เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน ที่ศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร (บก.02) พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้ช่วย ผบ.ตร. พร้อมด้วยผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศ ร่วมประชุมตรวจความพร้อม ในการอำนวยความสะดวก ด้านการจราจร การบริหารจัดการขบวนรถผู้เข้าร่วมประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจ”เอเปค” 2565 หรือ “APEC 2022” ครั้งที่ 29 ที่รัฐบาลไทยเป็นเจ้าภาพ ระหว่างวันที่ 18 – 19 พ.ย. 2565 โดยมี พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง ผบช.น. (รับผิดชอบงานจราจร), ผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศ, ผบก.จร., รอง ผบก.น 1, 2, 5, 6. 7, 8 และ จร. (รับผิดชอบงานจราจร), คณะทำงานบริหารจัดการขบวนรถนำ, ผู้บริหารขบวนรถ, รองผู้บริหารขบวนรถ, รอง ผกก.จร. และ สว.จราจร ในพื้นที่เข้าร่วมประชุม
พล.ต.ท.ประจวบ กล่าวว่าการประชุมครั้งนี้ เป็นการตรวจสอบ ติดตาม การอำนวยความสะดวกการจราจร และการซักซ้อมแผนการเข้าที่หมายต่างๆ ในการจัดการประชุม “เอเปค” 2022 ขอยืนยันว่า “ตำรวจนครบาล” และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีความพร้อมเต็มที่ในการจัดการจราจร จากที่ผ่านมามีการประชุมซักซ้อมมาอย่างต่อเนื่อง และจะมีการซ้อมใหญ่แบบเต็มรูปแบบ ทั้งขบวนผู้นำจากสนามบินไปที่พัก จากที่พักไปยังสถานที่จัดการประชุม และจะมีการสรุปอีกครั้งว่าติดขัดตรงไหนอย่างไร การซ้อมแผน จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 12 พ.ย.ตลอดทั้งวัน – ทั้งคืน และข้ามไปสู่รุ่งเช้าของวันที่ 13 พ.ย.
พล.ต.ท.ประจวบ กล่าวอีกว่า มีบางเส้นทางที่ต้องปิดการจราจรตลอด 24 ชม. โดยเจ้าหน้าที่จะบริหารจัดการให้กระทบกับประชาชนน้อยที่สุด พร้อมยืนยันว่า ตำรวจไม่ปิดกั้นการจัดกิจกรรมหรือชุมนุม แต่ขอให้อยู่ในกรอบของกฎหมายและคำนึงถึงประเทศชาติ พร้อมขอให้คนไทยทุกคนร่วมกันเป็นเจ้าภาพที่ดี ให้การประชุมครั้งนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยเพื่อชื่อเสียงของประเทศ
พล.ต.ต.จิรสันต์ ในฐานะรอง ผบช.น. ที่รับผิดชอบงานจราจร เปิดเผย 2 เส้นทางที่จะปิดการจราจรตลอด 24 ชม.ประกอบด้วย เส้นทางถนนรัชดาภิเษกจาก แยกพระราม4-อโศกมนตรี / และจุดตัดพระราม 4 ถึงถนนสุขุมวิท ซึ่งเปิดให้ประชาชนที่พักอาศัยลงทะเบียนเพื่อรับบัตรผ่านเข้าออกเส้นทางดังกล่าวแล้ว ซึ่งมีประชาชนลงทะเบียนแล้วกว่า 2 หมื่นราย ส่วนบางเส้นทางที่ปิดบางช่วงจัดเดินรถทางเดียวเพื่อแก้ปัญหาการจราจร ส่วนรถนำขบวนต่างๆ มีการตรวจเช็คสภาพความเรียบร้อยพร้อมจัดรถไว้เสริม กรณีเกิดเหตุขัดข้อง ส่วนเจ้าหน้าที่คนขับได้มีการอบรมและซักซ้อมตั้งแต่เดือนตุลาคม ที่ผ่านมาแล้ว สำหรับผู้นำชาติต่างๆ ที่เข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ ยังไม่มีชาติใดร้องขอกำลังหรือการอารักขาเป็นพิเศษ โดยการดูแลความปลอดภัยเป็นไปตามมาตรฐานเดียวกัน โดยขณะนี้เริ่มมีเจ้าหน้าที่และทีมงานของผู้นำแต่ละประเทศเดินทางมาไทยแล้ว

