โฆษก ตร.ระบุจัดชุมนุมเอเปคต้องแจ้ง หน.สน. แนะเลี่ยงเส้นทาง 16-19 พ.ย.

13.11.22 | 14:49 น.

โฆษก ตร.แนะเลี่ยงเส้นทางประชุมเอเปค 2022 ห้วง 16-19 พ.ย.นี้ งดให้บริการ MRT ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ พร้อมเตือนการชุมนุมในพื้นที่ห้ามผิดกฎหมาย ชวนคนไทยเป็นเจ้าภาพที่ดี


เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง โฆษก ตร. กล่าวถึงการบริหารจัดการจราจร และข้อห่วงใยการชุมนุมตามมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัยในการประชุมเอเปค 2022 ว่า พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. สั่งการให้ทุกหน่วยเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติเพื่อรองรับการประชุมเอเปค 2565 มาต่อเนื่องในทุกภารกิจ ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงขอประชาสัมพันธ์เน้นย้ำขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงเส้นทางบริเวณโดยรอบศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ห้วงระหว่างวันที่ 16-19 พฤศจิกายน โดยเส้นทางที่อาจได้รับผลกระทบด้านการจราจร ได้แก่

1) ถนนรัชดาภิเษก แยกอโศกมนตรี-แยกพระราม 4 และถนนดวงพิทักษ์ตลอดสาย ขอให้งดใช้ตลอด 24 ชม.

2) ถนนเพลินจิต (ขาเข้า), ถนนวิทยุ (ช่องทางหลัก) ตั้งแต่แยกเพลินจิต-แยกสารสิน, ถนนราชดำริ (ฝั่งขาเข้า) ตั้งแต่แยกราชประสงค์-แยกราชดำริ, ซอยต้นสนตลอดสาย และซอยร่วมฤดีตลอดสาย ขอให้งดใช้ช่วงเวลาตั้งแต่ 18.00-06.00 น.ของวันถัดไป

Advertisement

3) จัดเดินรถทางเดียว (one way) ตั้งแต่เวลา 18.00-06.00 น. ถนนราชดำริ (ขาออก) ตั้งแต่แยกราชดำริ-แยกราชประสงค์, ถนนวิทยุ (ขาออกช่องคู่ขนาน) ตั้งแต่แยกสารสิน-แยกเพลินจิต และถนนเพลินจิต (ฝั่งขวา) ตั้งแต่แยกใต้ด่วนเพลินจิต-แยกราชประสงค์

มีการปิดให้บริการสถานี MRT ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ งดจอดรับส่งผู้โดยสาร ตั้งแต่วันที่ 16 พฤศจิกายน เวลา 00.01-จนถึงวันที่ 19 พฤศจิกายน เวลา 18.00 น.

พร้อมกับปิดให้บริการสวนป่าเบญจกิติในวันที่ 14-19 พฤศจิกายน เนื่องจากสวนดังกล่าวจะเป็นที่ตั้งของฝ่ายความมั่นคง และเป็นสถานที่ใกล้กับจุดที่มีการประชุม จึงต้องให้เกิดความปลอดภัยอย่างสูงสุด

นอกจากนี้ คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้กำหนดวันหยุดราชการเป็นกรณีพิเศษในเขตกรุงเทพมหานคร จังหวัดนนทบุรี และจังหวัดสมุทรปราการ ในช่วงการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค 2022 ระหว่างวันที่ 16-18 พฤศจิกายน รวมทั้งให้สถานศึกษาในเขตกรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ ทุกสังกัด หยุดการเรียนการสอนเพื่อบรรเทาปัญหาการจราจร อำนวยความสะดวกในการเดินทางของผู้เข้าร่วมการประชุม รวมทั้งเพื่อให้การอารักขาและการรักษาความปลอดภัยผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปคเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพสูงสุด

สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เปิดสายด่วน 1197 บก.จร.ให้ประชาชนสอบถามการจราจร และเส้นทางเลี่ยงในห้วงดังกล่าว

ส่วนประเด็นการชุมนุม โฆษก ตร.กล่าวว่า ตามที่ปรากฏข้อมูลว่าจะมีการนัดชุมนุมเพื่อแสดงความคิดเห็นด้านต่างๆ ในห้วงการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปคนั้น สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอเรียนให้ทราบว่า แม้ว่าการชุมนุมสาธารณะจะเป็นสิทธิกระทำได้ตามกฎหมาย แต่ต้องอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย ไม่กระทบสิทธิบุคคลอื่น และไม่กระทบต่อมาตรการรักษาความปลอดภัยของการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค โดยหากจะมีการยื่นข้อเรียกร้อง หรือแสดงความคิดเห็นต่างๆ ได้จัดสถานที่อำนวยความสะดวกสำหรับการยื่นหนังสือไว้แล้ว ขอให้ไปยื่นตามสถานที่ที่ได้จัดไว้ให้

และขอประชาสัมพันธ์เพิ่มเติมว่า ผู้ประสงค์จะจัดการชุมนุมต้องแจ้งการชุมนุมต่อหัวหน้าสถานีตำรวจแห่งท้องที่นั้นล่วงหน้า และตามที่ได้มีประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง การกำหนดสถานที่ตามนัยมาตรา 8(5) แห่ง พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 กำหนดสถานที่จัดการประชุม 1 แห่ง และโรงแรมที่พัก จำนวน 19 แห่ง เป็นสถานที่ต้องห้ามมิให้มีการชุมนุมกีดขวางทางเข้า-ออก รบกวนการปฏิบัติงาน หรือการใช้บริการของสถานที่ดังกล่าว หากมีการฝ่าฝืน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และเจ้าพนักงานอาจจะมีการกำหนดเงื่อนไขหรือมีคำสั่งให้ถือปฏิบัติ หากฝ่าฝืนโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ในส่วนมาตรการความปลอดภัยเพิ่มเติม ตร.ได้ร่วมหารือกับการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย กำหนดเขตพื้นที่ห้ามบินอากาศยาน โดยเฉพาะอากาศยานไร้คนขับ และอากาศยานที่ไม่ได้รับอนุญาตให้บิน ในพื้นที่ กทม.ตั้งแต่วันที่ 13-21 พ.ย.65 (No fly zone) เพราะฉะนั้นในช่วงเวลาดังกล่าวหากมีโดรนหน่วยงานราชการใด หรือของเอกชนมาบินก็จะถูกชุดแอนตี้โดรนเข้าไปดำเนินการทันที

โฆษก ตร.กล่าวอีกว่า ขอความร่วมมือประชาชนในการร่วมกันเป็นเจ้าภาพที่ดีในการจัดประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค อันจะเป็นการสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศ ดึงดูดนักท่องเที่ยว ส่งเสริมการค้าและการลงทุน สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและรายได้ให้กับประเทศไทยต่อไป ตลอดจนแจ้งเบาะแส ข้อมูล หรือสิ่งผิดปกติให้กับ ตร.ได้ตลอดเวลา ที่สายด่วน 191 หรือ 1599