ไทย-ลาว ไม่ทน เปิบอำมหิต ขบวนการข้ามชาติ ต้มลูกเสือทั้งตัว เคี่ยวข้ามคืนจนเปื่อย ขายชิ้นละ 2 หมื่น
วันที่ 26 พฤศจิกายน มติชนออนไลน์ รายงานว่า เมื่อเร็วๆ นี้ มีการประชุมเพื่อประสานงานแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารการลักลอบค้าสัตว์ป่าข้ามชาติ (เสือโคร่ง) ระหว่างประเทศไทย (จังหวัดมุกดาหาร) และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (แขวงสะหวันนะเขต) ฝ่ายไทย นำโดย นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 (อุบลราชธานี) กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และฝ่ายสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว นำโดย นายบัวผัน บุนวิไล หัวหน้ากองกวดกาป่าไม้ แขวงสะหวันนะเขต (P-WAN)
นายบัวผันกล่าวว่า การมาร่วมประชุมในวันนี้ก็สืบเนื่องจากข่าวการยึดลูกเสือโคร่ง 4 ตัว ตามข่าวระบุว่าเป็นเสือจากฝั่งลาว ทางการลาวก็ต้องการทราบว่าเสือมาจากไหน ต้องสืบเสาะหาข้อเท็จจริงร่วมกันระหว่างสองประเทศ

นายชัยวัฒน์ ได้นำเสนอข้อมูลการตรวจยึดจับกุมผู้กระทำผิดและการขยายผลเกี่ยวกับขบวนการค้าลูกเสือโคร่ง ตามที่คณะเจ้าหน้าที่ได้ทำการจับกุมนายถนัด วงศ์สาร และตรวจยึดลูกเสือโคร่งของกลาง จำนวน 4 ตัวที่ จังหวัดมุกดาหาร เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2565 จากการสืบสวนสอบสวนขยายผลทราบว่า ก่อนวันเกิดเหตุนายถนัด วงศ์สาร ผู้ต้องหา ได้เดินทางออกนอกประเทศไทยไปยังแขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว ช่องทางด่านพรมแดนมุกดาหาร-สะหวันนะเขต พร้อมกับนายปรัชญ์นันท์ สายสุวรรณ เพื่อไปติดต่อซื้อลูกเสือและเดินทางกลับช่องทางเดียวกันในวันที่ 14 พฤศจิกายน 2565 ซึ่งนายถนัด เดินทางกลับเข้ามาเพียงคนเดียวและนายถนัด ให้การว่า ได้ไปติดต่อซื้อลูกเสือในแขวงสะหวันนะเขต ห่างจากพรมแดนประเทศไทยประมาณ 7 กิโลเมตร และพบคลิปวิดีโอในโทรศัพท์ของนายถนัด ที่ติดต่อกับผู้ขาย มีลูกเสือโคร่งจำนวนมาก ประมาณ 20-30 ตัว

นายสุนทอน เทบปันยา รองหัวหน้ากองคุ้มครองอนุรักษ์ป่าโคกโอ่ง-มั่ง แห่งชาติ สปป.ลาว กล่าวว่า จากกรณี ที่มีการจับกุมผู้ต้องหาและตรวจยึดลูกเสือโคร่ง 4 ตัว และระบุว่าลูกเสือโคร่งจำนวน 4 ตัวมาจากฝั่ง สปป.ลาว จากการตรวจสอบพบว่า จากข้อมูลใน สปป.ลาว ไม่มีแหล่งเพาะเลี้ยงเสือโคร่ง และในป่าธรรมชาติ คือ ป่าสงวนแห่งชาติไม่มีรายงานการพบเสือโคร่งในธรรมชาติแต่อย่างใด และโดยปกติแล้วคนลาวไม่นิยมบริโภคเนื้อเสือ อาจจะเป็นชาวต่างชาติ เป็นไปได้อย่างมาก ที่ลูกเสืออาจเพาะในประเทศไทย และลักลอบส่งไปซุกซ่อนที่ สปป.ลาว และส่งต่อให้ประเทศที่สามเพื่อนำไปเป็นอาหาร

ลูกเสือที่เตรียมนำไปต้ม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในที่ประชุมนั้น นายชัยวัฒน์ ได้ขอความอนุเคราะห์ประสานความร่วมมือจาก ผู้แทน สปป.ลาว ในการสืบสวนในพื้นที่แขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว ในการตรวจกล้องวงจรปิดการเข้าออก สปป.ลาว รถยนต์ที่ใช้ และชาวเวียดนาม ที่เข้าออกประเทศลาว ในช่วงเวลาที่ใกล้เคียงออกจากประเทศไทย และจุดที่นายถนัดแจ้งว่าได้มาติดต่อซื้อลูกเสือโคร่งในแขวงสะหวันนะเขต จุดที่คาดว่าจะมีการซุกซ่อนเลี้ยงเสือโคร่งเพื่อส่งขายต่อ ทางช่องธรรมชาติที่คาดว่าจะเป็นจุดขึ้นลงสินค้า และข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อขยายผลต่อไป หากมีการจับกุมผู้ต้องสงสัยคือ นาย TRAN LINH และนายปรัชญ์นันท์ สายสุวรรณ และตรวจยึดเสือโคร่งที่ถูกกักอยู่ตามคลิปที่อยู่ในโทรศัพท์การเจรจาซื้อขายที่แขวงสะหวันนะเขต ขอให้ประสานแจ้งประเทศไทยให้ทราบและร่วมดำเนินการตรวจสอบ เพื่อเก็บตัวอย่างเลือดสำหรับการตรวจ DNA เนื่องจากการข่าว พ่อพันธุ์-แม่พันธุ์เสืออาจมาจากประเทศไทย

นายสุนทอน เทบปันยา รองหัวหน้ากองคุ้มครองอนุรักษ์ป่าโคกโอ่ง-มั่ง แห่งชาติ สปป.ลาว แจ้งว่าก่อนหน้านี้ทาง สปป.ลาว และไทย ได้มีความร่วมมือกันในด้านการป้องกันการค้าสัตว์ป่า พืชป่า โดยสลับกันเป็นเจ้าภาพ มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ มีการศึกษาดูงานร่วมกัน ทาง สปป.ลาว ก็ได้ตระหนักถึงความสำคัญของภารกิจนี้ การมาประชุมครั้งนี้ก็จะได้รายงานส่วนกลางของ สปป.ลาวให้ทราบด้วย หน่วยงานของลาวที่มาร่วมในครั้งนี้ มีเจ้าหน้าที่ภาษี เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ ของ สปป.ลาว จะได้ทำงานร่วมกัน ทำหน้าที่สอดส่องดูแล

“ที่น่าเป็นห่วงมากเวลานี้ คือลูกเสือกว่า 30 ตัวอยู่ที่ไหน เราจะได้สืบสวน เชิงลึกและออกคำสั่งหมายค้นได้ ใครเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง ให้ที่พักพิงชาวต่างชาติและแหล่งพักอนุบาลลูกเสือ ในอนาคตอยากให้มีการประชุมความร่วมมือกันด้านการป้องกันการค้าสัตว์ป่า พืชป่า ระดับส่วนกลาง ในปี 2023 เราจะได้หยิบยกประเด็นเรื่องนี้มาใช้ในการปรึกษาพูดคุย เพื่อป้องกันภัยคุกคามที่จะไม่ทำให้ประชาชนของประเทศทั้งสองฝ่ายกระทำความผิดกฎหมายต่อไป” รองหัวหน้ากองคุ้มครองอนุรักษ์ป่าโคกโอ่ง-มั่ง แห่งชาติ สปป.ลาว กล่าว และได้ให้ข้อมูลว่าประชากร สปป.ลาว ไม่มีกำลังซื้อลูกเสือโคร่ง ด้วยราคาลูกเสือโคร่งค่อนข้างสูงประมาณ 500,000 บาท/ตัว และเศรษฐกิจไม่ค่อยดี ดังนั้น คาดว่านำลูกเสือโคร่งมาพักไว้ที่ สปป.ลาว เพื่อส่งต่อให้ประเทศที่ 3 นอกจากนั้น ยังมีข้อมูลเกี่ยวกับการบริโภคลูกเสือโคร่ง คือ เอาต้มลงหม้อทั้งตัว/น้ำ 40 ลิตร เคี่ยวข้ามวันข้ามคืนจนมีลักษณะแห้งเป็นแผ่นคล้ายซากอ้อย และนำมาตัดเป็นชิ้นขาย ขนาดเท่าฝาขวดน้ำ ขายราคาประมาณ 20,000 บาท/ชิ้น โดยมาเอาดองเหล้าเป็นยาชูกำลัง โดยต้มเสร็จแล้ว จะขายได้ตัวละประมาณ 1 ล้านบาท

