น้องธันวา ช้างน้อยหลงฝูง มีแรงเพิ่ม แต่ยังต้องดูแลใกล้ชิด สัตวแพทย์ห่วงไตวายเฉียบพลัน
เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม นายอนันต์ ศรีผุดผ่อง หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงฉวาก และศูนย์พัฒนาจัดการสัตว์ป่าบึงฉวาก พร้อมด้วย สพ.ญ.ณฐนน ปานเพ็ชร นายสัตวแพทย์ปฏิบัติการ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงฉวากฯ และ สพ.ญ.มาริษา ชุ่มวิจิตร นายสัตวแพทย์ กลุ่มงานจัดการสุขภาพสัตว์ป่า
ได้รายงานอาการ “น้องธันวา” เพศเมีย ลูกช้างน้อยวัย 2 เดือน ที่ถูกโขลงทิ้ง และมีอาการป่วย ซึ่งเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กับทีมสัตวแพทย์ ได้นำลูกช้างเชือกนี้ ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ออกจากป่าอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ จ.กาญจนบุรี และนำมารักษาตัว
ล่าสุด เจ้าหน้าที่ได้ทำการให้สารน้ำเข้าทางหลอดเลือดดำและใต้ผิวหนัง ให้กินนมผงชนิด Enfalac ผสมยาขับลมชนิดไกรวอเตอร์ ทุก 2 ชม. เน้นกินน้อยแต่บ่อยครั้ง (กินปริมาณน้อยครั้งละ 250 มิลลิลิตร เนื่องจากกังวลสภาวะท้องอืดที่อาจจะเกิดตามมาได้ ถ้าให้ปริมาณมากเกินไปในแต่ละครั้ง) พร้อมทั้งให้วิตามินบำรุงแบบฉีดใต้ผิวหนัง และให้เกลือแร่ ชนิด ORS แบบกิน
นอกจากนี้ยังพาน้องธันวาเดินออกกำลังกายบนสนามหญ้าแบบไม่หักโหม (เช้า-เย็น) เพื่อหวังผลกระตุ้นการเคลื่อนไหวของระบบทางเดินอาหาร เพื่อป้องกันอาการท้องอืด เนื่องจากยังคงมีอาการถ่ายเหลว และมีเนื้ออุจจาระเล็กน้อย (รอปรับสภาพระบบทางเดินอาหาร)
ขณะนี้ น้องธันวา ยังไม่สามารถลุกขึ้นนั่งหรือยืนเองได้ ต้องได้รับการพยุงตัว แต่พบว่าบางช่วงมีเรี่ยวแรงในการดันตัวเองขึ้นจากการนอนและเรี่ยวแรงการเดินที่ดีขึ้นจากเดิม
เจ้าหน้าที่ได้ทำการเลเซอร์รักษาแผลบริเวณทั่วทั้งลำตัว และลดอักเสบแผลบริเวณสะดือ ที่ยังคงอักเสบ และบวมมาก ทั้งนี้พบว่าจากการทำการ X-rays บริเวณสะดือที่อักเสบเป็นก้อน “ไม่พบลำไส้ในบริเวณก้อนที่บวมอักเสบ”
ทีมสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่จึงต้องทำการดูแลอย่างใกล้ชิด เนื่องจากพิจารณาอาการแล้วยังมีความกังวลในส่วนของค่าการสลายของกล้ามเนื้อ สภาวะที่อาจเกิดไตวายเฉียบพลัน และสภาวะการขับถ่ายเหลว (จากการปรับสภาพนมกับระบบทางเดินอาหาร)

