วันที่ 23 พฤศจิกายน พล.ต.สาธิต ศรีสุวรรณ ผบ.มทบ.34 จังหวัดพะเยา ได้รับรายงานว่ามีการลักลอบซุกซ่อนไม้ชิงชันไว้ในพื้นที่ อ.เชียงคำ จ.พะเยา เพื่อส่งออกไปประเทศจีน จึงได้มอบหมาย พ.อ.คณเดช พงษ์บางโพธิ์ รอง ผบ.มทบ.34 และ พ.ท.สันติพงษ์ ชิงดวง ผบ.ร.17 พัน 4 ค่ายขุนจอมธรรม อ.เชียงคำ นำกำลังออกปฏิบัติหน้าที่และประสานหน่วยงานปกครอง อ.เชียงคำ สภ.เชียงคำ ตชด.326 เจ้าหน้าที่ป่าไม้หน่วยป้องกัน พย.9 และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เข้าทำการปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่เป้าหมาย คือ สวนลำไยบ้านไชยเจริญ หมู่ 14 ต.น้ำแวน อ.เชียงคำ จ.พะเยา
ระหว่างเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยกำลังตรวจยึดไม้ในพื้นที่สวนลำไยดังกล่าว ผู้กระทำความผิดได้ไหวตัวขับรถกระบะนิสสันสีเทาหลบหนี แต่ถูกเจ้าหน้าที่สกัดไว้ได้ บางส่วนหลบหนีไปท่ามกลางความมืด ผู้กระทำผิดที่ถูกควบคุมตัว มี 2 คน คือ นายอนุศักดิ์ คำแก้ว อายุ 49 ปี บ้านเลขที่ 180/1 หมู่ 13 และนายเจนณรงค์ ศรีคำ อายุ 58 ปี บ้านเลขที่ 199 หมู่ 6 ต.น้ำแวน อ.เชียงคำ จ.พะเยา พร้อมกับยึดรถยนต์กระบะ 2 คัน ที่มีการบรรทุกไม้ชิงชันและจอดอยู่ติดกับกองไม้ชิงชันที่ยังไม่ได้นำขึ้นรถ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดไม้ชิงชันทั้งหมดจำนวน 36 แผ่นเหลี่ยม ขนาดความยาว 2 เมตร หนา 13 ซม. กว้าง 20 ซม. และเจ้าหน้าที่ได้ตรวจค้นบ้านนายอนุศักดิ์ซึ่งทำเป็นโกดังให้เช่าขนาดใหญ่ 2 หลัง พบไม้สักแปรรูป 2 เล่ม ไม้ตะโกขาว 6 เล่ม เลื่อยโซ่ยนต์ 1 เครื่อง และพบปืนยาวอัดลมในบ้าน 1 กระบอก
นายอนุศักดิ์เปิดเผยว่า ไม้ดังกล่าวเป็นของนายทุนคนหนึ่งในพื้นที่ อ.ปง จ.พะเยา ได้นำมาฝากไว้กับตนเองและจ่ายเป็นค่าเช่า เพื่อรอนำส่งต่อไปประเทศจีน ได้ค่าจ้างครั้งละ 9,000-10,000 บาท ทำมาแล้ว 5 ครั้ง การรับฝากไม้นายทุนจะทยอยนำไม้มาส่งให้ตนเก็บรักษาไว้ในสวน คลุมด้วยพลาสติกป้องกันไม่ให้มีคนพบเห็น 7 วัน จะได้ 1 ลำสิบล้อ
พ.อ.คณเดชเปิดเผยว่า ทาง พล.ต.สาธิต ศรีสุวรรณ ผบ.มทบ.34 ได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการสอบสวนเพื่อขยายผลให้ถึงตัวนายทุนและนำมาดำเนินคดีให้ได้ ไม่ใช่เพียงการจับแล้วก็จบไป ต้องขยายผลเพื่อให้ขุดรากถอนโนกระบวนการตัดไม้ทำลายป่า ตามนโยบายของกองทัพบกและแม่ทัพภาคที่ 3
หลังจากเจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดไม้และผู้กระทำความผิดแล้ว จึงนำตัวพร้อมไม้ชิงชัน ไม้อื่นๆ และของกลางทั้งหมดส่ง พ.ต.ท.กิตติภพ ผิวเหลือง พงส.สภ.เชียงคำ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

