เปิดห้อง “ปุ๊น” ถนนข้าวสาร บริการสูบครบวงจร เจ้าของโชว์ใบอนุญาต โอดสธ.คุมดอก

26.11.22 | 13:17 น.

เปิดห้อง “ปุ๊น” ถนนข้าวสาร บริการสูบครบวงจร เจ้าของโชว์ใบอนุญาต โอดคุมดอกลูกค้าหาย

วันที่ 26 พฤศจิกายน ที่ ถนนข้าวสาร ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณแพลนโทเพีย (Plantopia) โซนขายผลิตภัณฑ์จากกัญชา กัญชง ในถนนข้าวสาร ย่านสถานบันเทิงในกรุงเทพฯ แพลนโทเพีย ตั้งอยู่ชั้น 1 ของอาคาร Buddy group มีร้านจำหน่ายสินค้าจากกัญชาอยู่หลายร้าน โดยจะมีห้อง “Cigar Bar” ที่เปิดไว้สำหรับใช้กัญชาในลักษณะสันทนาการ มีการจัดเก้าอี้นั่ง และระบบระบายควันในห้อง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีนักท่องเที่ยวบางคนสูบกัญชาในลักษณะมวนบุหรี่ อยู่ในบริเวณที่จัดไว้ให้ และบริเวณใกล้เคียงกันนั้นก็มีร้านที่เปิดจำหน่ายช่อดอกกัญชา โดยมีสติ๊กเกอร์ติดไว้หน้าร้าน ระบุ 5 กลุ่มคนที่ไม่อนุญาตให้เข้าร้าน คือ เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี, หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร, ผู้ที่แพ้สารสกัด THC และ CBD, ผู้ที่ขับขี่ยานพาหนะ และผู้ที่ทำงานกับเครื่องจักร

ผู้สื่อข่าวมติชน จึงติดต่อเพื่อขอสัมภาษณ์ผู้ประกอบการจำหน่ายช่อดอกกัญชา ถึงการปรับตัวให้เข้ากับประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องสมุนไพรควบคุม(กัญชา) ฉบับปรับปรุง ที่มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 24 พ.ย. เป็นต้นมา

Advertisement

นายคีตา แก้วมงคล ผู้จัดการสาขาข้าวสาร Rollloft โรลลอฟต์ กล่าวว่า ร้านของตนได้ขึ้นทะเบียนกับกรมการแพทย์แผนไทยฯ ในการจำหน่ายช่อดอกกัญชาตั้งแต่ที่มีประกาศกระทรวงฯ ฉบับแรก เมื่อวันที่ 16 มิ.ย.65 โดยมีการเปิดห้องให้ลูกค้าสามารถใช้สูบเพื่อสันทนาการได้โดยมีการจัดร้านตามข้อกำหนดสถานบริการ มีเครื่องระบายอากาศ ทางหนีไฟ ซึ่งลูกค้า 90% เป็นชาวต่างชาติ อีก 10% เป็นคนไทย ซึ่งในการขออนุญาตก็มีเจ้าหน้าที่จากกรมการแพทย์แผนไทยฯ เข้ามาตรวจสอบพื้นที่ก่อนออกใบอนุญาตแล้ว

นายคีตา กล่าวว่า แต่เมื่อมีประกาศกระทรวงฯ ฉบับล่าสุด ที่บังคับใช้ตั้งแต่ 24 พ.ย. ที่ผ่านมา ห้ามใช้กัญชาในสถานที่จำหน่าย ทางร้านปรับตัวด้วยการหาแพทย์แผนไทยมานั่งประจำร้าน ซึ่งค่อนข้างหายาก เพราะร้านหลายก็ต้องทำการตลาด มีการแย่งซื้อตัวกัน เพราะ ถ้าไม่มีแพทย์มาประจำ ก็ต้องปิดห้องสูบ ให้ลูกค้าซื้อกลับอย่างเดียว โดยยอมรับว่า กระทบต่อรายได้และทำให้ลูกค้าที่ไม่มั่นใจในกฎหมาย แต่ด้วยทางร้านเตรียมการไว้ล่วงหน้า ก็เลยหาแพทย์ไว้แล้ว 2 คน หลังจากมีประกาศฯ แพทย์ก็หมุนเวียนกันมา

 

“ด้วยความไม่ชัดเจนของกฎหมายตั้งแต่แรก ทำให้ทางร้านไม่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นสถานพยาบาล การปรับตัวตอนนี้ ก็อาจเพิ่มห้องแพทย์ เพราะถ้าไม่มีแพทย์ ก็จะต้องซื้อกลับอย่างเดียว แต่บางร้านหาแพทย์ไม่ได้ ก็ปิดห้องสูบไปก่อน จนกว่าจะมีความชัดเจน ก็จะกระทบกับยอดขายพอสมควร เพราะลูกค้าส่วนใหญ่มีความตั้งใจเข้ามาแฮงเอาท์ มานั่งคุยกันเป็นคอมมูนิตี้ สันทนาการ เอ็นจอยกัน ซึ่งเมื่อปิดห้องสูบ ลูกค้าก็หายไป” นายคีตา กล่าว

นายคีตา กล่าวว่า การที่กำหนดว่าจะนั่งสูบในร้านขายได้ต้องเป็นสถานพยาบาลก็ค่อนข้างสร้างปัญหา ส่วนการที่ให้คนซื้อกลับ เราก็มีความกังวลถ้าซื้อไปแล้วเดินสูบตามถนน ก็ทำให้เกิดภาพลบเข้าไปใหญ่ แต่ถ้ามีห้องสูบเราทำอย่างตั้งใจให้ทุกคนอยู่นะคอมมูนิตี้เล็กๆ ของเรา เพื่อความปลอดภัย

เมื่อถามว่าหากจะต้องบันทึกข้อมูลลูกค้า นายคีตา กล่าวว่า เรามีข้อมูลว่าเอากัญชามาจากไหน ถ้าต้องบันทึกข้อมูลลูกค้าด้วยก็เป็นเรื่องที่ดี เพื่อให้เช็กว่าอายุถึงจริงๆ แต่ถ้าต้องดูถึงว่า เลขที่บัตรประชาชน บ้านที่อยู่ไหน ก็จะเพิ่มขั้นตอนให้ร้านและลูกค้าขึ้น เพราะก็ไม่ทราบว่ารัฐจะเอาข้อมูลไปทำอะไร อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ร้านเปิดมา 5 เดือน ก็มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาตรวจสอบตลอด

เมื่อถามว่าเคยมีลูกค้าที่เอาแอลกอฮอล์มาแล้วเข้ามาใช้กัญชาในร้านหรือไม่ นายคีตา กล่าวว่า โดยปกติคนใช้กัญชาก็ไม่ได้ดื่ม แต่จะมีลูกค้าขาจรที่เมามาแล้วอยากลองสูบ เราก็จะมีคำแนะนำให้ คอยดูแลลูกค้า

เมื่อถามว่ากรณีลูกค้าเมาอยู่ในร้านจะทำอย่างไร นายคีตา กล่าวว่า กัญชาแต่ละตัวมีฤทธิ์ต่างกัน สำหรับตัวเหมาะกับศิลปิน บางตัวทำให้ผ่อนคลาย บางตัวก็กลิ่นชัดมาก ส่วนตัวที่แพงสุดคือ กระปุก 3.5 กรัม ราคา 1.5 หมื่นบาท เป็นกัญชาไทยที่มีคุณภาพดี ซึ่งลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ ก็จะมีอาการเมาบ้าง แต่เราก็จะให้เขานั่งอยู่ในร้านจนกว่าจะสร่าง แล้วค่อยให้กลับบ้าน บางคนก็นั่งอยู่ 4-5 ชั่วโมงก็มี

เมื่อถามถึงช่อดอกที่นำเข้า นายตีตา กล่าวว่า ถ้านำเข้า ต้องมีใบอนุญาตนำเข้า แต่เราไม่ได้นำเข้าเอง ซื้อจากซัพพลายเออร์ เราเป็นผู้ค้าไม่มีปลูกเอง ทั้งนี้ ในอนาคตจะทำคิวอาร์โค้ด ให้ข้อมูลลูกค้า ว่าแต่ละตัวเป็นอย่างไร มาจากไหน ใช้เพื่ออะไรให้ชัดเจนขึ้น

ย้อนอ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง