ปลุก “ม็อบกัญชา” หน้าทำเนียบ 22 พ.ย. นี้ จับตา “วิษณุ” ดันกลับเป็นยาเสพติด กระทบ ปชช.ผู้ปลูก วอนออก พ.ร.บ.โดยเร็ว
จากกรณีที่ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี มีความเห็นในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 15 พ.ย. ที่ผ่านมาว่า จะนำประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง สมุนไพรควบคุม(กัญชา) ฉบับปรับปรุง ลงนามโดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) เมื่อวันที่ 11 พ.ย.65 เข้าหารือในที่ประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด(ป.ป.ส.) ในวันที่ 22 พ.ย. นี้
ซึ่งมีหลายฝ่ายออกจับตาอย่างใกล้ชิด เพราะถือเป็นประกาศกระทรวงฉบับแรกที่ถูกส่งไปพิจารณานอกเหนืออำนาจ รัฐมนตรีประจำกระทรวง ขณะที่ ร่างพ.ร.บ.กัญชา กัญชง พ.ศ. … ยังอยู่ในการพิจารณาของสภา ซึ่งคาดว่าจะมีนำเข้าในวาระ 2-3 วันที่ 7 ธ.ค. นี้ ทำให้เกิดข้อสังเกตว่า ทั้งร่างพ.ร.บ.กัญชาฯ และ ประกาศสมุนไพรควบคุม(กัญชา) ฉบับปรับปรุง ถูกสกัดจากฝ่ายการเมือง นำมาสู่การผลักดันให้ “กัญชากลับเข้าไปอยู่ในรายชื่อยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 5” หรือไม่
เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน นายประสิทธิ์ชัย หนูนวล นักกิจกรรมประชาสังคม แนวร่วมเครือข่ายเขียนอนาคตกัญชาไทย และ กมธ.กรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง พ.ศ. … โพสต์เฟซบุ๊ก ส่วนตัวระบุว่า ประกาศการชุมนุม มาร่วมกันทวงคืนกัญชาจากยาเสพติด หน้าสำนักงาน กพร. ตรงข้ามประตู1 ทำเนียบรัฐบาล 22 พฤศจิกายน 2565 เวลา 12.30 น.เป็นต้นไป
รองนายก วิษณุ เครืองาม จะต้องไม่นำกัญชากลับไปเป็นยาเสพติด ในทางตรงกันข้ามต้องเร่งผลักดันให้ พ.ร.บ.กัญชาบังคับใช้ การดึงกัญชาเข้าสู่โหมดยาเสพติดเท่ากับการรีเซตใหม่ในกติกากัญชาของประเทศ การรีเซตใหม่นี้จะสร้างกติกาให้เป็นประโยชน์กับกลุ่มไหนขึ้นอยู่ที่ใครถืออำนาจ มีแต่การผลักดันกฎหมาย พ.ร.บ.กัญชา จึงจะสร้างหลักประกันว่ากัญชาเป็นของประชาชน เพราะกฎหมายระดับ พ.ร.บ.ออกโดย ส.ส.ซึ่งยังผูกพันประชาชนและการแก้ไขย่อมเป็นที่รับทราบของประชาชน

อีกทั้งการวางข้อปฏิบัติเกี่ยวกับกัญชาไม่สามารถทำตามอำเภอใจของฝ่ายบริหารได้ แต่ต้องออกกลไกใดๆตามหลักการใน พ.ร.บ. เท่านั้นนี่คือหลักประกันของประชาชนว่าในอนาคตหากมีการออกกติกาใดๆจะไม่นำไปสู่การละเมิดต่อสิทธิของประชาชน หากปล่อยให้การออกกติกาอยู่ในมืออำนาจรัฐ ใครจะเชื่อบ้างว่า วิษณุ เครืองาม จะซื่อตรงต่อประชาชน ไม่ออกมาตรการเพื่อเอื้อทุนใหญ่ กีดกันทุนน้อยและประชาชนโดยรวม
หนทางที่ชอบธรรมที่สุดคือการออกกฎหมายในระดับ พ.ร.บ.มาบังคับใช้เพื่อควบคุมกัญชาเชิงระบบในประเทศไทย ความพยายามในการนำกัญชาไปเป็นยาเสพติดจึงเป็นการกระทำที่ก่อผลกระทบต่อประชาชนที่กำลังปลูกกัญชาในขณะนี้นับล้านรายและหลังจากนั้นจะมีการสร้างกติกากีดกันไม่ให้ประชาชนเข้าถึงกัญชานับเป็นผลกระทบระยะยาว
โดยในช่วงเช้าจะมีกิจกรรมการไปยื่นหนังสือกับพรรคการเมือง หลังจากนั้นนัดหมายกันมาเพื่อเฝ้าติดตามการประชุม หน้าสำนักงาน กพร.ตรงข้ามประตูหนึ่งทำเนียบรัฐบาล เวลา 12.30 น. เป็นต้นไป โดยเครือข่ายประชาชนเพื่อการมีกฎหมายควบคุมกัญชาในประเทศไทยจะได้ร่วมหารือกำหนดการเคลื่อนไหวหลังทราบผลการประชุมต่อไป เพื่อสิทธิพื้นฐานการเข้าถึงกัญชาของประชาชน
เครือข่ายประชาชนเพื่อการมีกฎหมายควบคุมกัญชาในประเทศไทย


