บิ๊กโจ๊กเดินหน้า ‘สมาร์ทเซฟตี้โซน 4.0’ สร้างความปลอดภัยเป็นเมืองอัจฉริยะกลางปี 2566

15.11.22 | 17:45 น.

บิ๊กโจ๊กเดินหน้า ‘สมาร์ทเซฟตี้โซน 4.0’ สร้างความปลอดภัย-เมืองอัจฉริยะกลางปีหน้าครอบคลุมทั้ง กทม.


เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน ที่โรงแรมแกรนด์ไฮแอท เอราวัณ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ร่วมแสดงวิสัยทัศน์ ในงาน Thailand smart city Bangkok model ในหัวข้อ ‘นโยบายและแนวทางเพื่อความปลอดภัยขั้นสุดของเมืองระดับมหานคร’ พร้อมระบุว่า สมาร์ทซิตี้เป็นสิ่งที่จะต้องเกิดขึ้น แต่ประเทศไทยยังไม่เกิดขึ้น โดยตำรวจเป็นส่วนของความปลอดภัยของสมาร์ทซิตี้ ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) มีโครงการสมาร์ทเซฟตี้โซน 4.0 ที่ทำขึ้นเพื่อรองรับแนวคิดสมาร์ทซิตี้ โดยมี พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข อดีต ผบ.ตร.เป็นผู้ริเริ่มแนวคิดและตนเองเป็นผู้ลงมือทำ


พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวว่า โดยการเริ่มทำโครงการจากการประเมินลักษณะทางกายภาพในการเลือกพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ที่เป็นแลนด์มาร์กด้านเศรษฐกิจและพื้นที่ที่มีเหตุอาชญากรรมสูงซึ่งการเข้าไปดำเนินการลักษณะทางกายภาพเริ่มต้นจากการปรับปรุงทางม้าลาย ทางเดินเท้า ปรับปรุงทัศนียภาพ เพิ่มไฟส่องสว่าง เพื่อให้เห็นความปลอดภัย เพราะเหตุอาชญากรรม ปัจจัยคือบุคคลเสี่ยงและสถานที่เสี่ยง ดังนั้นจะต้องทำพื้นที่ที่เป็นจุดเสี่ยงให้ไม่มีความเสี่ยงและทำพื้นที่ที่ประชาชนไม่กล้าเดินให้ประชาชนกลับมาเดินตามปกติให้ได้ และเมื่อปรับปรุงลักษณะทางกายภาพแล้วก็จะมาสู่การดำเนินการด้านเทคโนโลยี โดยเฉพาะกล้องวงจรปิด และที่ผ่านมารัฐบาลติดกล้องวงจรปิดเท่าไหร่ก็ไม่เพียงพอ เนื่องจากไม่ได้มีการบูรณาการกล้องวงจรปิดกับหน่วยงานอื่นๆ แต่วันนี้ได้มีการบูรณาการกล้องวงจรปิดกับทุกหน่วยงานแล้ว เพื่อให้มุมกล้องสอดรับกันหากเกิดเหตุขึ้นจะได้ไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดได้ง่ายขึ้น และมองว่าวันนี้ต้องใช้คนนำเทคโนโลยีไม่ใช่ใช้เทคโนโลยีนำคน และจะต้องมีการปรับเพิ่มกล้องเอไอ เพื่อช่วยแยกแยะบุคคลต้องสงสัย

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวอีกว่า หลังจากทำโครงการดังกล่าวมาประมาณ 6 เดือน ก็ประกวดงานตำรวจโลกที่จัดปีละครั้งปีที่ผ่านมาจัดที่ประเทศดูไบ ซึ่งประเทศดูไบต้องการเป็นเมืองที่รวมทุกอย่างเป็นอันดับหนึ่งของโลกให้ได้มากที่สุด ตนก็เอาโครงการนี้ไปประกวด มีหลายชาติมาร่วม และปรากฏว่าประเทศไทยได้รับรางวัลอันดับ1ของโลก ในรางวัล ‘The Best Experience in community Policing ในด้าน Crime Prevention จากการประชุมสุดยอดตำรวจโลก ‘World Police Summit 2022’ ทั้งที่เทคโนโลยีของอเมริกา อังกฤษเหนือกว่าเยอะ แต่ประเทศไทยได้รางวัลนี้เพราะนวัตกรรมด้านการป้องกันจากการมีส่วนร่วมของประชาชน ดังนั้นการดำเนินการที่ดีที่สุดคือจะต้องให้ประชาชนรู้สึกว่า ทำโครงการแบบนี้แล้วประชาชนจะได้อะไร ให้ประชาชนเป็นศูนย์กลางจริงๆ และให้ประชาชนรู้สึกได้ว่า ทำแล้วประชาชนจะได้อะไร และงานตำรวจไม่ได้ยากจะต้องทำการสำรวจว่าประชาชนอยากให้ทำอะไร

Advertisement

รอง ผบ.ตร.กล่าวยืนยันว่า โครงการสมาร์ทเซฟตี้โซน 4.0 จะขับเคลื่อนและเดินหน้าต่อ และครั้งแรกที่ทำได้งบประมาณมา 70 กว่าล้านและเมื่อมีการขับเคลื่อนจริงจังก็ได้งบประมาณมาทำต่อ โดยในพื้นที่ กทม.มีโครงการนำร่องที่ สน.ลุมพินี และ สน.ห้วยขวาง ทำให้ที่ผ่านมาเหตุอาชญากรรมลดลง จากตัวชี้วัดตำรวจโลก ตั้งแต่เริ่มทำในพื้นที่มีนครบาลมีเหตุอาชญากรรมลดลงเกิน 80% ส่วนความหวาดกลัวภัยใน กทม. ถือเป็นสำคัญเพราะเป็นเรื่องของความรู้สึกคน และที่ผ่านมาตั้งแต่มีโครงการ ความกลัวของประชาชนก็ลดลง และสิ่งเหล่านี้ตนเองรักษาไว้ ไม่ใช่ทำแค่ชั่วคราวและขณะนี้อยู่ระหว่างรองบประมาณ ซึ่งรัฐบาลจัดสรรงบประมาณให้ 375 ล้านบาท เพื่อเดินหน้าโครงการนี้ โดยมีตนเป็นผู้ขับเคลื่อนและคาดว่ากลางปีหน้าจะครอบคลุมทั้งกรุงเทพมหานครได้

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวว่า โครงการสมาร์ทเซฟตี้โซนเป็นโครงการที่ตอบโจทย์ประชาชนและต้องการให้มีครอบคลุมทั่วทั้งประเทศ เพื่อรองรับสมาร์ทซิตี้ของทุกจังหวัด และวันนี้มีโรงพัก 1,484 สถานีตำรวจซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะต้องดำเนินการให้ครบทั้งหมด แต่จะเน้นพื้นที่เมืองหลวงให้ครบทุกพื้นที่ก่อน คาดว่ากลางปี 2566 จะครบทุกพื้นที่ 88สถานีตำรวจในกรุงเทพมหานครและจากพื้นที่นำร่องไปแล้ว ทำให้ความเขื่อมั่นของประชาชนในการทำงานของตำรวจเพิ่มสูงขึ้น และความอุ่นใจของเหตุอาชญากรรม หรือความหวาดกลัวภัยจากตัวชี้วัดของการทำงานตำรวจโลกลดต่ำลงอย่างเห็นได้ชัด พร้อมย้ำว่าจะต้องทำพื้นที่ทุกพื้นที่ให้ประชาชนเกิดความอุ่นใจและปลอดภัย และประชาชนจะเป็นตัวขี้วัดการทำงานของตำรวจด้วยหากประชาชนอุ่นใจก็หมายความว่าตำรวจได้ทำงานจริง

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวอีกว่า ส่วนการทำให้ครอบคลุมทั้งประเทศคงต้องใช้ระยะเวลาอีก 3 ปี เพราะสิ่งสำคัญคือเรื่องของงบประมาณยิ่งหากไปดำเนินการในจังหวัดเล็กๆ งบประมาณค่อนข้างมีน้อย เพราะวันนี้สิ่งสำคัญที่ประชาชนไว้ใจมากที่สุดคือกล้องวงจรปิด เพราะไม่สามารถโกหกภาพได้และเมื่อมีการเชื่อมต่อกล้องวงจรปิดของแต่ละพื้นที่แต่ชุมชนเข้ามายังตู้ยามของตำรวจในแต่ละพื้นที่ได้ทั้งประเทศนั้น ตำรวจก็จะสามารถมอนิเตอร์เหตุการณ์ได้และสั่งการเข้าไปดำเนินการได้ทันรวมถึงแจ้งไปยังประชาชนให้เข้าไปช่วยตรวจสอบได้อีกด้วย ทั้งนี้ก็จะทำให้ประชาชนเกิดความอุ่นใจเพิ่มขึ้น เรียกว่าเป็นหารแจ้งเหตุแบบพิเศษ ไม่ต้องเสียเวลาโทรศัพท์เพื่อแจ้งเหตุอย่างเดียว