วันที่ 22 พฤศจิกายน นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร พร้อมด้วย นายพิษณุ เสนาวิน รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร นายปิยะ วงค์ลือชา รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร พร้อมด้วย นายพยนต์ อัศวพิชยนต์ ปลัดจังหวัดพร้อมด้วย นายภูมิสิทธิ์ วังคีรี นายอำเภอเมืองพิจิตร นายปัญญา ชูสกุล ผู้อำนวยการแขวงการทางจังหวัดพิจิตร ได้เดินทางไปที่บริเวณถนนสายพิจิตร-ตะพานหิน ต.ฆะมัง อ.เมือง จ.พิจิตร ซึ่งเป็นถนนทางหลวงหมายเลข 113 บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 98-99 แนวตลิ่งเกิดทรุดตัวลงระยะทางยาวกว่า 100 เมตร ถนนพังเป็นทางยาว 500 เมตรลงแม่น้ำน่าน เพื่อตรวจสอบหลังจาก ได้รับทราบว่าแขวงการทางพิจิตรใช้งบก่อสร้างโครงการพื้นฟูทางหลวง เพื่อคืนสู่สภาพอย่างยั่งยืน 24,897,000 บาท เพิ่งก่อสร้างเสร็จแค่ 1 ปี 3 เดือน แนวตลิ่งถนนพังลงน้ำ
โดยในเบื้องต้น นายวีระศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร สั่งให้ให้มีการสอบสวนข้อเท็จจริง โดยให้แขวงการทางเร่งตรวจสอบว่าถนนดังกล่าวได้มีการดำเนินการก่อสร้างถูกต้องตามหลักวิศวกรรมหรือไม่ อีกทั้ง ตรวจสอบการออกแบบไม่ดีหรือไม่ หรือมีการผิดพลาด จึงพังลงในแม่น้ำน่าน
นายวีระศักดิ์กล่าวว่า หลังจากที่ผมทราบเรื่อง ได้ลงไปในพื้นที่พร้อมคณะได้ลงไปตรวจสอบ ในเบื้องต้นพบว่าที่บริเวณดังกล่าวนั้น เป็นโค้งน้ำซึ่งรับกระแสน้ำโดยตรง แต่ก็ต้องตรวจสอบว่าการออกแบบนั้นถูกต้องหรือไม่หรือออกแบบไม่ดี จึงได้พังลงทั้งตลิ่ง และถนน ซึ่งได้สั่งให้ แขวงการทางติดต่อกับวิศวกรที่เชี่ยวชาญด้านช่างโดยตรงมาตรวจอีกครั้ง ว่ามีข้อบกพร่องหรือมีการออกแบบที่ไม่ถูกต้องอย่างใด แต่ในเบื้องต้น ผมเองยังไม่ไปกล่าวหาว่า ใครผิดใครถูกแต่ โครงการนี้ยังอยู่ในการค้ำประกันสัญญา 2 ปี ซึ่งจะหมดสัญญาในวันที่ 22 กรกฎาคม 2560 ซึ่งหากวิศวกรตรวจสอบแล้วคงรู้ว่าสาเหตุที่พังมาเพราะอะไร ซึ่งต้องรอ ก่อน นอกจากนี้ เท่าที่เคยเห็นการทำแบบนี้ เคยเห็นเขามีการตอกเสาเข็มแต่แบบอันนี้ ออกมาไม่รู้ว่าเขาทำแบบให้มีการตอกเสาเข็มหรือไม่ หาก ตรวจสอบพบการกระทำผิดก็จะดำเนินการขั้นเด็ดขาด

