ก้าวไกลยื่นศาลปกครองหยุดดีลรถไฟฟ้าสายสีส้ม ป้องกันค่าโง่ 6.8 หมื่นล้าน

14.11.22 | 13:32 น.

ก้าวไกลยื่นศาลปกครองหยุดดีลรถไฟฟ้าสายสีส้ม ป้องกันค่าโง่ 6.8 หมื่นล้านบาท เรียกร้อง รมว.คมนาคมเเจงส่วนต่างมีจริงหรือไม่


เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 14 พฤศจิกายน ที่ศาลปกครองกลาง ถนนเเจ้งวัฒนะ นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ และนายณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เดินทางมายื่นฟ้อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม, การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย, คณะกรรมการคัดเลือกตามมาตรา 36 แห่งพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนฯ, กระทรวงคมนาคม เป็นผู้ถูกฟ้องที่ 1-4 ต่อศาลปกครองขอให้พิจารณาหยุดสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีส้ม ขอให้ศาลปกครองกลางพิจารณาคำขอใน 4 ประเด็น ได้แก่

1.ยกเลิกการประมูลที่มีปัญหาจัดการประมูลใหม่ให้มีการแข่งขันอย่างเสรีและเป็นธรรม โดยอย่างน้อย บีทีเอส (BTS) และบีอีเอ็ม (BEM) ต้องเข้าได้

2.รฟม.ต้องเข้าชี้แจงต่อคณะอนุกรรมาธิการ โดยไม่ปฏิเสธอำนาจนิติบัญญัติอย่างที่ได้เบี้ยวมา 2 ครั้ง

Advertisement

3.เปลี่ยนคณะกรรมการคัดเลือกตามมาตรา 36 ของ พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ เพื่อให้มีความโปร่งใส เนื่องจากเรื่องนี้เป็นคดีใหญ่ มูลค่าสูง และมีรายละเอียดมาก

4.คาดว่าศาลคงต้องใช้เวลาพิจารณามากพอสมควร จึงได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งกำหนดมาตรการคุ้มครองชั่วคราวก่อนการพิพากษา และขอไต่สวนฉุกเฉินเพื่อระงับยับยั้งไม่ให้เซ็นสัญญาก่อน เพราะหากปล่อยไป รัฐบาลหน้าจะตามไปแก้ไขอะไรได้ยากและอาจทำให้เกิด ค่าโง่ก้อนใหม่

นายสุรเชษฐ์กล่าวว่า โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มถือเป็นทุจริตครั้งใหญ่ของรัฐบาลชุดนี้ที่มีมูลค่าจำนวน 68,000 ล้านบาท ตนและพรรคก้าวไกลขอยื่นให้ศาลปกครองหยุดยั้งโครงการนี้ หากปล่อยให้มีการอนุมัติประเทศไทยต้องเสียผลประโยชน์มหาศาล ซึ่งเรื่องนี้ตนได้เคยอภิปรายไม่ไว้วางใจไปแล้วไปเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2564 ว่าตัวเลข 68,000 ล้านบาท เกิดจากกระบวนการปั้นตัวเลขมา ปั่นโครงการและในวันนี้ใกล้จะปันผลประโยชน์สำเร็จแล้ว หากศาลปกครองไม่ออกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว เรื่องนี้จะถูกส่งไปยังที่ประชุมคณะรัฐมนตรี แน่นอนว่าเมื่อไปถึง ครม.ซึ่งจะทำให้เงินภาษีของประชาชนถูกใช้เกินจำเป็น 68,000 ล้านบาท

“ผมและพรรคก้าวไกล ยอมไม่ได้อย่างเด็ดขาด จึงได้มายื่นฟ้องผู้ถูกฟ้องทั้งหมด นอกจากนี้ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ โครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่เคยให้โอกาส รฟม.มาชี้แจงเรื่องรถไฟฟ้าสายสีส้มแล้วถึง 2 ครั้ง แต่ รฟม.ไม่มาชี้แจง ซึ่งอนุกรรมาธิการพบความผิดปกติคือ 1.การเปลี่ยนเกณฑ์การประมูลกลางอากาศการยกเลิกการประมูลครั้งก่อนโดยที่ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาว่า ‘การยกเลิกการประมูลดังกล่าวมิชอบด้วยกฎหมาย’ 2.การกีดกันบีทีเอส ไม่ให้มีสิทธิเข้าประมูลรอบใหม่คุณสมบัติต้องห้ามของผู้ผ่านการพิจารณาข้อเสนอด้านคุณสมบัติการคิดราคากลาง 3.คาดส่วนแบ่งรายได้ในอนาคตเป็นศูนย์เพราะไม่มีความพยายามของคณะกรรมการคัดเลือกในการรักษาผลประโยชน์ให้กับรัฐ 4.ที่สำคัญส่วนต่าง 68,000 ล้านมีอยู่จริง ต้องไปพิสูจน์ทราบให้ได้ว่าทำไมการประมูลรอบแรก หากบีทีเอส ชนะ รัฐจะอุดหนุนเพียง 9,675 ล้านบาท แต่ในการประมูลรอบสองซึ่ง บีอีเอ็ม ชนะ รัฐต้องอุดหนุนมากถึง 78,288 ล้านบาท ทั้งๆ ที่ในทางเทคนิคก็คือสร้างสิ่งเดียวกัน คือรถไฟฟ้าสายสีส้ม แบบการก่อสร้างก็ไม่ได้เปลี่ยน ยาวเท่าเดิม สถานีเท่าเดิม สุดท้ายฝากไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมต้องรับผิดชอบในเรื่องนี้ ต้องออกมาชี้แจงแบบไม่ต้องโบ้ยให้คนอื่นไปชี้แจงแทนให้ได้ว่าส่วนต่าง 68,000 ล้าน หายไปไหน ทำไมบีทีเอส โดนกีดกันทั้งๆ ที่ก็รู้กันอยู่ว่าในทางปฏิบัติมันมีแค่ 2 เจ้า เรื่องนี้ยอมไม่ได้ เพราะหากปล่อยไป คนอนุมัติรวย นายทุนยิ้ม ประชาชนจ่ายส่วนต่าง 68,000 บาท” สุรเชษฐ์กล่าว