‘ทวิดา’ เปิดเวทีสมัชชาสุขภาพกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 3 ยัน ไม่ใช่แค่รักษา ปจบ.คนเครียด มีปัญหาสภาพจิตใจ – เชื่อเมืองจะฟื้นได้ ‘ศก.-ชีวิตคน’ ต้องดีก่อน
เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน ที่ ห้องประชุม Miracle Grand Ballroom A – B ชั้น 4 โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น เขตหลักสี่ รศ.ดร.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานในพิธีเปิดงานสมัชชาสุขภาพกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 3 พ.ศ. 2565 พร้อมกล่างปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อ “กรุงเทพฯ เมืองแห่งสุขภาวะ ปลอดภัย เศรษฐกิจดี…สร้างได้!”
รศ.ดร.ทวิดากล่าวว่า การขับเคลื่อนกรุงเทพฯ เมืองแห่งสุขภาวะ โดยสมัชชาสุขภาพกรุงเทพมหานคร เกิดขึ้นโดยความร่วมมือของทุกภาคส่วน ซึ่ง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ก็ได้ให้ความสำคัญกับนโยบายนี้เป็นอย่างมาก

“เวลาพูดถึงสุขภาพ หากมองแค่การรักษาพยาบาลจะแคบมาก ต้องทำในเรื่องการส่งเสริมสุขภาพด้วย นอกจากนี้ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา เรายังมีการพูดถึงเรื่องของสุขภาพจิตใจมากขึ้นด้วย เป็นการเกื้อหนุนจิตใจคนเมืองที่อาศัยในเมืองใหญ่ เนื่องจากเราเป็นเมืองใหญ่ที่หลากหลาย และมีหลายส่วนที่ยังไม่ได้น่าอยู่สำหรับทุกคน เรายังต้องระวังในหลายเรื่อง
3 ปีที่ผ่านมาเรามีบทเรียนเยอะมาก การมองว่าสุขภาพจิต สุขภาพเมืองจะฟื้นได้ ต้องมองว่าเศรษฐกิจและชีวิตของคนจะฟื้นได้อย่างไร จะคลายความเครียดได้อย่างไร เพื่อทำให้เมืองน่าอยู่ และกลไกทางสังคมหลักที่เราต้องดูแลคือ ทำให้คนมีความมั่นคงทั้งเศรษฐกิจและสุขภาพ ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ กทม.ทำงานหนักมาก” รศ.ดร.ทวิดากล่าว

รศ.ดร.ทวิดากล่าวต่อว่า สำหรับการประชุมวันนี้อาจไม่ใช่เพื่อรับฟังและกำหนดเป็นนโยบายเท่านั้น แต่เป็นการมารับฟังปัญหาอื่นเพิ่มเติม
“เพราะ กทม.ไม่ได้รู้ทุกเรื่อง การประชุมวันนี้หวังว่า กทม.จะได้คำถามมากขึ้นเพื่อหันมาดูว่าเรามีข้อบกพร่องอะไร ซึ่ง กทม.ยังมีอีกมาก ข้อตำหนิในวันนี้จะทำให้เราทำงานได้ดีมากขึ้น นอกจากนี้ กทม.รู้ว่าทุกคนฝากความหวังไว้ที่เรา แต่อยากให้ทุกคนเปลี่ยนความหวังให้เป็นความร่วมมือเพื่อทำให้ทุกประเด็นดีขึ้น และกรุงเทพฯ เป็นเมืองที่น่าอยู่กว่านี้” รศ.ดร.ทวิดา กล่าว

สำหรับการประชุมสมัชชาสุขภาพกรุงเทพมหานครในครั้งนี้ ได้กำหนดกรอบการจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “กรุงเทพฯ เมืองแห่งสุขภาวะ ปลอดภัย เศรษฐกิจดี…สร้างได้!” ด้วยความตระหนักว่า กรุงเทพมหานครเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม มีการขยายตัว และเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว ทำให้แนวทาง การพัฒนา และแก้ไขปัญหาต่างๆ มีความซับซ้อน นำมาซึ่งความท้าทายต่อการพัฒนาสุขภาวะในหลายมิติ จึงเป็นประเด็นสำคัญที่ภาคีทุกภาคส่วน และพี่น้องชาวกรุงเทพฯ ควรรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง เพื่อเตรียมรับสถานการณ์ ผลกระทบต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น ทั้งด้านบวกและด้านลบ และร่วมกันขับเคลื่อนเพื่อให้กรุงเทพมหานครเป็นนครแห่งสุขภาวะของทุกคน
ทั้งนี้ ในการประชุมได้กำหนดระเบียบวาระ จำนวน 2 เรื่อง โดยวาระที่ 1 คือ เรื่อง “พื้นที่เศรษฐกิจ ปลอดภัย ภายใต้ความหลากหลาย” ให้ความสำคัญกับความมั่นคงทางอาชีพ พื้นที่ทางเศรษฐกิจ ความปลอดภัย การยอมรับความหลากหลาย และกระบวนการมีส่วนร่วม โดยมุ่งเป้าหมายไปยังกลุ่มคนทำงานเศรษฐกิจฐานราก ได้แก่ ผู้ทำการผลิตที่บ้าน หาบเร่แผงลอย และผู้ให้บริการรถจักรยานยนต์สาธารณะ เนื่องด้วยคนกลุ่มนี้มีบทบาทสำคัญที่เกื้อหนุนคนในเมืองให้มีงานทำ มีความมั่นคงทางอาหาร ทำให้เศรษฐกิจดำเนินต่อได้ แต่ในทางกลับกัน การทำงานของกลุ่มเศรษฐกิจฐานรากยังมีข้อจำกัดด้านพื้นที่ประกอบอาชีพ ความปลอดภัย และการมีส่วนร่วมร่วมในการตัดสินใจ และวาระที่ 2 เรื่อง “สุขภาพดีทุกช่วงวัยด้วยระบบบริการสุขภาพเขตเมืองที่เน้นคุณค่า” มีที่มาจากความท้าทายของปัญหาสุขภาพในสังคมเมือง ซึ่งผู้คนส่วนใหญ่ต่างมุ่งหน้าทำมาหากิน ขาดการออกกำลังกาย รวมถึงปัญหาทางด้านสังคม สิ่งแวดล้อม และการมีพฤติกรรมเสี่ยงต่างๆ ตลอดจนการขาดความรู้ความเข้าใจการดูแลสุขภาพอย่างถูกต้อง

ตลอดทั้งวันของ การประชุมสมัชชาสุขภาพ กทม. ในครั้งนี้ มีกิจกรรมสำคัญประกอบด้วย การรายงานความคืบหน้าการขับเคลื่อนมติสมัชชาสุขภาพกรุงเทพมหานครครั้งที่ผ่านมา (ครั้งที่ 1 – 2) การประชุมพิจารณาระเบียบวาระสมัชชาสุขภาพกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 3 ต่อด้วยเวทีสาธารณะ “การแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ…คนจนเมือง” และ การประกาศเจตนารมณ์ “การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เสริมสร้างชุมชนเข้มแข็ง”
สำหรับไฮไลต์สำคัญ คือ พิธีประกาศเจตนารมณ์ความร่วมมือ 10 หน่วยงาน ประกอบด้วยกรุงเทพมหานคร สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำนักงานหลักประกันสุขภาพ (สปสช.) สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม และมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เพื่อส่งเสริมกระบวนการมีส่วนร่วมในการพัฒนากลไก “การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เสริมสร้างชุมชนเข้มแข็ง” ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ผ่านนโยบายผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เรื่อง “เสริมสร้างกลไกภาคประชาสังคมเข้มแข็งผ่านกองทุนสุขภาพกรุงเทพมหานคร” และในช่วงสุดท้ายเป็น การรับรองมติสมัชชาสุขภาพกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 3

โดยมีบุคคลสำคัญที่มาร่วมงาน อาทิ นพ.ประทีป ธนกิจเจริญ เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ รศ.ดร.เภสัชกรหญิง จิราพร ลิ้มปานานนท์ รองประธานกรรมการสนับสนุนการจัดและขับเคลื่อนมติสมัชชาสุขภาพกรุงเทพมหานคร นพ.สุขสันต์ กิตติศุภกร รองปลัดกรุงเทพมหานคร นพ.สุนทร สุนทรชาติ ผู้อำนวยการสำนักอนามัย กทม. พร้อมด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ คณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ คณะทำงานที่เกี่ยวข้อง และสมาชิกสมัชชาสุขภาพกรุงเทพมหานคร โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมกว่า 500 คน


