เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน รศ. วีรชัย พุทธวงศ์ อาจารย์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในฐานะเลขาธิการศูนย์ประสานงานบุคลากรในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ (CHES) กล่าวว่า ขณะนี้มีความเป็นห่วงกรณีมีการผลักดัน ร่างพ.ร.บ.ระเบียบการบริหารงานบุคคลของสถาบันอุดมศึกษา(สกอ.) โดยระบุว่าจะมีการเพิ่มสิทธิประโยชน์ต่างๆที่พนักงานมหาวิทยาลัยจะได้รับมากมาย อย่างที่สำคัญคือ เรื่องสิทธิรักษาพยาบาล แต่ข้อเท็จจริงอาจไม่ใช่ เห็นได้ชัดจากสิทธิการรักษาพยาบาล ซึ่ง ทางศูนย์ประสานงานฯ เคยหารือร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช) เพื่อช่วยดำเนินการจัดทำต้นแบบกองทุนสุขภาพของพนักงานมหาวิทยาลัย ล้อระบบราชการ ตามโมเดลที่ สปสช เคยทำสำเร็จมาแล้วให้กับ กลุ่มพนักงานของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท) จนสามารถเบิกจ่ายระบบจ่ายตรงที่โรงพยาบาลได้เหมือนระบบราชการ
รศ.วีรชัย กล่าวอีกว่า ขณะนั้น ทางสปสช. ได้มีการหารือร่วมกับสกอ. และบรรลุข้อตกลงมาครั้งหนึ่ง แต่เกิดการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารกะทันหัน และก็ไม่ได้ผลักดันต่อไปอีก ทั้งๆที่เป็นประโยชน์มากต่อพนักงานมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ แต่กลับมาผลักดันร่าง พ.ร.บ. บริหารงานบุคคลฉบับนี้ ซึ่งมีเนื้อหาบังคับให้แต่ละมหาวิทยาลัยจัดทำกองทุนสุขภาพกันเอง ซึ่งอาจมองว่าดี แต่จะดีต่อเฉพาะมหาวิทยาลัยขนาดใหญ่เท่านั้น มหาวิทยาลัยขนาดเล็กเสียเปรียบ เป็นเบี้ยหัวแตก เป็นกองทุนแยกย่อยที่ไม่มีพลังเหมือน อปท. ในอดีต ที่แต่ละท้องถิ่นดูแลสวัสดิการกันเอง ทำให้กระทรวงมหาดไทยมาขอให้ สปสช รวมกองทุนแยกย่อยให้ใหญ่ขึ้น จนเป็นกองทุนองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ที่เรียกว่า กองทุนหลักประกันสุขภาพระดับท้องถิ่น ซึ่งดีกว่าระบบราชการด้วยซ้ำ
“ทางศูนย์ประสานงานฯ จะเป็นแกนในการทักท้วง ร่าง พ.ร.บ. นี้ และหากยังยืดเยื้อ และดึงดันให้สุดซอย ก็อาจถึงขั้นต้องประท้วง และฟ้องศาลปกครองต่อไป เพราะร่างกฎหมายที่ก่อให้เกิดความแตกแยกในหมู่ชาวอุดมศึกษา เริ่มตั้งแต่ที่มาของ คณะอนุกรรมการเฉพาะกิจ ซึ่งผมก็เป็นหนึ่งในรายชื่อของคณะอนุกรรมฯชุดนี้ พบว่ามีหลายคนมีความเกี่ยวโยง ผู้มีส่วนได้เสียที่แท้จริงไม่ได้เข้าร่วม เคยทำประชามติก็ไม่ผ่านหลายครั้ง โดนถอดออกจากที่ประชุม ก.พ.อ. ให้ไปทบทวน ประชาคมอุดมศึกษาไม่เห็นด้วยในเนื้อหาหลายอย่าง ก็ไม่ดำเนินการแก้ไข แต่มีความพยายามดันร่าง พ.ร.บ. นี้ต่อให้สุดซอย จนอนุกรรมการเฉพาะกิจหลายท่านไม่เข้าร่วมประชุมด้วย ทั้งนี้ ยังสงสัยในเรื่ององค์ประชุมว่าอาจไม่ครบหรือไม่ และผ่านมติไปหารัฐมนตรีได้อย่างไร” รศ.วีรชัย กล่าว และว่า นายสุภัทร จำปาทอง เลขาธิการ สกอ. เพิ่งเข้ามาใหม่ อาจยังไม่ทราบข้อมูลที่แท้จริง ตนเองอยากแนะนำว่า อย่าฟังคนของท่านเพียงไม่กี่คน ให้ดูประวัติย้อนหลังถึงความต้องการของชาวอุดมศึกษาจริงๆ ร่างกฎหมายฉบับนี้จะบังคับทุกกลุ่ม ทั้งพนักงานมหาวิทยาลัย ข้าราชการ ลูกจ้าง หากดีจริง ทำไมไม่บังคับใช้กับ บุคลากรของ สกอ.

