ศูนย์จีโนมฯ เตือนระวัง! โควิดเดลตาครอน XBC เผยฟิลิปปินส์ติดกว่าร้อยราย ชี้แพร่เร็ว โจมตีปอด

13.11.22 | 17:35 น.
(Photo by Noel CELIS / AFP)

ศูนย์จีโนมฯ เตือนระวัง! โควิดเดลตาครอน XBC เผยฟิลิปปินส์ติดกว่าร้อยราย ชี้แพร่เร็ว โจมตีปอด

เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2565 ศูนย์จีโนมทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล โพสต์แจ้งเตือนให้เฝ้าระวังโรคโควิด-19 เชื้อ “เดลตาครอน XBC” ลูกผสมระหว่างเชื้อเดลต้า และโอมิครอน BA.2 ที่ล่าสุดพบว่าเริ่มมีผู้ป่วยติดเชื้อหลักร้อยรายในประเทศฟิลิปปินส์

ทั้งนี้ข้อความระบุว่า ระวัง “เดลตาครอน XBC” ลูกผสมระหว่าง “เดลต้า” และ “โอมิครอน BA.2” พบระบาดในฟิลิปปินส์มากกว่า 193 ราย! กลายพันธุ์ไปมากกว่า XBB และ BQ.1

นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกจับตามอง ‘เดลตาครอน’ ซึ่งในช่วงการระบาดของโควิด-19 ปลายปีที่ 3 ซึ่งโอมิครอนกำลังอ่อนกำลังดูเหมือน ‘เดลตาครอน’ หลายสายพันธุ์จะระบาดขึ้นมาแทนที่ เช่น XBC, XAY, XBA และ XAW (ภาพ 1) โดยเฉพาะเดลตาครอน “XBC” มีการกลายพันธุ์ต่างไปจากโควิด-19 สายพันธ์ดั้งเดิม “อู่ฮั่น” มากที่สุดถึงกว่า “130” ตำแหน่ง (ภาพ 2)

‘เดลตาครอน’ จากรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนมประเมินว่า เป็นไวรัสโควิด-19 ที่มีศักยภาพในการโจมตีปอดอย่าง “เดลต้า” และสามารถแพร่ระบาดได้รวดเร็วเหมือน “โอมิครอน”

Advertisement

เมื่อต้นปี 2565 ที่ผ่านมา มีรายงานการตรวจพบ “เดลตาครอน” ในประเทศฟิลิปปินส์ แต่ก็ไม่เกิดการระบาดขยายวง จากนั้นก็สูญพันธุ์ไป แต่มาในช่วงปลายปี 2565 กลับพบ “เดลตาครอน” ในประเทศฟิลิปปินส์อีกครั้ง ในรูปแบบของโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ XBC, XBA, XAY และ XAW ระบาดขึ้นมาใหม่ (ภาพ 3)

ในกรณีที่เลวร้ายที่สุด (worst-case scenario) ลูกผสมเดลต้า-โอมิครอน อาจมีอันตรายถึงตายได้พอๆ กับสายพันธุ์เดลต้า ซึ่งคร่าชีวิตผู้ที่ติดเชื้อไปประมาณร้อยละ 3.4 ซึ่งสูงกว่าอัตราการเสียชีวิตของโอมิครอนเกือบ 2 เท่า ตามผลการศึกษาในปี 2565 ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Nature Reviews Immunology นอกจากนี้ “เดลตาครอน” อาจมีความสามารถในการแพร่ติดต่อได้อย่างรวดเร็วเช่นเดียวกับโอมิครอน

การทำนายความรุนแรงของสายพันธุ์ลูกผสมเป็นเรื่องยาก เนื่องจากนักวิทยาศาสตร์ไม่แน่ใจว่า เหตุใดโอมิครอนจึงดูเหมือนจะทำให้เกิดโรคโควิด-19 ที่รุนแรงน้อยกว่า เมื่อเทียบกับเดลต้า

นักวิทยาศาสตร์ไม่ยังเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่า ทำไมโควิด-19 จึงเปลี่ยนจาก “โรคทางเดินหายใจส่วนล่าง” ในช่วง 2 ปีแรกที่เดลต้าและสายพันธุ์ก่อนหน้าระบาดมาเป็น “โรคทางเดินหายใจส่วนบน” ที่มีความรุนแรงน้อยลง การเปลี่ยนแปลงอาจเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงนอกเหนือไปจากโปรตีนหนาม ซึ่งไวรัสใช้ในการเกาะติดเซลล์ของมนุษย์และหลบเลี่ยงภูมิคุ้มกัน

ทำไมประเทศไทยควรกังวล เพราะประเทศฟิลิปปินส์หนึ่งในอาเซียนที่อยู่ใกล้ประเทศไทย ขณะนี้ตรวจพบผู้ติดเชื้อโอมิครอน XBB จำนวนถึง 81 ราย พร้อมไปกับพบลูกผสม XBC ใน 11 จังหวัด ถึง 193 ราย
นักวิทยาศาสตร์อาเซียนได้ช่วยกันถอดรหัสพันธุกรรมไวรัสโคโรนา 2019 และแชร์ไว้บนฐานข้อมูลรหัสพันธุกรรมโควิดโลก “กิสเสด (GISAID)”

ลูกผสม XBB

  • สิงคโปร์ 1,137 ราย 12.154%
  • อินโดนีเซีย 90 ราย 0.623%
  • บรูไน 77 ราย 4.254%
  • มาเลเซีย 32 ราย 0.358%
  • ฟิลิปปินส์ 20 ราย 0.490%
  • กัมพูชา 1 ราย 0.197%

ลูกผสม XBC

  • ฟิลิปปินส์ 35 ราย 0.857%
  • บรูไน 15 ราย 0.829%
  • สิงคโปร์ 1 ราย 0.011%
  • มาเลเซีย 1 ราย 0.011%

สายพันธุ์ลูกผสม “XBB” และ “XBC” จากฐานข้อมูลรหัสพันธุกรรมโควิดโลก “กิสเสด (GISAID)” ยังไม่พบในประเทศไทย