วันที่ 23 พฤศจิกายน 2559 เมื่อเวลา 08.00 น. คณะเจ้าหน้าที่ฝ่ายรื้อถอนซึ่งประกอบด้สย ป่าไม้ ฝ่ายปกครอง ตำรวจและทหาร จำนวนราว 300 นาย เปิดปฏิบัติการรื้อ 3 รีสอร์ตล็อต 2 บนภูทับเบิกได้แก่ บ้านสายหมอก เอวาภูทับเลิกและร้านกาแฟสมิลวิว หลังครบกำหนดปิดคำสั่ง 7 วันให้รื้อถอนเอง โดยการรื้อถอนมีการแบ่งแยกกำลังเจ้าหน้าที่ออกเป็น 3 ชุดปฎิบัติการ เพื่อเข้ารื้อถอนโดยพร้อมเพียงกัน ในขณะที่นายกฤษณ์ยังกำชับให้คณะเจ้าหน้าที่ปฎิบัติการครั้งนี้ด้วยความสุภาพนุ่มนวลและให้ใช้ความอดทนชี้แจงให้ผู้ประกอบการหรือเจ้าของรีสอร์ตๆที่ถูกรื้อถอนให้เกิดความเข้าใจหากถูกต่อต้านหรือขัดขืน แต่ปรากฎว่า ผู้ประกอบการและเจ้าของรีสอร์ตดังกล่าวต่างให้ความร่วมมือกับทางเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี โดยส่วนใหญ่มีการรื้อถอนเองจนเกือบเสร็จสิ้น โดยร้านกาแฟสมอลวิวรื้อสิ่งปลูกสร้างจนเกือบเกลี้ยง ทำให้เจ้าหน้าที่เพียงเข้าช่วยเก็บเคลียร์เศษวัสดุที่เหลือซึ่งส่วนใหญ่เป็นไม้ออกจากพื้นที่เท่านั้น
ส่วนที่รีสอร์ตบ้านสายหมอกเนื่องจากโครงสร้างตัวอาคารจำนวน 5 หลังเป็นคอนกรีตและมีความมั่นคง ทางเจ้าหน้าที่จึงใช้รถแบ็กโฮเข้าทำการทุบรื้อถอนพร้อมเก็บเคลียร์ซากสิ่งปลูกสร้างขนย้ายใส่รถบรรทุกเคลื่อนย้ายไปทิ้งที่บ่อยืมดินชั่วคราวของอบต.วังบาลทางพื้นล่าง สำหรับรีสอร์ตเอวาภูทับเบิกเนื่องจากตั้งอยู่บนไหล่เขาสูงชัน และผู้รับเหมาอยู่ระหว่างเร่งรื้อถอนเพราะโครงสร้างที่เหลือส่วนใหญ่เป็นเหล็กกล่อง ทางคณะเจ้าหน้าที่จึงนำอุปกรณ์เข้าช่วยทุบรื้อถอน

นายคมกริช ถนอมวงศชัย เจ้าของร้านกาแฟสมอลวิวกล่าวว่า โครงสร้างส่วนใหญ่รื้อเสร็จสิ้นไปเมื่อ 3 วันที่ผ่านมาแล้ว เหลือไม่ถึงง10% ส่วนแผนต่อไปคงไม่มีการก่อสร้างอะไรเพิ่มเติมแล้ว จะมีเพียงต้นมะคามีเดียที่ปลูกไว้ตี้งแต่ 4 ปีที่แล้วราว 200 ต้นซึ่งคงจะให้ผลผลิตในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า อย่างไรก็ตามที้งตนและภรรยาทำใจได้แล้ว ส่วนลูกสาวค่อนข้างเคลียดและผิดหวังเพราะตั้งใจไว้มาก อย่างไรก็ตามสิ่งปลูกสร้างที่ถูกรื้อไปทั้งหมดนี้คือน้ำพักน้ำแรงที่ครอบครัวช่วยกันเก็บหอมรอมริบไว้ และยังดีที่ไมีได้มีหนี้สินไม่งั้นคงเครียดหนัก

ล่าสุดทางเจ้าหน้าที่ป่าไม้ได้เตรียมคำสั่งปิดประกาศให้รีสอร์ตภูนับดาว ให้ทำการรื้อถอนเองภายใน 30 วัน หลังจากศาลได้มีคำตัดสินพิพากษาเป็นรายล่าสุด สำหรับรีสอร์ตภูนับดาวอยู่ในกลุ่ม 16 รีสอร์ตล็อต 2 ที่อยู่ในเป้าหมายถูกรื้อถอนหลังจากศาลมีคำตัดสินพิพากษาแล้ว

