ทนายรณรงค์พร้อมครอบครัวเหยื่อร้อง ‘บิ๊กต่อ’ เอาผิด 17 โจ๋ช่างกล ‘อั้งยี่ซ่องโจร’

15.11.22 | 12:43 น.

ครอบครัวเหยื่อที่ถูกโจ๋ช่างกลทำร้ายร้อง ตร.เอาผิด 17 เยาวชน ฐานอั้งยี่ซ่องโจร แม่ผู้เสียหายถาม ‘ถ้าลูกคุณโดนทำร้ายบ้างจะทำอย่างไร’

เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ทนายความ ในฐานะประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พร้อมด้วยครอบครัวผู้เสียหายจากกรณีถูกกลุ่มเด็กช่างกลจับ 3 วัยรุ่นรุมทำร้ายร่างกาย ใช้อาวุธปืนข่มขู่ บังคับให้อมนกเขาและทรมานร่างกาย ในบ้านทรงไทยย่านรามคำแหง 63 เข้ายื่นหนังสือต่อ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบ.ตร. เพื่อขอให้รับทำคดี ถูก 17 วัยรุ่นอุ้มไปกักขัง ทำร้ายร่างกาย ใช้อาวุธปืนข่มขู่ บังคับให้อมนกเขา เนื่องจากมีการใช้อาวุธสงครามมาใช้ในการก่อเหตุ กระทำการอุกฉกรรจ์ไม่เกรงกลัวกฎหมาย ลักษณะเป็นอั้งยี่ซ่องโจร โดยขอให้ขยายผลไปถึงกฎหมายฟอกเงินแก่ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกราย โดยมี พ.ต.อ.สมิง รอดรัตษะ รอง ผบก.ทว. นายตำรวจเวรอำนวยการเป็นตัวแทนรับมอบหนังสือ

ทนายรณณรงค์กล่าวว่า อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามจับกุมตัวผู้ก่อเหตุทั้งหมดมาดำเนินคดีให้ได้ เพราะพฤติกรรมโหดร้ายเกินกว่าเด็กอายุ 17 ปี รวมถึงควรพิจารณาเอาผิดผู้ปกครองของผู้ก่อเหตุในฐานะที่เป็นพ่อแม่ ไม่ห้ามปราม พร้อมขอให้มีการตรวจสอบและเอาผิดฐานอั้งยี่ซ่องโจร เพราะเข้าข่ายความผิดฐานฟอกเงิน ควรตรวจสอบว่าเด็กเหล่านี้นำเงินจากไหนมาซื้ออาวุธปืนสงครามได้ และได้มาอย่างไร ตอนนี้ก็ยังมีการโพสต์แชร์ภาพอาวุธปืนกลอยู่

ทนายรณณรงค์กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้ดารานักแสดงสาวชื่อดังรายหนึ่งที่นามสกุลเดียวกับหนึ่งในวัยรุ่นที่ก่อเหตุออกมาชี้แจงว่าเป็นหลานจริงหรือไม่ หลังผู้ก่อเหตุให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอ้างว่าเป็นหลาน

ทนายรณณรงค์กล่าวต่อว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการกระทำที่รุนแรงเกินรับได้ และผู้ต้องหาควรถูกดำเนินคดีตามกฎหมายแบบผู้ใหญ่ ไม่ควรจบที่ศาลเยาวชนเท่านั้น ครอบครัวผู้เสียหายยังคงรู้สึกหวาดกลัวเนื่องจากกลุ่มผู้ก่อเหตุยังลอยนวลไปฉลองวันเกิดอยู่ ส่วนตัวรับไม่ได้กับพฤติกรรมของผู้ก่อเหตุ นอกจากนี้ยังพบกลุ่มผู้ก่อเหตุยังมีคดีเก่าติดตัว หลังร่วมกันใช้มีดแทงคู่อริเมื่อเดือนธันวาคม 2564

Advertisement

ด้านแม่ของเยาวชนกล่าวว่า อยากให้ดำเนินการให้ถึงที่สุด มีความมั่นใจว่าทุกสิ่งทุกอย่างต้องผ่านไปอย่างที่หวัง และจะสู้จนถึงที่สุด โดยเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน ได้พูดคุยรายละเอียดกับกระทรวงยุติธรรมไปเยอะแล้ว หลังจากยื่นเรื่องจะไปที่ สน.หัวหมาก ต่อ ส่วนสภาพจิตใจของลูกตั้งแต่วันเกิดเรื่องจนถึงวันนี้น้องดีขึ้น ยิ้มได้ แม่อุ่นใจขึ้นเยอะ แต่ยังกังวลและกลัวถึงเรื่องความปลอดภัยของครอบครัว ทำให้ไม่สามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติ ทั้งนี้ ยังไม่มีการข่มขู่ แม่เลือกที่จะไม่อ่าน หรือเข้าโซเชียลเพราะต้องเยียวยาจิตใจตัวเอง ทั้งนี้ อยากถามผู้ก่อเหตุว่า ถ้าลูกคุณโดนแบบนี้คุณจะทำอย่างไร