รองโฆษกตร.ชี้1แสนยูเซอร์ไทยส่องข้อมูลไอเอสตามปกติ ไม่โยงก่อเหตุ

23.11.16 | 14:29 น.
พล.ต.ต.ปิยพันธ์ ปิงเมือง รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

เมื่อวันที่23 พฤศจิกายน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง รองโฆษก ตร. กล่าวถึงกรณีสำนักงานตำรวจสหพันธ์ออสเตรเลีย ให้ข้อมูลกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่ามีคนไทยเข้าไปเกี่ยวข้องกับขบวนการก่อการร้ายรัฐอิสลามหรือไอเอส ผ่านทางเฟซบุ๊ก มีการเข้าของขบวนการก่อการร้ายไอเอส กว่า 1 แสนครั้งในรอบ1ปีที่ผ่านมา โดยพบว่ามีจำนวนบางส่วนเกี่ยวข้องทั้งการสนับสนุนแนวคิด การเดินทางไปซีเรีย และให้เงินสนับสนุน ว่า อยากเรียนเรื่องดังกล่าวว่าสื่อมวลชนเกิดความสับสน วันนี้ทีมงานโฆษกจึงไปหาข้อมูลนำมาชี้แจง ทำความเข้าใจกับประชาชน เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนขึ้นในสังคม จริงๆแล้วการประชุมเมื่อวันที่23พฤศจิกายนเกิดขึ้นระหว่างตำรวจไทยกับตำรวจออสเตรเลีย โดยมี พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบ.ตร. ด้านความมั่นคง เป็นประธาน การประชุมเพื่อประสานความร่วมมือกับตำรวจออสเตรเลีย มีขึ้นปีละ1ครั้ง และข้อมูลไอเอสถูกหยิบยกขึ้นมาพูดในที่ประชุม จึงเป็นที่มาของการตรวจสอบว่า User name ในเฟซบุ๊กที่มีการอ้างถึง ปกติเป็นเรื่องของการติดตามทั่วไป ซึ่ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พูดชัดเจนว่าคนไทยเข้าไปติดตามในโซเชียลมีเดียก็เข้าไปดูตามปกติ เมื่อมีการเข้าไปติดตามจำนวนมากจึงเป็นที่มาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปตรวจสอบว่าการเข้าไปติดตามอย่างนั้นมีเจตนาอะไร มีความเชื่อมโยงหรือไม่ ในลักษณะใด แต่ยืนยันว่าเบื้องต้นยังไม่มีหลักฐานใดๆ ที่มีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับกลุ่มไอเอส ซึ่งข้อมูล User name บางส่วนอาจเป็นของเก่า เนื่องจากมีการประชุมปีละครั้ง บางUser มีการยกเลิกไปแล้ว

พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ กล่าวต่อว่า ส่วนการติดตามบุคคลในเฟซบุ๊กตำรวจมีขั้นตอนดำเนินการอยู่แล้ว อย่างไรก็ตามจากการข่าวยังไม่พบความเคลื่อนไหวของไอเอส ประชาชนอย่าตื่นตระหนก ขอให้เชื่อมั่นในมาตรการของรัฐบาลและ ตร. ส่วนกรณีที่ พล.ต.อ.ศรีวราห์ ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่ามีการคัดกรองบุคคลจาก 100,000 User name ออกเป็น6กลุ่มนั้น ยังไม่ทราบรายละเอียด อยู่ระหว่างรอ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รายงานขึ้นมายัง ตร. ส่วนกรณีที่ระบุว่าคนไทยให้การสนับสนุนเงินทุนต่างๆกับไอเอสนั้นต้องตรวจสอบเช่นกัน เรื่องนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) ได้กำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ ป้องกัน ที่ผ่านมาดำเนินการอย่างต่อเนื่อง

ด้าน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ ผกก.ตม.จว.พระนครศรีอยุธยา ฐานะรองโฆษก ตร. กล่าวว่า จำนวนตัวเลข1แสน User ที่ปรากฏออกมาค่อนข้างน่าตกใจเนื่องจากมีจำนวนมาก แต่อย่าลืมว่าหนึ่งUserสามารถเข้าไปติดตามได้มากกว่าหนึ่งครั้ง ฉะนั้น User name จึงไม่สามารถยืนยันตัวบุคคลได้ชัดเจน อย่างไรก็ตามในการตรวจสอบ ต้องไปดูพฤติกรรมของUserเหล่านั้น ว่ามีการเข้าถึงโซเชียลอย่างไร ในลักษณะใด และดูพฤติกรรมบางคนว่าเข้าไปเว็บไซต์กี่ครั้ง