ลุงสุดซ้ำถูกแก๊งมิจฉาชีพเล่นใหญ่ มาเป็นทีม หลอกขายหวยรางวัลที่ 1ปลอม สูญกว่าแสน

21.11.16 | 21:35 น.

เมื่อวันที่ 21 พ.ย. นายเลิศ สุวรรณปรีดี อายุ 71 ปี อาชีพทำนา ชาวต.บ้านหอย อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี เข้าแจ้งความกับ พ.ต.ต.วีระพล สิทธิพันธ์ สารวัตรสอบสวน สภ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี ว่า ช่วงบ่ายวันนี้ ขณะที่ตนกำลังดูพืชสวนและให้อาหารปลาในสวน บ้านกุดตาเสก ต.เกาะลอย อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี มีชายรูปร่างสูงผมแต่งกายด้วยเสื้อแขนยาวสวมกางเกงขายาวสีดำ ขับรถยนต์กระบะ โตโยต้าสี เทาสี่ประตู หมายเลขทะเบียน 1470 กรุงเทพ แต่จำหมวดอักษรไม่ได้มาจอดข้างสวน อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่จากสำนักงานเกษตร สอบถามถึงเรื่องการทำนาว่าได้ผลประการใด จนตอบไปว่าปีนี้ไม่ได้ทำแต่ให้เพื่อนบ้านเช่าทำแทนเนื่องจากผลผลิตตกต่ำขายไม่ได้ราคา

นายเลิศ กล่าวว่า เห็นว่าแต่งกายภูมิฐานพูดจาดีจึงพูดคุยราวครึ่งชั่วโมงก็มีคนขายพรมเช็ดเท้าเดินเข้ามาสมทบ พร้อมกับนำยาใบจากออกมามวนสูบ ชายคนที่อ้างว่าทำงานเกษตรเหลือบไปเห็นล็อตเตอรี่ของชายขายพรม จึงถามว่า หวยตรวจรึยังถูกหรือเปล่า ไหนลองเอามาตรวจซิ ก่อนที่จะเดินไปเอาหนังสือพิมพ์ฉบับตรวจหวยงวดวันที่ 16 พ.ย.59 มาตรวจหลังตรวจได้ทำท่าตกใจดีใจบอกว่าหวยใบนี้ถูกรางวัลที่หนึ่งพร้อมกับชวนชายขายพรมไปขึ้นเงินแต่ชายคนดังกล่าวบอกขึ้นไม่ได้ไม่มีบัตรประชาชน ชายที่อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่เกษตรจึงเสนอเงินให้เจ้าของล็อตเตอรี่ หนึ่งล้านบาท พร้อมชวนตนให้ร่วม ถามว่ามีเงินเท่าไหร่ ตนบอกเงินมีแค่หนึ่งหมื่นกับสองหมื่นห้าในธนาคาร ต้องกลับบ้านไปเอาสมุดเงินฝาก พร้อมกับขอยืมเงินจากภรรยาอีกหมื่นพร้อมสร้อยคอทองคำหนักหนึ่งบาทที่ ชายคนดังกล่าวบอกเอาเท่าที่มีรวมของเค้าที่หยิบออกมาโชว์ปึกใหญ่ราวห้าหมื่นบาท

ก่อนที่จะพาตนไปเอาสมุดบัญชีและสร้อยทองและเงินสด แล้วพาไปเบิกเงินที่สหกรณ์รวมทั้งสิ้นเป็น เจ็ดหมื่นบาท ก่อนกลับมาที่สวนอีกครั้ง ให้ตนลงมาส่งล็อตเตอรี่ให้พร้อมเอาเงินและสร้อยของตนรีบมาที่รถที่มีชายขายพรมเช็ดเท้าเจ้าของล็อตเตอรี่นั่งอยู่ ว่าจะเอาเงินมาให้ แต่กลับรีบเปิดประตูรถขับหนีไปต่อหน้าทั้งที่ตนพยายามที่จะวิ่งมาเปิดประตู หลังรู้ว่าถูกหลอกจึงนำล็อตเตอรี่มาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบ พบว่าเป็นการตัดเลข สองตัวหน้า กับตัวที่ สี่ เพื่อให้ตรงกับเลขรางวัลที่หนึ่งงวด 16 พ.ย. 2559 ซึ่งภายหลังรับแจ้งทาง เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานพื้นที่ใกล้เคียงออกติดตราม แต่ยังไม่พบรถคันดังกล่าว จึงจะได้มีการตรวจสอบหมายเลขทะเบียนรถอีกครั้งว่า เป็นทะเบียนจริงหรือไม่ เพื่อติดตามชายคนดังกล่าวมาดำเนินคดี ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นการทำเป็นขบวนการ