เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานประชุมคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก และองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ที่สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) โดยที่ประชุมใช้เวลาหารือประมาณ 2 ชั่วโมง เนื่องจากมีวาระสำคัญ คือ การรายงานสถานภาพการอนุรักษ์นครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา และการนำเสนอพระธาตุพนมเพื่อขอบรรจุในบัญชีรายชื่อเบื้องต้นของศูนย์มรดกโลก
นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ให้สัมภาษณ์ว่า ที่ประชุมได้หารือถึงข้อกังวลและข้อห่วงใยของคณะกรรมการมรดกโลก และ ยูเนสโก 5 ข้อ ซึ่งรัฐบาลได้รับมาแก้ไข สำหรับข้อห่วงใยคือ 1.ให้ประเทศไทยจัดอบรมด้านการอนุรักษ์โบราณสถาน เพราะหลังเกิดน้ำท่วมปี 2554 สถานที่เหล่านั้นได้รับความเสียหายมาก จะต้องได้รับการบูรณะแก้ไขอย่างเร่งด่วน 2.ให้ทำแผนแม่บทการจัดการบริหารอนุรักษ์ให้เข้ากับยุคสมัยมากขึ้น เพราะแผนเดิมที่ทำอยู่เคยทำมาเมื่อ 20 ปีก่อน ไม่ทันสมัย โดยจะมีการเชิญผู้เชี่ยวชาญจากนานาชาติเข้าร่วม 3.ให้ประเทศไทยเชิญผู้เชี่ยวชาญมาจัดการบริหารโบราณสถานที่ จ.พระนครศรีอยุธยา 4.ให้มีการควบคุมสิ่งก่อสร้าง เพราะปัจจุบัน จ.พระนครศรีอยุธยา มีการก่อสร้างอยู่ตลอดเวลา หลายพื้นที่ มีการสร้างสิ่งก่อสร้างด้วยความหนาแน่น ดูแล้วไม่สบายตา ซึ่งเดิมทีมีการกำหนดการขออนุญาตการสร้างตึกจากคณะกรรมการ ซึ่งตึกจะต้องสูงไม่เกิน 8-15 เมตร รูปแบบหลังคาต้องเป็นจั่ว ปั้นหยา หรือทรงไทยประยุกต์ แต่หลังจากนี้จะต้องมีการพิจารณาเรื่อความหนาแน่นของพื้นที่เป็นหลักด้วย ซึ่งจะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ กระทรวงมหาดไทย กรมศิลปากร ร่วมพิจารณาหลักเกณฑ์กำหนดการอนุญาตอีกครั้ง และ 5.มีผู้เชี่ยวชาญจากคณะกรรมการมรดกโลกได้ร่วมประเมินการบูรณะวัดที่อยู่ในแหล่งมรดกโลก ซึ่งพบว่า 16 วัด มีรูปแบบการบูรณะผิดเพี้ยนไปจากเดิม ประกอบด้วย 1.วัดพระศรีสรรเพชรญ์ 2.วัดมหาธาตุ 3.วัดราชบูรณะ 4.วัดพระราม 5.วัดป่าสัก 6.วัดสะพานนาค 7.วัดส้ม 8.วัดเจ้าพราหมณ์ 9.วัดมหาสมัน 10.วัดหลวงชีกรุด 11.วัดวังชัย 12.วัดโพง 13.วัดพระงาม 14.วัดชุมแสง 15.วัดสังขปัต และ 16.วัดไตรตรึง ซึ่งข้อผิดพลาดทั้งหมด กรมศิลปากรจะเข้าไปแก้ไขให้ถูกต้องตามแบบดั้งเดิมทั้งหมด โดยจะมีการถ่ายภาพเปรียบเทียบก่อนและหลังการบูรณะทั้งหมด
นายวีระ กล่าวว่า ที่ประชุมมีมติให้ ทส.ยื่นแผนแม่บทการจัดการบริหารพื้นที่มรดกโลกนครปรระวัติศาสตร์พระนครศรีอยุยา ให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติ เพื่อส่งไปให้คณะกรรมการมรดกโลกพิจารณาภายในกำหนดวันที่ 1 ธันวาคมนี้
ผู้สื่อข่าวถามว่า สถานะของมรดกโลก พระนครศรีอยุธยาอยู่ในสถานการณ์อย่างไร นายวีระ กล่าวว่า อยู่ในสถานะปกติ โอกาสที่มรดกโลกพระนครศรีอยุธยาจะถูกขึ้นบัญชีภาวะอันตรายมีน้อยมาก เพราะประเทศไทยทำตามข้อแนะนำของคณะกรรมการมรดกโลก
เมื่อถามว่า การควบคุมสิ่งก่อสร้างในพื้นที่มรดกโลกที่ว่ามีการก่อสร้างตลอดเวลา จนทำให้หลายพื้นที่มีความหนาแน่นไม่สบายตา จะต้องทำอย่างไร นายวีระ กล่าวว่า ต้องมีการจัดระเบียบใหม่ โดยเฉพาะพื้นที่เกาะเมือง ที่มีความหนาแน่นมาก ขณะนี้คิดว่าจะต้องมีการย้ายเรือนจำออก ขณธนี้อยู่ระหว่างการประสานงานกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง
นายวีระ กล่าวอีกว่า ที่ประชุมยังมีมติให้ส่งพระธาตุพนม จ.นครพนม เพื่อขอบรรจุบัญชีรายชื่อเบื้องต้นศูนย์มรดกโลก เนื่องจากถือว่า พระธาตุพนมมีคุณค่าด้านโบราณสถาน แม้ว่าพระธาตุพนมปัจจุบันจะไม่ได้เป็นองค์เดิม แต่ยังคงคุณค่าในความเป็นประวัติศาสตร์ เช่นเดียวกับโอเปราเฮาส์ ซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย ที่ไม่ใช่ตึกเก่าโบราณ หรือ วัดอีเซ ประเทศญี่ปุ่น ที่จะมีการรื้อสร้างใหม่ทุก 20 ปี เพื่อให้มีการสืบสานงานช่างฝีมือโบราณ ขณะที่พระธาตุพนม มีพระบรมสาริกธาตุ มีการบรรจุพระพุทธรูปสำคัญเป็นต้นแบบที่มีวัดต่างๆ นำไปสร้างจำนวนมาก ฉะนั้นพระธาตุพนมจึงมีคุณค่าสมควรได้รับการประกาศเป็นมรดกโลกเช่นกัน
————-

