วันที่ 23 พฤศจิกายน 2559 เวลา 12.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่พ้นหน้าฝนไปและกำลังเข้าสู่ฤดูหนาว ประกอบกับเกษตรกรผู้ทำนาปลูกข้าวเริ่มทยอยกันเก็บเกี่ยวผลผลิตของตนเองกันไปแล้วกว่า 80% ส่งผลให้ในพื้นที่การเกษตรหลายแห่งเริ่มมีการทำนารอบใหม่กันทันที ซึ่งถือเป็นนาปรัง และใช้น้ำที่ได้จากการเก็บกักตุนไว้ในแหล่งกักเก็บน้ำของตนในการหล่อเลี้ยงต้นข้าวในครั้งนี้ เพื่อหวังให้ข้าวนั้นงอกเเละเติบโตก่อนที่จะเข้าสู่ฤดูหนาวจริง อีกทั้งยังหวังราคาข้าวที่คาดหวังไว้ว่าจะมีการปรับราคาขึ้นมาบ้างจากรอบที่แล้วซึ่งราคาตกต่ำมากที่สุดในรอบ 10 ปี เรียกได้ว่าการลงทุนทำนาปรังในครั้งเป็นการวัดดวงปลูกข้าวของชาวนา ก็ว่าได้
จากการสอบถาม ชาวนา ในพื้นที่ หมู่9 ต.หนองนางนวล อ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี เล่าว่า ตนนั้นได้ทำข้าวนาปี โดยพึ่งเก็บเกี่ยวไปได้ประมาณ 15 วัน แต่ราคาข้าวนั้นตกต่ำมากประกอบกับช่วงนั้นฝนตกหนักหลายวันติกต่อกันและตรงกับช่วงที่หลายพื้นที่เก็บเกี่ยวข้าวกันพอดี ทำให้ข้าวนั้นล้มจมน้ำเสียหายกันจำนวนมากจึงทำให้บางคนเมล็ดข้าวดำบ้าง ความชื้นสูงบ้าง ทำให้ราคาขายที่ได้นั้นต่ำลงไปอีก ยอมรับว่าการทำนาในแต่ละปีต้องมีปัญหากันแทบทุกครั้งแต่ว่าครั้งที่ผ่านมานี้ก็ว่าหนักเหมือนกัน เพราะทุกคนต่างมีความหวังด้วยกันทั้งนั้นว่าจะมีรายได้จากการทำนา
“หลังจากที่ต้องหยุดพักมานานในช่วงที่ไม่มีน้ำ แต่พอทำนากันได้กับต้องมาประสบปัญหาราคาข้าวเช่นนี้ถือว่าผิดหวังมากอยู่เช่นกัน จึงทำได้แค่เริ่มต้นกันใหม่ เพราะถ้าหยุดพักนั่นคือไม่มีรายได้ และจะกลายเป็นว่าเอาเงินทุนไปใช้กินจนหมดไม่เหลือ หรือไปกู้ยืมเพื่อทำนาก็ไม่ดีแน่ จึงตัดสินใจลงทุนทำนาปรังทันที เพราะช่วงนี้ยังมีน้ำเพียงพอที่สามารถจะทำนากันได้ โดยในครั้งนี้ได้ทำการเริ่มหว่านข้าวเพื่อให้ข้าวนั้นโตก่อนที่จะเข้าหน้าหนาวจริงๆ ซึ่งได้จ้างคนนำเครื่องหว่านข้าวมาช่วยหว่าน โดยคิดค่าจ้างไร่ละ 60 บาท ต่อไร่ หรือหากรวมคนแบกข้าวด้วยก็จะคิดราคา 100 บาทต่อไร่ ซึ่งการทำนาในครั้งนี้ก็ยังคงหวังเช่นเดิมว่าข้าวนั้นจะได้รับราคาที่ดีกว่าเดิม เพื่อให้มีกำไรไปเลี้ยงครอบครัว และเก็บทุนไว้ปลูกข้าวในครั้งต่อไปได้อีก” ชาวนาหมู่ 9 กล่าว

