สั่งสอบ ส.ต.ต.คฝ.อ้างเป็นสารวัตร ลวงสาวจนท้อง เอาผิดปลอมแปลงเอกสาร-แต่งกายเลียนแบบ

22.11.22 | 15:48 น.

กรณีมี น.ส.ติ๊ก (นามสมมุติ) อายุ 43 ปี ร้องเรียนว่าถูกนายตำรวจวัย 27 ปี ยศ ส.ต.ต. สังกัดกองกำกับอารักขาที่ 1 หลอกลวงเป็น สารวัตร ตีสนิท จนหลงเชื่อตกลงคบหากันเป็นคู่ชีวิต ตั้งครรภ์แล้วให้เงินทำแท้ง ระหว่างใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน นายตำรวจมีพฤติกรรมขอเงิน แทนที่จะเลี้ยงดูให้ได้รับความสุขสบาย แต่กลับกลายเป็นฝ่ายขอเงินผู้หญิงปรนเปรอชีวิตตัวเอง จนฝ่ายหญิงสูญเงินไปเกือบแสนบาท


พ.ต.อ.ถิระวัฒน์ บุญยก ผกก. อารักขา 1 บก.อคฝ. มีคำสั่ง กก.อารักขา 1 ที่ 216/2565 เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง ด้วย ส.ต.ต.ชิษณุพงศ์ ทองประเทือง ตำแหน่ง ผบ.หมู่ กองร้อยที่ 2 กก.อารักขา 1 บก.อคฝ. มีกรณีถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัย ตามที่ปรากฏในสื่อ โดยผู้ร้องเรียนมีข้อมูลและหลักฐานเบื้องต้นดังต่อไปนี้

บัตรประจำตัวข้าราชการตำรวจยศ พ.ต.ต.พร้อมภาพถ่าย ภาพถ่ายการแต่งเครื่องแบบข้าราชการตำรวจยศ พ.ต.ต. ภาพถ่ายใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคลระบบยศ พ.ต.ต. โดยมีพฤติการณ์กล่าวคือ ผู้ร้องเรียน ได้ร้องเรียนว่า ส.ต.ต.ชิษณุพงศ์ ได้หลอกลวงผู้ร้องเรียนว่าดำรงตำแหน่ง พ.ต.ต.ชิษณุพงศ์ ทองประเทือง เพื่อคบหาผู้ร้องเรียน โดย ส.ต.ต.ชิษณุพงศ์ ได้ปลอมแปลงเอกสารบัตรประจำตัวข้าราชการตำรวจและแต่งเครื่องแบบยศ พ.ต.ต. จนผู้ร้องเรียนหลงเชื่อโดยการแอบอ้าง

และได้รับความเสียหาย โดยผู้ร้องมีความประสงค์ให้ดำเนินการทางวินัยในเรื่องดังกล่าว จึงอาศัยอำนาจ ตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 มาตรา 117 แต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง ทำการสืบสวนในเรื่องดังกล่าว ทั้งนี้ ให้คณะกรรมการสืบสวน ดำเนินการสืบสวนพิจารณาตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนด ใน กฎ ก.ตร.ว่าด้วยการสืบสวนข้อเท็จจริง พ.ศ.2556 ให้แล้วเสร็จ แล้วเสนอสำนวนการสืบสวนมาเพื่อพิจารณา

Advertisement

ถ้าคณะกรรมการสืบสวน เห็นว่ากรณีมีมูลว่าผู้ถูกกล่าวหากระทำผิดวินัยในเรื่องอื่น นอกจากที่ระบุไว้ในคำสั่งนี้ หรือกรณีที่การสืบสวนพาดพิงไปถึงข้าราชการตำรวจผู้อื่น และคณะกรรมการสืบสวนพิจารณาในเบื้องต้นแล้วเห็นว่าข้าราชการตำรวจผู้นั้นมีส่วนร่วม หรือมีส่วนเกี่ยวข้องในการกระทำในเรื่องที่สืบสวนนั้นอยู่ด้วยให้ประธานกรรมการรายงานมาโดยเร็ว

พล.ต.ต.ธนันท์ธร รัตนสิทธิภาคย์ ผบก.อคฝ. เปิดเผยว่า กรณีดังกล่าวได้มีการสั่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงแล้ว อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.อารักขา 1 บก.อคฝ. เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.ดุสิต ในความผิดต่อรัฐ 2 ข้อหาคือปลอมแปลงบัตรข้าราชการตำรวจ และแต่งตัวเลียนแบบเจ้าหน้าที่ตำรวจยศ พ.ต.ต. ไว้แล้ว

ส่วนความผิดต่อส่วนตัวนั้น พล.ต.ต.ธนันท์ธรกล่าวว่า ได้มีการประสานนัดผู้เสียหายเข้าพบกับผู้บังคับบัญชาต้นสังกัดเข้าหารือโดยมีการนัดหมายเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา แต่ทางผู้เสียหายขอเลื่อนออกไปก่อน โดยผู้เสียหายจะดำเนินคดีกับ ส.ต.ต.ดังกล่าวในความผิดส่วนตัวข้อหาฉ้อโกง

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจต้นสังกัดได้ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ความเป็นธรรมกับทั้งผู้เสียหายและผู้ก่อเหตุ ซึ่งต้องรอผลสรุปความผิดทางวินัยจากคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงตรวจสอบก่อนสักระยะ แต่ยืนยันว่าเมื่อมีการกระทำความผิด ทางต้นสังกัดจะทำการตรวจสอบทุกกรณีไม่มีการช่วยเหลือผู้กระทำความผิดอย่างเด็ดขาด