ถกสนั่น ชีวิตในกรุง ต้องเงินเดือนเท่าไหร่ ถึงเพียงพอกับค่าเดินทาง ที่จอด-น้ำมัน-ทางด่วน

5.12.22 | 12:38 น.

โซเชียลถก ชีวิตในกรุง ต้อง ‘เงินเดือน’ เท่าไหร่ ถึงเพียงพอกับการเดินทาง แพงไปไหม? สะท้อนคุณภาพชีวิตคนไทย

หนึ่งในปัจจัยที่หลายๆ คนพิจารณาในการหางาน นอกจากฐานเงินเดือน รูปแบบการทำงาน องค์กรและเพื่อนร่วมงานแล้ว สถานที่ทำงาน ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องพิจารณาร่วมด้วย เพราะ “การเดินทาง” ไปทำงาน โดยเฉพาะในเมืองหลวงอย่างกรุงเทพมหานครนั้นต้องมีการวางแผนอย่างดี เพราะไม่งั้นค่าใช้จ่ายอาจจะบานปลายได้ ใครบ้านติดที่ทำงานก็อาจจะไม่ต้องคิดหนัก ทว่าสำหรับคนที่มีบ้าน หรือต้องเดินทางนั้นไม่ง่ายเลย

ดังเช่นในกรณีวิพากษ์วิจารณ์ในโซเชียล ขณะนี้หลังเพจดัง สโลว์ไลฟ์ ซึ่งมีผู้ติดตามกว่า 6.8 แสนคน ได้โพสต์ชวนคิด ความว่า “ต้องมีเงินเดือนเท่าไร ถึงจะขึ้นทางด่วนและโทลล์เวย์ดอนเมืองไปทำงาน-กลับบ้านได้ทุกวัน

วันนี้โดนไป 25+50+80+40 = 195 บาท
ขากลับ 115+50+25+40 = 230 บาท
รวม 1 วัน = 425 บาท
1 เดือน = 8,500 บาท
เงินเดือนจบใหม่ไม่ได้ขึ้นแน่นอน เงินเดือนหลักแสนยังคิดหนักเลย คือ ถ้าจะซื้อเวลาต้องใช้เงินเยอะมาก

ทีนี้แอดเคยลองขับรถไปจอด MRT แล้วนั่งรถไฟฟ้า+วินแทน
ไปกลับก็ 59+59+40+40+100 = 298 บาท
1 เดือน = 5,960 บาท

ทีนี้ทั้งสองแบบยังไม่ได้รวมค่าน้ำมันเลย 555 เด็กจบใหม่แค่ค่าเดินทางก็จะตายห่ากันหมดละ เงินจะส่งให้ที่บ้านไม่ต้องพูดถึงเลย รวมๆ แล้วการเดินทางในไทยเหมือนจะแพงกว่าทุกประเทศที่แอดไปมาเลย แปลกดีแห่ะ #ชีวิตดีๆที่ลงตัว”

Advertisement

ทั้งยังระบุอีกว่า “ย้ายบ้านไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด ย้ายที่ทำงานบางครั้งก็ไม่ได้ง่ายเช่นกัน บางคนต้องดูแลพ่อแม่ตายาย บางคนซื้อบ้านมาแล้วมีเหตุจำเป็นต้องย้ายงาน สิ่งที่ควรจะง่ายกว่านั้นคือ รัฐควรจัดการให้ค่าใช้จ่ายพวกนี้ให้พอดีกับค่าครองชีพของคนในประเทศส่วนใหญ่”

“แรงงานขั้นต่ำทุกวันนี้ทำงานทั้งวัน กินข้าว 3 มื้อ เติมน้ำมัน เงินก็หมดละ จะไปดูหนังต้องอดข้าว จะไปเที่ยวต้องกินมาม่าเก็บเงิน เติม Easy Pass พันนึง อยู่ได้สั้นกว่าลมหายใจแมลงวันอีก”

ภายหลังจากที่โพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ได้มีผู้คนจำนวนมากเข้าไปแสดงความคิดเห็นตลอดแชร์ประสบการณ์การเดินทางไปทำงานอย่างต่อเนื่อง โดยมีทั้งผู้ที่เห็นด้วยกับโพสต์ข้างต้น ว่าเป็นปัญหาที่โครงสร้างและการบริหารงานของรัฐ เพราะไม่เพียงแค่ค่าน้ำมัน แต่หากมีรถก็ต้องจ่ายค่าที่จอดด้วย

ขณะที่บางรายก็แนะนำวิธีประหยัดค่าเดินทาง แต่ก็มีผู้แย้งว่าเป็นเพียงการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าแต่ไม่ยั่งยืน มีบางส่วนบอกว่าให้ย้ายไปพักอาศัยใกล้ที่ทำงาน ขณะที่บางส่วนก็แจงว่าย้ายที่อยู่ไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะบางรายก็มีภาระ พร้อมระบุด้วยว่า การทำงานแบบไฮบริด หรือเวิร์ก ฟรอม โฮม ก็เป็นอีกแนวทางที่ประหยัดค่ารถและดีมากๆ ทว่าก็ไม่เข้ากับรูปแบบการทำงานของบางอาชีพ เป็นต้น

“ยังมีค่าเช่าจอดที่ทำงานอีกนะ เดือนละ 500-2,000 บาท แล้วแต่ที่ อย่าลืมค่าซ่อมรถตอนลุยน้ำท่วมขาไปและขากลับ ค่าซักพรมรถ ยันไปถึงซ่อมอื่นๆ ถ้ารถดับกลางน้ำ ช่วงหน้าฝนบางที่ฝนตกถนนทางน้ำท่วม เขาก็คงไม่ได้ให้คุณ WFH แต่คุณเดินทางไม่ได้ เขาก็ถือว่าคุณไม่ได้เข้างาน”

“ละพวกบอกให้หาที่พักใกล้ที่ทำงาน หลัก 10 ล้านอัพทั้งนั้น”
“ให้พักใกล้ที่ทำงาน แล้วสรุปจะได้มีเงินเก็บเงินเที่ยวไหม? ตลกกกก ประเด็นหลักที่พูดถึงมันคือ #ค่าครองชีพกับเงินเดือน คนไทยนี่เก่งในการหาหนทางดิ้นรนกับคุณภาพชีวิตที่มันไม่สมเหตุสมผลดีเนาะ”

“การเดินทางในประเทศเราไม่ได้ถูกและไม่ได้ครอบคลุมทุกที่ แล้วจะให้ย้ายห้องไปใกล้ที่ทำงานก็ต้องเสียค่าห้องค่าที่จอดรถอีก ถ้าบางคนผ่อนบ้านอยู่ล่ะก็ต้องจ่าย 2 ทาง”

“แล้วงานดีๆ บริษัทใหญ่ ก็มัดจะอยู๋ใจกลางเมือง ทุกวันนี้นี้แฟนเสียค่าเดินทางโดยรถตู้วันละ 120฿ ยังไม่รวมค่าน้ำมันรถที่ต้องออกไปส่งอีกวันละ 30 กม.”

“ใช่แพงจริงๆ มากแบบมากๆ ผมอยู่ไต้หวัน การเดินทางนี่สะดวกกว่าไทยแบบต่างกันมากๆ”
“ผมว่า ประเทศไทย ค่าเดินทางแพงไปหน่อย ถ้าเทียบกับค่าแรงครับ”

“รุ่นน้องที่ทำงาน เติมน้ำมันที 1,300 บาท โห”
“ทำงานเพื่อเอาเงินเดือนมาจ่ายค่าเดินทางเพื่อไปทำงานแล้วก็ตายไป #ประเทศไทย”

“ตอนนี้เจอค่าทางด่วนวันละ 195 (1 เดือนก็ 195*23=4,485 บาท, ค่าจอดรถ 2,000 บาท, ค่าน้ำมันประมาณ 8,200 ทั้งหมดประมาณ 14,700 บาท เป็นภาระในค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนมากๆ”
“เงินเดือนแสนค่ะ”