สำนวนเบนซ์หรูสมเด็จช่วงส่งอัยการแล้ว แจ้งข้อกล่าวหา’หลวงพี่แป๊ะ-พวก’ 7 คน ลุ้นสั่งคดี 25 พ.ย.

21.11.16 | 15:44 น.

เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน ร.ท.สมนึก เสียงก้อง โฆษกสำนักอัยการสูงสุด เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายนที่ผ่านมา พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ส่งสำนวนการสอบสวนคดีพิเศษที่ 12/2559 กรณีรถยนต์โบราณ ทะเบียน ขม 99 กรุงเทพมหานคร อยู่ในการครอบครองของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชและเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ มายังพนักงานอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ สำนักงานอัยการสูงสุด

ร.ท.สมนึกกล่าวต่อว่า สำหรับคดีดังกล่าวพนักงานสอบสวนคดีพิเศษกล่าวหาว่านายพิชัย วีระสิทธิกุล ผู้ต้องหาที่ 1, ห้างหุ้นส่วนจำกัด ซี.ที.ออโต้พาร์ท โดยนายวสุ จิตติพัฒนกุลชัย ผู้ต้องหาที่ 2, นายวสุ จิตติพัฒนกุลชัย ผู้ต้องหาที่ 3, นายเกษม ภวังคนันท์ ผู้ต้องหาที่ 4, นายเมธีนันท์ นิติฐิติวงษ์ ผู้ต้องหาที่ 5, นายสมนึก บุญประไพ ผู้ต้องหาที่ 6 และพระมหาศาสนมุนี (ธนกิจ ศรีอุ่นเรือน) หรือหลวงพี่แป๊ะ วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ผู้ต้องหาที่ 7 ฐานร่วมกันนำหรือพาของที่ยังมิได้เสียภาษี หรือของต้องจำกัด หรือของต้องห้าม หรือที่ยังมิได้ผ่านด่านศุลกากรโดยถูกต้องเข้ามาในราชอาณาจักร หรือร่วมกันช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำ หรือรับไว้โดยประการใดซึ่งของอันตนรู้ว่าเป็นของที่ยังมิได้เสียค่าภาษี หรือของต้องจำกัด หรือของต้องห้าม หรือที่เข้ามาในราชอาณาจักรโดยยังมิได้ผ่านด่านศุลกากรโดยถูกต้อง ร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเพื่อหลีกเลี่ยงการเสียภาษี ร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงาน ร่วมกันแจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่จดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการ ปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอม ปลอมเอกสารสิทธิและใช้เอกสารสิทธิปลอม มีไว้ในครอบครองซึ่งสินค้าโดยรู้ว่าเป็นสินค้าที่เสียภาษีไม่ครบถ้วน ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 27, 27 ทวิ พ.ร.บ.สรรพสามิต พ.ศ.2527 มาตรา161, 165 ประกอบกฎหมายอาญา มาตรา 137, 265, 268, 83

โฆษกสำนักอัยการสูงสุดกล่าวต่อว่า นายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ ตั้งคณะทำงาน ประกอบด้วย นายอดุลย์ เฉตวงษ์ อัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 1, น.ท.ทศพร สายพันธ์ อัยการผู้เชี่ยวชาญ และนายกฤษณะ สุขสงวน อัยการผู้เชี่ยวชาญ เป็นคณะทำงานพนักงานอัยการ โดยสำนักงานคดีพิเศษ ฝ่ายคดีพิเศษ 1 นัดผู้ต้องหาที่ 1, 2, 3, 5, และ 6 มาพบพนักงานอัยการ ในวันที่ 25 พฤศจิกายน ด้านผู้ต้องหาที่ 4 จะครบกำหนดฝากขังครั้งที่ 3 ในวันดังกล่าวเช่นกัน ขณะที่หลวงพี่แป๊ะ ผู้ต้องหาที่ 7 พนักงานสอบสวนยังไม่ได้นำตัวส่งพนักงานอัยการ เนื่องจากในวันที่ 18 พฤศจิกายนที่ผ่านมา หลวงพี่แป๊ะป่วย โดยพนักงานสอบสวนคดีพิเศษจะนำตัวส่งพนักงานอัยการอีกครั้งในภายหลัง

นายวงศ์สกุลกล่าวต่อว่า ในวันที่ 25 พฤศจิกายนนี้ ที่อัยการนัดผู้ต้องหามาพบนั้นเป็นการนัดตามขั้นตอนเนื่องจากมีผู้ต้องหาที่ 4 จะครบกำหนดฝากขัง ต้องนัดมาภายในวันดังกล่าว ส่วนจะสั่งคดีได้เลยหรือไม่ขึ้นอยู่กับคณะทำงานพิจารณาพยานหลักฐานว่าเพียงพอที่จะสั่งคดีได้หรือไม่ หากพิจารณาแล้วเห็นว่าสั่งคดีได้อาจจะสั่งคดีในวันดังกล่าวเลย หากพิจารณาแล้วพยานหลักฐานยังไม่เพียงพออาจสอบสวนเพิ่มเติมและเลื่อนวันนัดสั่งคดีออกไป ส่วนหลวงพี่แป๊ะที่พนักงานสอบสวนยังไม่ได้ส่งตัวมานั้น ตามปกติจะนัดมาในวันที่ 25 พฤศจิกายนนี้ด้วย แต่เป็นหน้าที่ของดีเอสไอที่จะต้องส่งตัวมา