Beach for life บุก ทส.ทวงคืนชายหาด ยัน กำแพงกันคลื่น ต้องผ่านอีไอเอ

6.12.22 | 19:19 น.

Beach for life บุก ทส.ทวงคืนชายหาด ยัน กำแพงกันคลื่น ต้องผ่านอีไอเอ

 

Beach for life บุก ก.ทรัพยากรฯ ทวงคืนชายหาด ยันโครงการกำแพงกันคลื่นต้องผ่านอีไอเอ จี้ ‘วราวุธ’ ลง MOU พิจารณาการทำอีไอเอ พร้อมปักหลักยาวหน้ากระทรวง หากไม่ได้หลักประกันเป็นลายลักษณ์อักษร

กรณีข้อเรียกร้องของ Beach for life และเครือข่ายประชาชนทวงคืนชายหาด ขอให้รัฐบาลยกเลิกมติ ครม. กรณีให้อำนาจกรมโยธาธิการและผังเมืองดำเนินโครงการป้องกันปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง โครงการก่อสร้างกำแพงกันคลื่น ต้องผ่านการทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) พร้อมให้ฟื้นฟูชายหาดที่ได้รับความเสียหายจากโครงการกำแพงกันคลื่นนั้น

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 6 ธันวาคม ที่หน้ากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กลุ่ม Beach for life และเครือข่ายประชาชนทวงคืนชาดหาด 94 องค์กร เดินทางมาปักหลักทวงคืนชายหาด โดยนายอภิศักดิ์ ทัศนี ผู้ประสานงาน Beach for life ระบุว่า เป็นเวลา 9 ปี หลังจากกำเเพงกันคลื่นถูกถอดออกจากอีไอเอ เเละเกือบจะ 4 ปีเต็ม ที่นายวราวุธ ศิลปอาชา ดำรงตำเเหน่ง รมว.ทส. รับรู้ปัญหาของการระบาดของกำเเพงกันคลื่นจนทำลายชายหาดต่างๆ ก่อนหน้านี้ ช่วงปี 2563 นายวราวุธ ประกาศว่าการกัดเซาะชายฝั่ง คือ วาระเเห่งชาติ ผ่านมาจนตอนนี้กำเเพงกันคลื่นยังระบาด เพราะไม่มีการทำอีไอเอ ไร้การควบคุมตรวจสอบ ให้มีการศึกษาผลกระทบสิ่งเเวดล้อมอย่างรอบด้าน

Advertisement

นายอภิศักดิ์ ระบุอีกว่า ข้อมูลการก่อสร้างกำเเพงกันคลื่น พบว่า หลังถอดอีไอเอกำเเพงกันคลื่นระบาด 125 โครงการ มูลค่าการก่อสร้าง 8,487 ล้านบาท (กรมโยธาธิการฯ เเละกรมเจ้าท่า) สะท้อนให้เห็นว่านายวราวุธ เพิกเฉย ไม่สนใจ ที่จะนำเอากำเเพงกันคลื่นกลับมาทำอีไอเอ ทั้งๆ ที่ตนเองมีอำนาจในการออกระเบียบกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติเเละสิ่งเเวดล้อมเพื่อนำเอากำเเพงกันคลื่นกลับมาทำอีไอเอ มิหนำซ้ำยังเตะถ่วงพยายามจะประกาศใช้ environment checklist ซึ่งท้ายที่สุดก็เเท้งก็คลอด ประกาศไม่ได้จนถึงปัจจุบัน ทำให้กำเเพงกันคลื่นสามารถดำเนินการได้โดยง่าย ไม่ต้องทำอีไอเอ ไร้กระบวนการติดตามตรวจสอบอย่างรอบด้าน ถือว่านายวราวุธ ไม่มีความจริงใจต่อการเเก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง เเละไม่เคยรับฟังเสียงสะท้อนจากภาคประชาชน และขอเรียกร้องให้นายวราวุธ นำเอากำเเพงกันคลื่นทุกขนาด กลับมาทำอีไอเอโดยเร็ว

จากนั้นเวลาประมาณ 17.00 น. นายกุศล โชติรัตน์ รองปลัด ทส. พร้อมด้วยนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พร้อมด้วยนาย และนายพิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ได้มาพูดคุยกับกลุ่ม Beach for life และเครือข่ายภาคประชาชน

นายพิรุณกล่าวว่า ทาง สผ. ประชุมร่วมกับกรมโยธาธิการและผังเมือง (ยผ.) กรมเจ้าท่า (จท.) กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) สำนักงบประมาณ (สงป.) คณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการโครงสร้างพื้นฐานทางน้ำ เมื่อวันที่ 29 พ.ย.65 ที่ผ่านมา โดยมีข้อสรุปโดยรวมว่า ให้กรมโยธาฯ ดำเนินโครงการกำแพงกันคลื่น ผ่านกลไกการบริหารจัดการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง ของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พ.ศ.2558 ที่สามารถควบคุมจำนวนโครงการกำแพงกันคลื่นของกรมโยธาฯ ได้อย่างมีนัยยะสำคัญ ส่วนโครงการเดิมที่มีการร้องเรียน ให้กรมโยธาธิการฯ และกรมเจ้าท่าต้องตั้งคณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหา และต้องมีชุมชนผู้ได้รับผลกระทบและผู้ร้องเรียนเข้ามาร่วมแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมด้วย

ด้านนายอรรถพลกล่าวว่า ตนได้หารือกับกรมโยธาธิการฯ และกรมเจ้าท่า เพื่อเร่งแก้ไขกำแพงกันคลื่นที่มีการปลูกสร้างไปแล้ว ซึ่งหน่วยงานเจ้าของโครงการต้องรับผิดชอบ โดยกรม ทช.จะร่วมหารือว่าสิ่งปลูกสร้างเหล่านี้จะต้องปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้น ซึ่งตนจะไม่ยอมให้อะไรเกิดขึ้นโดยไม่ถูกต้อง โดยผ่านกลไกการบริหารจัดการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งของ ทช. เพื่อให้เจ้าของโครงการปฏิบัติตามมาตรการฟื้นฟูชายหาด เช่น การเติมทราย เป็นต้น

ทั้งนี้ ระหว่างการเจรจา นายอภิศักดิ์ ผู้ประสานงาน Beach for life ได้กล่าวยืนยันว่า จะปักหลักอยู่หน้ากระทรวง จนกว่าจะมีหลักประกันเป็นลายลักษณ์อักษร เพราะ 9 ปีที่ผ่านมาภาครัฐปล่อยปละละเลยทำลายชายฝั่งทะเลจนเสียหาย ดังนั้น พวกเราจะไม่ปล่อยเวลาให้มันเนิ่นนานไปกว่านี้ ทางกระทรวงต้องมีการลงนามข้อตกลง หรือ MOU ระหว่าง นายวราวุธ และกลุ่ม Beach for life และเครือข่ายภาคประชาชน ซึ่งถือเป็นหลักประกันสิทธิตามรัฐธรรมนูญ เพราะพวกเราไม่เชื่อในคำพูดของภาครัฐอีกแล้ว กระทรวงทรัพยากรฯ ต้องทบทวนให้โครงการกำแพงกันคลื่นทุกขนาดผ่านการทำอีไอเอ เพราะสิ่งก่อสร้าง หากล้ำลงไปในทะเลถือว่ามีผลกระทบด้วยกันทั้งสิ้น หากพวกท่านมีความจริงใจพวกเราต้องได้รับหลักประกัน พร้อมทั้งเงื่อนไขเวลาให้ชัดเจน หากไม่มีหลักประกัน พวกเราจะไม่กลับบ้านและยืนยันจะปักหลักอยู่หน้ากระทรวงต่อไป หรือหากมีหลักประกันแล้ว พวกท่านผิดสัญญา พวกเราก็จะกลับมาปักหลักที่หน้ากระทรวงได้เสมอ

นายกุศลได้รับปากว่า จะนำเรื่องดังกล่าวไปแจ้งต่อรัฐมนตรี และปลัด ทส. คาดว่าอีก 1-2 วัน จะนำร่างสัญญาเพื่อหาข้อตกลงด้วยกันอีกครั้ง