‘ชัชชาติ’ เตรียมดัดหลังพวกจอดแช่ จ่อยื่นแก้ ‘พ.ร.บ.กทม.’ หาช่องเก็บภาษีทางอื่น เพิ่มรายได้ กทม.

6.12.22 | 17:57 น.

‘ชัชชาติ’ เตรียมดัดหลังคนจอดรถแช่บนถนน จ่อ ยื่นแก้ พ.ร.บ.กทม. เล็งเก็บภาษียาสูบ โรงแรม มลพิษ เพิ่มรายได้ กทม.

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 6 ธันวาคม ที่ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เสาชิงช้า นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 26/2565 เรื่องพิจารณาการเพิ่มรายได้ กทม.จากการเก็บภาษี

นายชัชชาติกล่าวว่า เบื้องต้นได้หารือการเพิ่มรายได้ ในเรื่องภาษียาสูบและภาษีโรงแรม ซึ่งขณะนี้ กทม.ไม่มีอำนาจในการจัดเก็บ เพราะจะต้องไปแก้ไขพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร (พ.ร.บ.กทม.) พ.ศ.2528 ก่อน จากนั้นต้องเสนอไปยังกระทรวงมหาดไทย (มท.) นำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา เพื่อขอความเห็นชอบ โดยการแก้ พ.ร.บ.ดังกล่าวจะมีการพ่วงไปหลายๆ เรื่อง นอกเหนือจากภาษียาสูบ และภาษีโรงแรม เนื่องจากการแก้ไข พ.ร.บ.เป็นเรื่องใหญ่ ซึ่งจะต้องดูหลายมิติที่เกี่ยวข้อง และขอแก้ไขไปในคราวเดียวกัน

“ตาม พ.ร.บ.กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2542 มีสิทธิเก็บ แต่ พ.ร.บ.กทม. ออกมาก่อน จึงไม่ได้ให้อำนาจ คณะกรรมการกฤษฎีกาจึงชี้ว่า กทม.ไม่สามารถเก็บภาษีได้ตอนนี้ จึงต้องปรับ พ.ร.บ.กทม. ให้อำนาจเก็บภาษียาสูบ ภาษีโรงแรม” นายชัชชาติกล่าว

นอกจากนี้ กทม.จะพิจารณาจัดเก็บภาษีอื่น เช่น ภาษีมลพิษ (Polluter Pay Principle หรือ PPP) จากเดิมไม่มีการจัดเก็บ โดยส่วนนี้เป็นสิ่งที่เมืองทั่วโลกได้มีการจัดเก็บเพื่อชดเชยความเสียหายของสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นจากการปล่อยมลพิษ อีกทั้งอยากให้พิจารณาเก็บค่าจอดรถริมถนน ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีการจัดเก็บ ปัญหาในปัจจุบันคือมีบางคนจอดรถบนถนนระยะยาว ทำให้เศรษฐกิจไม่หมุนเวียนเพราะคนจอดนาน แต่ถ้ามีการเก็บค่าที่จอดรถอย่างเหมาะสม ก็จะทำให้เกิดการหมุนเวียนของรถ และทำให้มีรายได้ ซึ่งได้มอบหมายให้สำนักการจราจรและขนส่งเป็นผู้ศึกษา

“เป็นหลักการของทั่วโลก ที่เราไปเมืองใหญ่ๆ แทบไม่มีที่จอดรถฟรี เพราะเขาต้องการให้รถหมุนเวียน ช่วงเวลาแรกอาจจะไม่คิดเงิน ถึงเวลาก็ต้องไปเพื่อให้รถหมุนเวียน ก็จะเกิดเศรษฐกิจหมุนเวียนในพื้นที่ แต่ถ้าจอดแช่เลยหายไปแล้วกลับมาเย็น ก็จะกลายเป็นที่จอดรถส่วนตัวไปเลย” นายชัชชาติกล่าว

Advertisement

นายชัชชาติกล่าวต่อว่า ส่วนแนวทางการเพิ่มรายได้อีกทางหนึ่ง คือ การจัดทำระบบสารสนเทศภาษีท้องถิ่นให้ดี ซึ่งจะมีทั้งเรื่องการชำระภาษีออนไลน์ การทำฐานข้อมูลการจัดเก็บภาษี ทั้งหมด 7 ด้าน ได้แก่ ระบบบริหารจัดการภาษีท้องถิ่นของ กทม. ระบบภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ระบบบริหารงานด้านการสำรวจ ระบบภาษีป้าย ระบบให้บริการตรวจสอบข้อมูล ระบบบริหารใบเสร็จรับเงิน และระบบบริหารจัดการลูกหนี้ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการตรวจรับ

นายชัชชาติกล่าวว่า สำหรับภาษีที่ กทม.จัดเก็บเอง อาทิ ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ภาษีป้าย ภาษีบำรุง กทม. สำหรับน้ำมัน หรือค่าธรรมเนียม ค่าปรับ ใบอนุญาตนั้น จะอยู่ที่ประมาณ 10,000-20,000 ล้านบาท และอีกส่วนที่รัฐบาลกลางจัดเก็บให้ อาทิ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีรถยนต์หรือภาษีล้อเลื่อน ภาษีสรรพสามิต

นายชัชชาติกล่าวว่า มีความกังวลการจัดเก็บภาษีน้อยลงในส่วนที่ กทม.จัดเก็บเอง เพราะมีการยกเลิกการจัดเก็บภาษีโรงเรือนและที่ดิน มาเป็นภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งจัดเก็บลดลง 20% แต่ยังมีส่วนที่ต้องเก็บย้อนหลัง ซึ่งเป็นหนี้สินที่ กทม.ต้องตามเก็บ โดยตั้งเป้าว่า กทม.จะมีรายได้ทั้งหมด 80,000 ล้านบาทต่อปี จากแหล่งที่มารายได้ทั้งหมด ขณะเดียวกัน กทม.จะต้องลดรายจ่ายอีกทางหนึ่งด้วย

อ่านข่าว :