นายกฯประชุม ก.ตร. รับทราบตำรวจผิดวินัยร้ายแรงไล่ออก 9 นาย ปลดออก 5 นาย

24.11.22 | 13:23 น.

เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เดินทางมาเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ครั้งที่ 11/2565 ณ ห้องศรียานนท์ ชั้น 2 อาคาร 1 ตร. โดยมี ก.ตร., ผู้บังคับบัญชาระดับสูงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเข้าร่วม ที่ประชุมได้รายงานการดำเนินงานของอนุกรรมการ ก.ตร. ชุดต่างๆ ที่ ก.ตร.มอบหมายให้ไปปฏิบัติและพิจารณาการบริหารงานบุคคลให้สอดคล้องกับกฎหมายใหม่ อาทิ คณะอนุกรรมการข้าราชการตำรวจด้านวินัย อุทธรณ์ ร้องทุกข์ และกฎหมาย รายงานข้อมูลการกระทำผิดวินัยร้ายแรง ของข้าราชการตำรวจ เดือน พ.ย.65 มีข้าราชการตำรวจลงโทษทั้งสิ้น 14 นาย ซึ่งเป็นการไล่ออกจากราชการ 9 นาย และปลดออกจากราชการ 5 ราย ทั้งนี้ตั้งแต่เดือน ม.ค.-พ.ย. 65 มีข้าราชการตำรวจถูกลงโทษทั้งสิ้น 229 นาย เป็นการไล่ออกจากราชการ 178 นาย และปลดออกจากราชการ 51 นาย


รายงานการเลือกตั้ง ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 6 ราย ซึ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกผู้ทรงคุณวุฒิในส่วนของตำรวจ 3 ราย จะคัดเลือกจากอดีตข้าราชการตำรวจที่เคยดำรงตำแหน่งตั้งแต่ผู้บัญชาการหรือเทียบเท่าขึ้นไปและเป็นผู้ซึ่งพ้นจากความเป็นข้าราชการตำรวจไปแล้วเกิน 1 ปี มีการเปิดรับสมัครแล้วตั้งแต่ 21 พ.ย.- 5 ธ.ค.2565 ส่วนที่ 2 ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ ที่เป็นคนนอก จำนวน 3 ราย ก.ตร. จะร่วมกันหารือให้ได้รายชื่อจำนวน 6 ราย แล้วให้ข้าราชการตำรวจเลือกเหลือ 3 ราย ซึ่งจะมีการเลือกตั้งพร้อมกันในวันที่ 15 มี.ค.2566 โดยข้าราชการตำรวจระดับรอง ผกก.ขึ้นไป เป็นผู้มีสิทธิเลือก

นอกจากมีวาระเพื่อพิจารณา กรณีของ พล.ต.ต.วันไชย เอกพรพิชญ์ รอง ผบช.ภ.8 ได้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง และศาลพิพากษาเพิกถอน ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เฉพาะในส่วนที่ไม่มีรายชื่อของผู้ฟ้องคดีได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ผบช. โดยที่ประชุม ก.ตร.เห็นว่า ยังมีเนื้อหาข้อเท็จจริงบางประเด็น ที่ควรเสนอข้อเท็จจริงที่ถูกต้องต่อศาล จึงต้องอุทธรณ์ คำพิพากษาดังกล่าว โดยมอบหมายให้เลขานุการ ก.ตร.ดำเนินการในส่วนเกี่ยวข้องต่อไป

พล.ต.ต.อาชยนกล่าวอีกว่า ในที่ประชุมนายกรัฐมนตรีขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกระดับในการปฏิบัติหน้าที่อำนวยความปลอดภัยและการจราจรช่วงประชุมเอเปคที่ผ่านมา จนประสบความสำเร็จ ให้กำลังใจตำรวจทุกนายที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็ง ส่วนสถานการณ์ภาคใต้ นายกรัฐมนตรี เป็นห่วงกำลังพล ให้ระมัดระวัง ตื่นตัว มีวิธีการปฏิบัติให้ทันต่อเหตุการณ์ และแสดงความเสียใจต่อผู้เสียชีวิตและครอบครัว รวมทั้งผู้บาดเจ็บ สั่งให้ดูแลสวัสดิการ สิทธิประโยชน์ต่างๆ อย่างเต็มที่

Advertisement