อนุกก.ศึกษากัญชาฯ เร่งศึกษาโรคที่เป็นปัญหา จัดทำ ‘แผนที่วิจัย’ รวมผลงานทางการแพทย์
เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน ดร.ภก.อนันต์ชัย อัศวเมฆิน กล่าวภายหลังเป็นประธานอนุกรรมการด้านการศึกษา/วิจัยผลจากการใช้กัญชาทางการแพทย์และสุขภาพ ในประชุมอนุกรรมการฯ ครั้งที่ 1/2565 พร้อมด้วย หน่วยงานของกระทรวงสาธารณสุขที่เกี่ยวข้อง สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เพื่อร่วมวิจัยประเด็นกัญชาทางการแพทย์ ว่า
การดำเนินการกว่า 3 ปีที่ผ่านมา สธ.และเครือข่ายฯ ศึกษาวิจัยที่กว้างขวาง จนเกิดการใช้กัญชาและถูกบรรจุในชุดสิทธิประโยชน์ทางสุขภาพ และมีการขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์ กัญชากว่า 2,000 ผลิตภัณฑ์ แต่เพื่อให้เกิดการวิจัยที่รวดเร็ว มุ่งเป้าไปสู่การแก้ปัญหาสุขภาพ อันจะทำให้เกิดการต่อยอดได้อย่างสมบูรณ์ คณะอนุกรรมการได้มีข้อสรุปว่า ควรมุ่งเป้าโรคที่ยังเป็นปัญหาสุขภาพ โดยศึกษาวิจัยครบวงจร ต้นทาง กลางทาง ปลายทาง โดยดึงกองผลิตภัณฑ์สมุนไพร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และอนุกรรมการยาหลักแห่งชาติเข้ามาเป็นแกนในการทำงานร่วมกัน เพื่อให้การวิจัยสร้างมูลค่าเชิงเศรษฐกิจ และผู้ป่วยเข้าถึงยาได้ด้วย

“วันนี้กองวิชาการของกระทรวงสาธารณสุข และ สวทช. ได้มาให้ข้อมูลเกี่ยวกับงานวิจัยที่ทางหน่วยงานดำเนินการไปแล้ว กำลังดำเนินการ และแผนการดำเนินงาน ซึ่งนับว่ามีความก้าวหน้ามาก เพราะประเทศไทยใช้เวลาเพียง 3 ปี ผลักดันให้มียากัญชาใช้ มีผลิตภัณฑ์ขึ้นทะเบียนได้ แต่ตรงนี้กระทรวงฯ มองว่ายังไม่พอ ควรมีการกำกับทิศการวิจัยให้เห็นเป้าเดียวกัน ช่วยกันทำให้เร็ว เพราะพี่น้องประชาชนรออยู่ จึงมีการตั้งอนุกรรมการฯ ชุดนี้ขึ้น โดยมีบทบาทคือ ประสานความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน ทั้งในและนอกสธ. และสร้างกลไกที่มีประสิทธิภาพ กำหนดและกำกับทิศทางการวิจัยที่ตอบโจทย์ของประเทศ” ดร.ภก.อนันต์ชัย กล่าว
ดร.ภก.อนันต์ชัย กล่าวว่า ขั้นตอนการทำงานหลักๆ ใน 2 เรื่อง คือ จัดทำแผนที่การวิจัย (Research mapping) เพื่อดูว่ามีใครทำวิจัยยากัญชา ชนิดใด ที่ไหน โรคอะไร เพื่อหาช่องว่าง (Gap) แล้วแก้ไขให้ห่วงโซ่คุณค่าครบสมบูรณ์ หลังจากนั้น จัดทำแผนงานวิจัยกัญชาของประเทศ เพื่อผลักดันให้เป็นพืชต้นแบบในการวิจัยพืชสมุนไพรเศรษฐกิจ เพื่อเพิ่มมูลค่าในทางเศรษฐกิจ สามารถส่งขายต่างประเทศได้ จึงอยากขอประชาสัมพันธ์ว่า ใครที่ดำเนินการวิจัยกัญชาอยู่ สามารถแจ้งความประสงค์เข้าร่วมกับกระทรวงฯ ที่สถาบันกัญชาทางการแพทย์ ซึ่งรับหน้าที่เป็นเลขาของอนุกรรมการ เราต้องการภาคีเครือข่ายมาช่วยกันทำงานระดับชาติให้เร็วและดี ทันความต้องการของสังคม

