูซุ สีขาว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนด้านท้าย แต่ติดแผ่นป้ายทะเบียนด้านหน้า ทะเบียนหมายเลข บพ 7776 เพชรบุรี ขับผ่านมาบริเวณถนนสายเอเชีย 41 (ฝั่งขาล่องใต้) ระหว่าง กม.22-23 ต.วิสัยใต้ อ.สวี จ.ชุมพร ตามที่สายลับได้แจ้งไว้ ชุดจับกุมจึงได้ส่งสัญญาณ ให้หยุดเพื่อทำการตรวจสอบ แต่รถคันดังกล่าวกลับเร่งเครื่องพยายามหลบหนี โดยเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ได้ขับไล่ติดตามไปจนถึงทางแยกสวี รถยนต์กระบะตู้ทึกคันดังกล่าวจึงหยุดให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมเข้าตรวจสอบพบ
นายบุญธรรม เป็นผู้ขับขี่ รับสารภาพว่า ได้บรรทุกแรงงานต่างด้าว สัญชาติเมียนมา และตนทราบว่าแรงงานต่างด้าวทั้งหมดไม่มีหนังสืออนุญาตให้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรจากหน่วยงานใด ๆ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้นำรถยนต์กระบะตู้ทึบ คันดังกล่าวพร้อมผู้ถูกจับกุมมาที่ หน่วยบริการประชาชนตำรวจทางหลวงท่าแซะ เพื่อทำการตรวจสอบและสอบปากคำ
เบื้องต้นภายในรถ พบแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมา จำนวน 29 คน พร้อมตรวจสอบเพิ่มเติม ไม่พบหนังสือเดินทางหรือเอกสารที่ออกโดยเจ้าหน้าที่รัฐที่ยินยอมให้เข้ามาในราชอาณาจักรแต่อย่างใด ทั้งนี้ บุคคลต่างด้าวทั้งหมดได้ว่าจ้างให้ไปส่งยังจุดหมายโดยผ่านนายหน้า ซึ่งมี นายบุญธรรม เป็นผู้ขับขี่เมื่อถึง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา บุคคลต่างด้าวทั้งหมดจะจ่ายเงินค่าจ้างให้กับนายหน้า เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม จึงแจ้งข้อหา “เป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” จากนั้น ได้นำตัวบุคคลต่างด้าวทั้งหมด ส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรสวี จ.ชุมพร ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปทั้งนี้ ตำรวจทางหลวง จะดำเนินการอย่างเข้มงวดเพื่อกวดขันผู้กระทำความผิดบนเส้นทางหลวง อย่างเคร่งครัด หากประชาชนพบเห็นการกระทำความผิด สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 1193 ตำรวจทางหลวง


