พัชรินทร์เข้าให้ปากคำ ‘นอมินี’ ตู้ห่าวหรือไม่ บิ๊กโจ๊กสอบเอง ชุดคลี่คลายเรียก 26 ตม.แจงต่อวีซ่าจีนเทา

6.12.22 | 12:27 น.

ชุดคลี่คลายคดี ‘ตู้ห่าว’ เรียก ตม.26 แห่งทั่วประเทศ สอบปากคำต่อวีซ่ากลุ่มจีนเทาถูกต้องหรือไม่ ‘พัชรินทร์’ แจงความสัมพันธ์นักธุรกิจจีนเทา ที่มาทรัพย์สิน บิ๊กโจ๊กสอบเอง

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 6 ธันวาคม ที่สโมสรตำรวจ คณะทำงานชุดคลี่คลายคดีธุรกิจทุนจีนสีเทา เรียกตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเข้าให้ปากคำกรณีเกี่ยวข้องกับการออกวีซ่ากลุ่มธุรกิจทุนจีนสีเทา ว่าดำเนินการถูกต้องหรือไม่ พร้อมเรียกนอมินีนายตู้ห่าวเข้าสอบสวนในฐานะพยานเพิ่มเติม

พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัยรอง ผบก.สืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 4 หนึ่งในชุดคลี่คลายคดีธุรกิจทุนจีนสีเทา เปิดเผยว่า วันนี้ได้เชิญตำรวจตรวจคนเข้าเมืองทั่วประเทศ รวม 26 แห่ง ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมภายในผับจินหลิงย่านยานาวาใน 3 ประเด็นหลักคือ การต่อวีซ่าให้กลุ่มคนจีนเป็นไปอย่างถูกต้องหรือไม่ กลุ่มคนจีนที่มีพฤติกรรมเกี่ยวกับอาชญากรรม เช่น คดีตัดนิ้วที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี หรือไม่ และกลุ่มคนจีนที่ปรากฏชื่อในกลุ่มธุรกิจสีเทาทั้งหมด โดยจะเป็นการสอบสวนให้ได้ข้อมูลข้อเท็จจริง ยังไม่มีการดำเนินคดีกับผู้ใด แต่หากภายหลังพบความผิดจะดำเนินการทั้งทางวินัยและอาญาต่อไป

พ.ต.อ.ภาคภูมิกล่าวว่า นอกจากนี้ได้เชิญนางพัชรินทร์ ที่มีข้อมูลกล่าวหาว่าเป็นนอมินีของ นายชัยณัฐร์ กรณ์ชายานันท์ หรือตู้ห่าว มาให้ปากคำเกี่ยวกับความเชื่อมโยงกับนายตู้ห่าว รวมถึงประเด็นที่มาของทรัพย์สิน เส้นทางการเงิน การทำธุรกิจ

เบื้องต้นนางพัชรินทร์ประสานจะเข้าให้ปากคำกับตำรวจช่วงบ่ายวันนี้ หากภายหลังพบว่ามีการกระทำความผิดจะดำเนินคดี พร้อมยืนยันจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย นอกจากนี้ จะมีการเชิญอดีตตำรวจระดับสารวัตร พี่ชายของนางพัชรินทร์ ที่มีชื่อเป็นกรรมการบริษัทในธุรกิจของนายตู้ห่าว รวมทั้ง น.ส.สุชาดา ที่เป็นหนึ่งกรรมการบริษัท มาสอบปากคำวันที่ 8 ธันวาคมนี้ พร้อมยืนยันว่าตำรวจจะสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดให้แล้วเสร็จในสัปดาห์นี้ เพื่อรวบรวมผลให้คณะทำงานชุดใหญ่ต่อไป

ต่อมา เมื่อเวลา 11.00 น. นางพัชรินทร์ พร้อมนายทวีศักดิ์ บุญธรรม ทนายความ ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อให้ข้อมูลในกรณีที่มีรายชื่อเป็นกรรมการบริษัท โดยมี “ตู้ห่าว” เป็นประธานกรรมการ ระบุพร้อมให้ข้อมูลกับตำรวจ ส่วนรายละเอียดจะให้ทนายเป็นผู้ชี้แจง

Advertisement

ด้านนายทวีศักดิ์ บุญธรรม ทนายความนางพัชรินทร์ กล่าวว่า นางพัชรินทร์ได้เข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนชุดคลี่คลายคดีทุนจีนสีเทาไปก่อนหน้านี้แล้ว 2 ครั้ง โดยเป็นการชี้แจงเกี่ยวกับเรื่องที่มีรายชื่อเป็นกรรมการบริษัท รวมทั้งที่มาของทรัพย์สินในการทำธุรกิจ ส่วนครั้งนี้นางพัชรินทร์ได้เดินทางมาเป็นครั้งที่ 3 พร้อมกับยืนยันว่ายินดีที่จะให้ข้อมูลกับตำรวจทุกเรื่อง

ต่อมาเวลา 12.00 น. พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. เดินทางมาร่วมสอบสวนด้วย เปิดเผยว่า วันนี้ตำรวจได้เชิญนางพัชรินทร์ และน.ส.หลิน ซึ่งทั้งสองมีรายชื่อเป็นกรรมการบริษัท ซึ่งมีนายตู้ห่าวเป็นประธานกรรมการ จะมีการสอบในฐานะพยาน ธุรกรรมการเงิน เส้นทางการเงิน การเบิกจ่ายเงิน เนื่องจากทั้งสองมีการรับจ่ายเงินเข้าออกของบริษัท โดยมีชื่อเป็นผู้ถือหุ้น 3-4 บริษัท และทั้ง 2 เป็นเพื่อนกัน เพราะเชื่อว่ายังมีเงินสดตู้ห่าวอีกจำนวนมาก

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาทั้งสองคนให้การเป็นประโยชน์ไปแล้วก่อนหน้านี้ รวมถึงประเด็นความสัมพันธ์กับนายตู้ห่าว ขณะนี้ยังไม่พบความผิดปกติ แต่หลังจากนี้ตำรวจจะตรวจสอบอย่างละเอียด หากพบความผิดจะดำเนินการโดยไม่ละเว้น และเร่งรัดตรวจสอบเส้นทางการเงินทั้งหมด เพื่อดำเนินการยึดทรัพย์ทั้งหมด

รอง ผบ.ตร. กล่าวอีกว่า ส่วนอดีตตำรวจระดับสารวัตรและนางสุชาดาจะเข้าให้ปากคำในวันที่ 8 ธันวาคมนี้ในประเด็นอำนาจหน้าที่ เส้นทางการเงิน ในฐานะที่มีรายชื่อกรรมการบริษัทของตู้ห่าง นอกจากนี้ ยังได้เชิญตำรวจตรวจคนเข้าเมือง หัวหน้าสถานีกว่า 20 สถานีมาให้ปากคำ ย้อนกลับไปตั้งแต่ปี 2563 เกี่ยวกับกลุ่มคนจีนสีเทา เรื่องผับจิ้นหลิน ผับท็อปวัน คลับวัน และคนจีนที่เป็นนอมินีทั้งหมด

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวต่อว่า รวมถึงที่มาขอวีซ่าคนจีนสีเทา หลังตรวจพบว่า ไม่มีการเดินทางเข้าออกประเทศ มีเอเย่นต์รับต่อวีซ่า มีการเรียกรับผลประโยชน์ และใช้วีซ่าผิดประเภท อ้างว่าเป็นนักศึกษา โดยหลังจากนี้จะเข้าค้นมูลนิธิที่รู้เห็นในการกระทำผิด หากพบมีความผิดจะทำเรื่องส่งไปให้กระทรวงมหาดไทยสั่งปิดทันที

หลังให้ปากคำนานกว่า 8 ชั่วโมง นางพัชรินทร์ และนางสาวหลิน ซึ่งมีรายชื่อเป็นกรรมการบริษัทที่นายตู้ห่าว เป็นประธาน ได้เดินออกมาจากห้องสอบสวน มีสีหน้าเคร่งเครียดและปฏิเสธให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน และเดินขึ้นรถไป มีเพียง นายทวีศักดิ์ บุญธรรม ทนายความ ที่ออกมาให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าว โดยระบุว่าการสอบปากคำในวันนี้เป็นการให้ข้อมูลเรื่องเส้นทางการเงินและข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับโรงแรม ในฐานะผู้ถือหุ้นและกรรมผู้มีอำนาจในโรงแรม ซึ่งได้ให้ข้อมูลไปหมดแล้ว พร้อมยืนยันว่าโรงแรมก่อตั้งถูกต้องตามกฎหมาย โดยกู้เงินมาจากธนาคาร 500 ล้านบาท ส่วนที่ดินตั้งโรงแรมเป็นของแม่

ส่วนความสัมพันธ์ของนางพัชรินทร์ และ “ตู้ห่าว” เป็นเพียงผู้ร่วมธุรกิจกันเท่านั้น ไม่ใช่ความสัมพันธ์เชิงชู้สาวเหมือนที่เป็นข่าวไปก่อนหน้านี้ ซึ่งนางสาวพัชรินทร์ รู้จักกับ “ตู้ห่าว” มานานกว่า 10 ปีแล้ว เพราะ “ตู้ห่าว” ทำธุรกิจทัวร์ ส่วนนางสาวพัชรินทร์ ทำธุรกิจโรงแรม จึงต้องมีการประสานงานกันตลอด และที่ผ่านมามีกระแสข่าวว่านางสาวพัชรินทร์ พยายามหลบหนีที่จะมาเข้าพบเจ้าหน้าที่ ทนายความยืนยันว่าไม่เป็นความจริง นางสาวพัชรินทร์ ไม่คิดที่จะหลบหนี ยังใช้ชีวิตตามปกติและพร้อมให้ความร่วมมือกับตำรวจ

หลังให้ปากคำวันนี้ พนักงานสอบสวนยังไม่มีการนัดหมายสอบปากคำประเด็นอื่นเพิ่มเติมแต่อย่างใด