ทำงานฉับไว ‘สืบนครบาล’ จับโจรไรเดอร์จัดฉากชิงทรัพย์เหยื่อสาวช่วงเอเปค

20.11.22 | 12:05 น.

เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. พล.ต.ต.สุระพรรณ นาทวรทัต ผบก.น.4 พ.ต.อ.เกียรติศักดิ์ สระทองออย รอง ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.สุรพงษ์ พุฒขาว ผกก.สน.ประเวศ พ.ต.อ.สิทธิศักดิ์ นาคามาตย์ ผกก.กก.สส.บก.น.4 และเจ้าหน้าที่ชุดลาดตระเวนออนไลน์ของ บก.สส.บช.น., ฝ่ายสืบสวน สน.ประเวศ, กก.สส.บก.น.4 ร่วมกันจับกุมนายอามีน ลาเตะ อายุ 28 ปี หนุ่มไรเดอร์จัดฉากพาผู้เสียหายหญิงไปยังจุดเกิดเหตุ นายอาหมัด ดะเจ๊ะตู อายุ 24 ปี ทำหน้าที่เป็นคนลงมือปล้น และนายอนันต์ แอสาเมาะ อายุ 25 ปี ทำหน้าที่เป็นคนลงมือปล้น พร้อมของกลางรถจักรยานยนต์ (จยย.) ฮอนด้า ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน 1 คัน อาวุธมีดที่ใช้ก่อเหตุ 2 เล่ม เครื่องแต่งกายที่ใช้สวมใส่ในวันที่ก่อเหตุ และโทรศัพท์มือถือไอโฟน 1 เครื่อง โดยกล่าวหาว่า “ปล้นทรัพย์โดยมีอาวุธติดตัวไปด้วย และโดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิดหรือพาทรัพย์นั้นไป หรือให้ผู้กระทำผิดพ้นการจับกุม” จับกุมตัวผู้ต้องหาได้ที่ห้องพักภายในอพาร์ตเมนต์ ซ.รามคำแหง 24 แยก 24 แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กทม. เมื่อวันที่ 19 พ.ย.


พล.ต.ต.ธีรเดชกล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 19 พ.ย. เกิดเหตุคนร้าย 2 คน ใช้อาวุธมีดจี้คอชิงทรัพย์คนขี่ไรเดอร์และผู้โดยสารหญิงขณะกลับบ้านระหว่างปากซอยศรีนครินทร์ 9 กับซอย 11 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กทม. โดยคนร้ายได้ทรัพย์สินโทรศัพท์ไอโฟนของผู้เสียหายและรถ จยย.ของหนุ่มไรเดอร์ หลังเกิดเหตุหญิงผู้เสียหายเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.ประเวศ ภายหลังรับแจ้ง พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. สั่งการให้ระดมกำลัง ชุดสืบสวนนครบาล สน.ประเวศ กก.สส.บก.น.4 และชุดปฏิบัติการ PCT ที่ 5 ลงพื้นที่เพื่อสืบสวนจับกุมคนร้าย ต่อมาวิเคราะห์แผนประทุษกรรมเห็น “ความผิดปกติ” ของวิธีการกระทำความผิดของคนร้ายคล้ายการ “จัดฉาก” ให้ไปถูกปล้นมีความผิดปกติของ “หนุ่มไรเดอร์” ที่ไม่ได้ขับไปส่งผู้เสียหายตามเส้นทางปกติ และท่าทีขณะคนร้ายปล้นหนุ่มไรเดอร์มีความนุ่มนวลแตกต่างจากหญิงสาวผู้เสียหายที่ถูกมีดจี้คอและพาเดินฉุดลากไประยะไกล อีกทั้งกลุ่มคนร้ายกลับไม่นำเอาโทรศัพท์หนุ่มไรเดอร์ทั้งที่มีมูลค่าสูงกว่าหญิงผู้เสียหาย โดยหลังเกิดเหตุหนุ่มไรเดอร์ทำทีบ่ายเบี่ยงที่จะเข้าแจ้งความดำเนินคดี จึงวิเคราะห์ได้ว่า “หนุ่มไรเดอร์” นั้นมิใช่ผู้เสียหาย แต่เป็น “คนร้ายคนที่ 3” คือนายอามีน ที่มีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติด 2 คดี และเคยก่อเหตุคดีลักทรัพย์ 1 คดี เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงเข้าตรวจค้นห้องพักนายอามีน ที่อพาร์ตเมนต์ดังกล่าว พบนายอาหมัด และนายอนันต์ กำลังอยู่ร่วมกันในห้องพัก จับกุมนายอาหมัดนำพาไปตรวจสอบรถ จยย.ที่ “แสร้งจัดฉากปล้น” ไปจากนายอามีน ซึ่งจอดอยู่ใกล้ที่พักและโทรศัพท์ของผู้เสียหายหญิง นายอาหมัดและนายอนันต์ นำไปตรวจยึดจุดทิ้งไว้ข้างทางระหว่างการหลบหนีซึ่งนำพาไปที่บริเวณพุ่มหญ้าข้างทางใน ซ.ลาดพร้าว 124

พล.ต.ต.ธีรเดชกล่าวอีกว่า ชั้นจับกุมนายอาหมัด รับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาโดยให้การว่าเดินทางมาจาก จ.ยะลา เมื่อวันที่ 14 พ.ย. และเมื่อมาถึงกรุงเทพฯยังหางานทำไม่ได้จึงคิดก่อเหตุเพื่อหาเงินโดยยืนยันการเดินทางขึ้นมา กทม.นั้นไม่เกี่ยวกับการก่อความไม่สงบแต่อย่างใด โดยที่ถูกจับกุมขณะอยู่กับนายอามีน ในห้องเดียวกันนั้นเพราะว่าตนจะมาขอโทษที่ก่อเหตุปล้นรถนายอามีน ส่วนนายอนันต์รับสารภาพว่าอยู่ที่กรุงเทพฯมาเป็นเวลา 3 เดือนแล้ว แต่ไม่มีงานทำเที่ยวเตร็ดเตร่ไปวันๆ และให้การสอดคล้องกับนายอาหมัด ว่าที่ถูกจับกุมขณะอยู่กับนายอามีนในห้องเดียวกันนั้น เพราะว่าจะมาขอโทษที่ก่อเหตุปล้นรถของนายอามีน และนายอามีนให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การว่าไม่ทราบเรื่องใดๆ ทั้งสิ้นที่ถูกจับกุมขณะอยู่ในห้องเดียวกันเพราะ นายอาหมัดและนายอนันต์ มาขอโทษตนเองที่ห้องที่ได้ก่อเหตุปล้นตนเองและที่ไม่เข้ามาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นเพราะติดทำงานจึงไม่มีเวลาเข้ามาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ

พล.ต.ต.ธีรเดชกล่าวว่า จากคำให้การในชั้นจับกุมเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ปักใจเชื่อนายอามีน คนขี่ไรเดอร์ เนื่องจากพบพยานหลักฐานที่ยืนยันว่าทั้ง 3 มีส่วนรู้เห็นในการกระทำความผิดครั้งนี้ และพบมูลเหตุจูงใจในการก่อเหตุมาจากไม่มีเงินและไม่มีงาน ส่วนมูลเหตุเรื่องการก่อเหตุรุนแรงหรือความไม่สงบจากการตรวจสอบยังไม่พบแต่ประการใด โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ในช่วงการดูแลความปลอดภัยของประชาชน และการประชุมผู้นำเอเปค 2022 ให้อยู่ในความเรียบร้อย

Advertisement