‘บิ๊กโจ๊ก’ ประกาศ จับให้หมด กลุ่มทุนจีนสีเทา-คนไทยเอี่ยว

13.11.22 | 15:58 น.

‘บิ๊กโจ๊ก’ สั่งเร่งรัดคดีทุนจีนนอมินีถือ 2 สัญชาติ เตรียมขอทั้งหมายจับ-หมายค้น จ่อเรียกสอบคนไทยสวมชื่อซื้อรถหรู-อสังหาฯ คาดไม่เกิน 2-3 สัปดาห์รู้ผล

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 13 พฤศจิกายน ที่สโมสรตำรวจ ถนนวิภาวดี พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ต.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รอง ผบช.ภ.1 เดินทางมาประชุมติดตามความคืบหน้าคดีกลุ่มชาวจีนลงทุนทำธุรกิจนอมินีในประเทศไทย โดยมีคณะทำงานสืบสวนสอบสวนเข้าร่วมประชุม

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวว่า วันนี้ได้เรียกประชุมทั้งฝ่ายสืบสวนของ ตร.และ บช.น. เกี่ยวกับเรื่องทุนจีนทั้งหมด รวมถึงที่นำยาเสพติดเข้ามาในประเทศ วันนี้จะไม่ได้มองคนจีนทั้งหมดเป็นอาชญากร ซึ่งได้ปรึกษาหารือกับเอกอัครราชทูตจีน ซึ่งในประเทศจีนเองก็มีการปราบปรามในเรื่องนี้อยู่แล้ว กลุ่มทุนสีเทาเหล่านี้ส่วนใหญ่จะมี 2 สัญชาติต่างกับคนจีนที่มีสัญชาติเดียว จึงทำให้เห็นว่าส่อไปในทางที่จะเข้ามาทำเรื่องไม่ดีและไม่อยากกลับประเทศจริง

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวอีกว่า วันนี้จะเอาข้อมูลทั้งหมด มาบูรณาการร่วมกันทั้งเส้นทางการเงิน ความเชื่อมโยงถึงบุคคลอื่น และในเรื่องสำนวนการสอบสวน คาดน่าจะมีความชัดเจนยิ่งขึ้น และจะมีการออกหมายจับให้ครบในเรื่องคดีของกลุ่มทุนจีน ได้มีการเร่งรัดให้ดำเนินการให้เรียบร้อยภายใน 2-3 สัปดาห์นี้ ใครที่อยู่เมืองไทยจะต้องจับให้หมดรวมถึงคนไทยที่ให้การช่วยเหลือ ไม่ว่าจะมีตำแหน่งใดก็ตาม ถ้าพยานหลักฐานไปถึงใครก็จะดำเนินคดี ในส่วนคนจีนที่หลบหนีไปแล้วก็จะขออนุมัติหมายจับตำรวจสากลหรืออินเตอร์โพลออกหมายแดงเพื่อประกาศสืบจับไปทั่วโลก

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวต่อว่า ล่าสุดได้มีการขอหมายค้นทั้งหมด 30 จุด เพื่อไล่ตรวจสอบ เช่น รถเป็นของใคร ซื้อที่ไหน อาวุธปืนเป็นของใคร ซึ่งคนไทยที่มีชื่อเป็นเจ้าของจะต้องเอาตัวมาสอบทั้งหมด เพราะฉะนั้นการที่ค้นคอนโดฯและตามตึกต่างๆ จะเห็นได้ว่าคนจีนเหล่านี้มีการซื้อหมดทั้งฟลอร์ มีการตรวจยึดได้ทรัพย์สินต่างๆ และนำมารวบรวมไว้ในข้อมูลเดียวทั้งหมด

Advertisement

“การทำงานของเจ้าหน้าที่ต้องเป็นไปด้วยความละเอียดเพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน โดยเฉพาะกลุ่มทุนจีนเหล่านี้ เป็นกลุ่มที่มีกำลังเงินสูง เราจะดำเนินคดีเราต้องรอบคอบรัดกุมชัดเจนแน่นอนการสู้กับคนรวยก็จะยากกว่า การสู้กับกลุ่มคนที่มีฐานะด้อยกว่า แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะกลัวถูกฟ้อง แต่เพื่อให้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้วไม่หลุด ทั้งนี้ขอเวลาในการประชุมรวบรวมข้อมูลเพื่อให้เกิดความชัดเจนแล้วจะแจ้งให้สื่อมวลชนทราบต่อไป” พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าว