ศาลปกครองรับฟ้องคดีกัญชา คณะกรรมการ ป.ป.ส.นัดถกวันนี้
เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน รายงานข่าวจากศาลปกครองกลางแจ้งว่า เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ศาลปกครองกลางได้มีคำสั่งรับคำฟ้องไว้พิจารณาเป็นคดีหมายดำที่ 2417/65 ตามที่ ผศ.นพ.สมิทธิ์ ศรีสนธิ์ กรรมการแพทยสภาและนายกสมาคมแพทย์นิติเวชแห่งประเทศไทย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ นายสุทิน คลังแสง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล นายวิรัตน์ วรศสิริน รองหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย และนายนิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย ยื่นฟ้อง นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เป็นผู้ถูกฟ้องที่ 1-2 ต่อศาลปกครองกลาง เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน
เพื่อขอให้ศาลมีคําพิพากษาเพิกถอนประกาศกระทรวงสาธารณสุข ลงวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2565 เรื่อง ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 พ.ศ.2565 โดยให้มีผลย้อนหลังไปถึงวันที่มีการออกประกาศฉบับดังกล่าว และให้กัญชาจัดเป็นยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 5 ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ลงวันที่ 8 ธันวาคม 2563 เรื่อง ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภทที่ 5 พ.ศ.2563 ดังเดิม
หลังจากนี้อธิบดีศาลปกครองกลางได้มีการจ่ายสำนวนให้องค์คณะและแต่งตั้งตุลาการผู้แถลงคดีแล้ว ขั้นตอนดังกล่าวถือเป็นหนึ่งในกระบวนการพิจารณาคดี
นายอนุทินให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ในวันที่ 22 พฤศจิกายนนี้ ว่าจะมีอยู่ 2 ประเด็นคือ ประเด็นที่ 1 เรื่องที่อยู่วาระการประชุมอยู่แล้ว กรณีที่มีคนไปฟ้องศาลปกครองว่าให้เพิกถอนประกาศชื่อยาเสพติดให้โทษ ประกาศไว้วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2565 และประเด็นที่ 2 เรื่องประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องสมุนไพรควบคุม (กัญชา) ฉบับปรับปรุง
“ตรงนี้ไม่น่าเกี่ยวข้องกับ ป.ป.ส.เพราะกัญชาไม่ใช่ยาเสพติด ที่สำคัญประกาศ สธ.เป็นไปตามคำแนะนำของคณะกรรมการคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย ฉะนั้น ไม่มีช่องใดๆ เกี่ยวข้องกับยาเสพติด หรือ ป.ป.ส.” นายอนุทินกล่าว
ผู้สื่อข่าวถามถึงการประชุม ป.ป.ส.ที่มีข้าราชการรวมถึงรัฐมนตรีว่าการ สธ.นั่งในบอร์ดจะมีความเห็นอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ต้องดูวาระเป็นอย่างไร ส่วนประกาศกระทรวงสาธารณสุขมีความชัดเจนในกฎหมายแล้วว่าประกาศกระทรวง รัฐมนตรีมีอำนาจเต็มโดยกฎหมาย เมื่อส่งไปให้เลขาธิการคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก็ต้องประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา ดังนั้น การที่นำประกาศเข้า ครม.เกิดจากความเข้าใจผิดว่าเป็นกฎกระทรวงหรือไม่
เมื่อถามว่ากรณีที่เลขาธิการ ครม.ไม่นำประกาศกระทรวงเผยแพร่ในราชกิจจานุเบกษามีความผิดหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ตนทบทวนประกาศและลงนามไปเรียบร้อยแล้ว ส่วนเลขาธิการ ครม.จะมีความผิดหรือไม่นั้น ตรงนั้นไม่รู้
เมื่อถามอีกว่ากัญชาจะไม่กลับมาเป็นยาเสพติดแล้วใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ถ้าถามตนก็ต้องบอกว่าไม่สามารถกลับไปเป็นยาเสพติดแล้ว
เมื่อถามถึงความเห็นของแพทย์ในนามองค์กรแพทย์ที่ต่างแสดงความเห็นต่อนโยบายกัญชาทางการแพทย์ นายอนุทินกล่าวว่า เราต้องยึดนโยบายของรัฐบาล สธ.เป็นหลัก นโยบายนี้มีหลักฐานทางวิชาการ ผ่านกระบวนการ ผ่านคณะกรรมการทั้งแพทย์แผนไทย หรือแผนปัจจุบัน ทุกที่จะมีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย
“ยังเน้นย้ำว่าเราใช้ประโยชน์กัญชา กัญชงในด้านการแพทย์ สุขภาพ เศรษฐกิจ ซึ่งเป็นนโยบายเร่งด่วนข้อ 4 ของรัฐบาล เราต้องทำตามตรงนี้” นายอนุทินกล่าว
เมื่อถามว่ามีความเห็นอย่างไรกับม็อบกัญชา โดย นายประสิทธิ์ชัย หนูนวล นักกิจกรรมประชาสังคม แนวร่วมเครือข่ายเขียนอนาคตกัญชาไทย และกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง พ.ศ. … วันที่ 22 พฤศจิกายนนี้ นายอนุทินกล่าวว่า คิดว่าอย่ากดดันกันเลย ทุกอย่างไปตามนั้น ทำหน้าที่ตามอำนาจที่มี มีทั้งคนกดดัน สนับสนุน ซึ่งฟังทั้งสองฝั่งว่าอะไรเป็นประโยชน์กับบ้านเมือง ประชาชนมากที่สุด โดยตรงนี้เราก็ควบคุมการใช้ประโยชน์ที่มีมากกว่าโทษ มีประชาชนได้รับประโยชน์จากนโยบายกัญชา กัญชง ทั้งการสร้างรายได้ เสริมสร้างสุขภาพ รักษาโรคมากขึ้นกว่าคนที่ได้รับโทษจากกัญชา
“ไม่มีการให้ใช้ในเรื่องสันทนาการ สูบ เสพ ดังนั้น ก็ไม่มีอันตรายใดๆ” นายอนุทินกล่าว

