ภาพหาชมยาก ‘เสือไฟ’ แมวป่าขนาดกลาง ที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว ขึ้นบัญชี 1 ไซเตส
เพจเฟซบุ๊ก เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว Phu Khieo Wildlife Sanctuary ได้เผยแพร่ภาพที่ถ่ายโดย จิราวรรณ คล้ายทอง โดยถ่ายไว้เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2565 ซึ่งเป็นภาพ “เสือไฟ” แมวป่าขนาดกลาง
โดยระบุข้อความว่า
เสือไฟ (Asiatic Golden Cat) อยู่ในอันดับ (Order): Carnivora วงศ์ (Family) : Felidae มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า (Scientific name) : Catopuma temminckii สถานภาพด้านการอนุรักษ์(IUCN) จัดอยู่ในหมวด NT หรือ ใกล้ถูกคุกคาม

เสือไฟเป็นเสือที่มีขนาดกลาง รูปร่างบึกบึน ขาค่อนข้างยาว ลำตัวสีเรียบ มีลวดลายน้อย มีสีพื้นน้ำตาลแดงจนถึงแดงคล้ายเก้ง มองผ่านๆ อาจจะนึกว่าเก้งก็ได้ บางตัวอาจจะมีสีดำ/น้ำตาล/เทา มีลักษณะเด่นบริเวณใบหน้าที่มีแถบสีขาวเหนือตา และแก้ม หางยาวปลายหางด้านล่างมีสีขาวตลอด ท้องและใต้หางมีสีขาว มักหากินในเวลากลางคืนและล่าเหยื่อตามลำพังบนพื้นดิน มีอาหารที่ชอบกินคือหนู กระต่าย ลูกเก้ง และนกเล็กๆ พบอาศัยอยู่ตามป่าดิบและป่าเบญจพรรณ มีระยะเวลาในการตั้งท้องประมาณ 100 วัน ออกลูกครั้งละ 1 – 2 ตัวเพียงเท่านั้น (เราจึงพบน้องไม่บ่อยนัก) น้ำหนักตัวประมาณ 12-15 กิโลกรัม

ทั้งนี้ เพจ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ยังได้ลงข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่า เสือไฟประสบปัญหาถูกคุกคามจากภัยหลายด้าน ภัยที่ร้ายแรงที่สุดคือการสูญเสียถิ่นที่อยู่อาศัย และรองลงมาคือการล่าเพื่อเอาหนังและกระดูก บางครั้งเสือไฟก็ถูกชาวบ้านฆ่าตายเมื่อไปจับสัตว์เลี้ยงในฟาร์มกิน ด้วยเหตุนี้ไซเตสจึงจัดเสือไฟไว้ในบัญชีหมายเลข 1

เว็บไซต์ กองคุ้มครองพันธุ์สัตว์ป่าและพืชป่าตามอนุสัญญา ได้เผยแพร่ข้อมูลว่า
การค้าสัตว์ป่าและพืชป่าและผลิตภัณฑ์ระหว่างประเทศจะถูกควบคุมโดยระบบใบอนุญาต (Permit) และหนังสือรับรอง (Certificate) ในการนำเข้า (Import) ส่งออก (Export) ส่งกลับออกไป (Re-export) และนำเข้าจากทะเล (Introduction from the Sea)
ชนิดพันธุ์ของสัตว์ป่าและพืชป่าที่อนุสัญญาไซเตสควบคุม (CITES species) จะระบุไว้ใน บัญชีหมายเลข 1 2 และ 3 (Apendices) ตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้
บัญชี 1
เป็นชนิดพันธุ์ของสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ห้ามค้าโดยเด็ดขาด ยกเว้นเพื่อการศึกษา วิจัย หรือเพาะพันธุ์ ซึ่งต้องได้รับความยินยอมจากประเทศที่จะนำเข้าเสียก่อน ประเทศส่งออกจึงจะออกใบอนุญาตส่งออกได้ ทั้งนี้ต้องคำนึงถึงความอยู่รอดของชนิดพันธุ์นั้นๆ ด้วย
ตัวอย่างชนิดพันธุ์ในบัญชี 1 เช่น ช้างเอเชีย เสือโคร่ง ลิงอุรังอุตัง จระเข้น้ำจืด จระเข้น้ำเค็ม เต่ามะเฟือง ปลายี่สกไทย เป็นต้น

บัญชี 2
เป็นชนิดพันธุ์ของสัตว์ป่าและพืชป่าที่ยังไม่ใกล้สูญพันธุ์ สามารถค้าได้แต่ต้องมีการควบคุมเพื่อป้องกันไม่ให้มีการใช้ประโยชน์ที่มากเกินไปจนส่งผลกระทบต่อการอยู่รอดของชนิดพันธุ์
ทั้งนี้ ชนิดพันธุ์ในบัญชี 2 ยังครอบคลุมถึงชนิดพันธุ์ที่มีความคล้ายคลึงกัน (look-alike) ด้วย
โดยประเทศส่งออกจะต้องออกใบอนุญาตส่งออกเพื่อรับรองว่าการส่งออกแต่ละครั้ง จะไม่กระทบต่อการดำรงอยู่ของชนิดพันธุ์นั้นๆ ในธรรมชาติ
ตัวอย่างชนิดพันุธุ์ในบัญชี 2 เช่น ลิ่น อีเห็นลายพาด นกขุนทอง เต่านา งูเหลือม เป็นต้น
บัญชี 3
เป็นชนิดพันธุ์ของสัตว์ป่าและพืชป่าที่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายของภาคีใดภาคีหนึ่งอยู่แล้ว และต้องการขอความร่วมมือจากภาคีอื่นๆ ช่วยควบคุมการค้าด้วย
ตัวอย่างชนิดพันุธุ์ในบัญชี 3 เช่น ควายป่า (เนปาล) นกกระทาดงปักษ์ใต้ (มาเลเซีย) เต่าอัลลิเกเตอร์ (สหรัฐอเมริกา) หอยเป๋าฮื้อแอฟริกาใต้ (แอฟริกาใต้) เป็นต้น
ดังนั้น เพื่อประโยชน์ในการควบคุมตรวจสอบการนำเข้าหรือส่งออกสัตว์ป่า ซากของสัตว์ป่า และผลิตภัณฑ์ที่ทำจากซากของสัตว์ป่า ให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน จึงได้มีการกำหนดชนิดสัตว์ป่าและซากของสัตว์ป่าที่ต้องได้รับอนุญาต ใบอนุญาต หรือใบรับรอง ก่อนการนำเข้าหรือส่งออก ตาม ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดชนิดสัตว์ป่าและซากของสัตว์ป่าที่ห้ามนำเข้าหรือส่งออก ฉบับลงวันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2556 ซึ่งจะมีการปรับปรุงบัญชีภายหลังการประชุมภาคีอนุสัญญาไซเตส (Conference of Parties: CoP) ในแต่ละครั้ง

