วันที่ 23 พฤศจิกายน 2559 นายธวัช วงศ์คิด อายุ 66 ปี ชาวนาจากตำบลบ่อโพง อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ตนเองหยุดทำนาปรัง มากนานว่า 1 ปีเพราะว่าภัยแล้ง ช่วงนี้เป็นการทำนาปรังรอบแรกของปีนี้ เริ่มปลูกมาได้เกือบ 90 วันแล้ว ต้นข้าวออกรวง เหลืออีก 30 วัน ก็จะครบกำหนดเก็บเกี่ยว ซึ่งคาดว่าจะขายได้ราคากว่าตันละ 6,000 บาท โดยทำนา 40 ไร่ ทั้งที่นาของตนเองและนาเช่า รอบนี้คาดว่าจะได้ผลผลิต 1 ตัน/ไร่ ปัจจุบันนอกจากจะใช้เงินทุน ของครอบครัวแล้ว ยังมีหนี้สินจาก ธ.ส.ก.อีกกว่า 150,000 บาทที่กู้มาลงทุน
สำหรับต้นทุนการเพาะปลูก หากจำแนกรายละเอียด พบว่ามีมากกว่า 4,000 บาท/ไร่ ซึ่งตรงจุดนี้ยังไม่รวมค่าแรงงาน 2 คน ที่ทำงานตลอด 120 วัน ในการดูแลแปลงนาข้าว 40 ไร่ โดย 1 ไร่ คิดต้นทุนแยกเป็น ค่าตีดินรอบแรก 450 บาท ตีดินรอบสอบ 350 บาท ค่าพันธุ์ข้าวปลูก 650 บาท ค่าจ้างหว่าน 50 บาท ค่าปุ๋ยและเคมีภัณฑ์กำจัดแมลงศัตรูพืช 1,500 บาท ค่าฉีดฮอร์โมน 100 บาท ค่าน้ำมันสูบน้ำเข้านา 200 บาท ค่าเก็บเกี่ยว 600 บาท และค่าขนส่งข้าวเปลือกจากนาไปโรงสี 200 บาท

ดังนั้น หากมีผลผลิตที่ 1 ตัน / ไร่ จะพอมีกำไร 2,000 บาท ซึ่งถือเป็นค่าแรงชาวนา แต่หากมีผลผลิตไม่ถึง ด้วยปกติชาวนาทั่วไป ทำนากันได้เพียง 70 ถัง/ไร่ แสดงว่าจะได้เงินจากการขายข้าวเปลือกเพียงกว่า 4 พันบาท/ไร่เท่านั้น เท่ากับเสมอตัวหรือขาดทุนแล้ว

