พล.ต.ท.ประจวบ ผู้ช่วย ผบ.ตร. เปิดประชุมบังคับใช้กฎหมายอาชญากรรมสัตว์ป่าระหว่างภูมิภาค มุ่งเพิ่มประสิทธิภาพป้องกันปราบปรามการลักลอบกระทำผิดเกี่ยวกับสัตว์ป่าทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน ที่โรงแรมพูลแมน คิงเพาเวอร์ พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะ รองผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามการลักลอบตัดไม้ทำลายป่า ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปทส.ตร.) เปิดเผยว่า ตามนโยบาย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่เล็งเห็นถึงความสำคัญและต้องการแก้ไขปัญหาการลักลอบกระทำความผิดเกี่ยวกับสัตว์ป่า ตลอดจนการตัดไม้ทำลายป่า ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญเร่งด่วน มีมูลค่าความเสียหายสูง ส่งผลกระทบต่อทรัพยากรของชาติในส่วนรวมและภาพลักษณ์ของประเทศไทยในระดับสากล
พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบ.ตร.(ปป)/ผอ.ศปทส.ตร. มอบหมายให้ พล.ต.ท.ประจวบ เข้าร่วมและเปิดการประชุมการบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยอาชญากรรมสัตว์ป่าระหว่างภูมิภาค The Wildlife Inter-Regional Enforcement (WIRE) Meeting ซึ่งเป็นการประชุมภายใต้ความร่วมมือของสำนักงานว่าด้วย ยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแปซิฟิก (UNODC) โดยมี ผู้แทนจาก กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช สำนักงานอัยการสูงสุด และกรมศุลกากร ตลอดจนผู้แทนองค์กรต่างประเทศ เช่น อธิบดีอัยการสูงสุดสาธารณรัฐเปรู อธิบดีกรมการศุลกากรสาธารณรัฐมัลดีฟส์ ผู้แทน International Narcotics and law Enforcement พร้อมทั้ง ผู้แทนจากองค์กรที่เกี่ยวข้องจากทวีปแอฟริกา 15 ประเทศ ทวีปเอเชีย 11 ประเทศ และทวีปอเมริกาใต้ 5 ประเทศ เข้าร่วมประชุม
พล.ต.ท.ประจวบกล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้ความสำคัญในการแสวงหาความร่วมมือจากพหุภาคีทั่วโลก สำหรับการประชุมวันนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนและแลกเปลี่ยน ข้อมูล การจัดการกับอาชญากรข้ามชาติ เพื่อสนับสนุน การพัฒนาข้อตกลงในการสืบสวนและบังคับคดี และเพื่อระบุวิธีการแก้ไขปัญหาที่เป็นรูปธรรม ในด้านความร่วมมือด้านการสืบสวน การดำเนินคดีและศุลกากร เพิ่มโอกาสในการสกัดกั้น การสืบสวน การแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ และแผนประทุษกรรมของอาชญากรรมเกี่ยวกับสัตว์ป่า
พล.ต.ท.ประจวบกล่าวอีกว่า สถานการณ์การค้าสัตว์ป่าในประเทศไทย เมื่อเปรียบเทียบกับปี พ.ศ.2562 มีการลักลอบขนสัตว์ป่าและความต้องการสัตว์ป่าลดลง เนื่องจากการการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสในตลาดมืดที่สัตว์ป่าถูกนำมาขาย ความต้องการผลิตภัณฑ์จากสัตว์ป่า เช่น หนังตัวลิ่น ตับหมี นอแรด ลดลง และประชาชนเริ่มตื่นตัวกรณีโรคที่มาจากสัตว์ป่า ประกอบกับรัฐบาลไทยให้ความสำคัญในการปราบปรามผู้กระทำความผิดและมีการบังคับใช้กฎหมายลงโทษผู้กระทำความผิดอย่างจริงจัง ประกอบกับในช่วงที่ผ่านมา มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 อย่างไรก็ตาม หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย ต้องปราบปรามกลุ่มค้าสัตว์ป่ามิให้กลับมาลักลอบค้าชิ้นส่วนที่ลักลอบสะสมไว้ได้อีก หลังจากที่มีการเปิดประเทศ โดยพบว่า มีการค้าสัตว์ป่าในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์มากขึ้น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะประสานการปฏิบัติกับหน่วยที่เกี่ยวข้อง เพื่อปราบปรามอย่างจริงจังต่อไป

