เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก./กรรมการ ศปชก.ตร., พล.ต.ต.ไพบูลย์ น้อยหุ่น รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.อธิป พงษ์ศิวาภัย ผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ผบก.ปอท.) ว่าที่ พ.ต.อ.ชวินโรจน์ ภีมรัชตธำรงค์ ผกก.2 บก.ปอท. พร้อมตำรวจ กก.2 บก.ปอท.ร่วมกันจับกุม น.ส.สุชาวดี (สงวนนามสกุล) อายุ 52 ปี นางนิภาวดี (สงวนนามสกุล) อายุ 40 ปี นางธัญญรัตน์ (สงวนนามสกุล) อายุ 44 ปี นางกัญญาวีร์ (สงวนนามสกุล) อายุ 60 ปี น.ส.สุกัญญา (สงวนนามสกุล) อายุ 23 ปี น.ส.นฤมล (สงวนนามสกุล) อายุ 29 ปี น.ส.รุ่งนภารัตน์ (สงวนนามสกุล) อายุ 23 ปี นายประดิษฐ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 33 ปี น.ส.ณชุรดา (สงวนนามสกุล) อายุ 27 ปี น.ส.สิริกาญจน์ (สงวนนามสกุล) อายุ 32 ปี และ นางทันยมัย (สงวนนามสกุล) อายุ 61 ปี ความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น และร่วมกันโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมด หรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น”

พล.ต.ท.จิรภพกล่าวว่า ก่อนจับกุมจากการสืบสวนในช่วงปี พ.ศ.2559-2563 น.ส.เอ (นามสมมุติ) ผู้เสียหาย สัญชาติอเมริกัน ประกอบธุรกิจอยู่ที่ประเทศสิงคโปร์ ตกเป็นเหยื่อขบวนการหลอกให้รัก (โรแมนซ์สแกม) ที่มีการสร้างบัญชีผู้ใช้ปลอมในสื่อสังคมออนไลน์ มีการใช้ภาพโปรไฟล์เป็นชายหนุ่มชาวต่างชาติ หน้าตาดี ประกอบอาชีพการงานมั่นคง และมีความต้องการที่จะย้ายมาใช้ชีวิตคู่กับผู้เสียหาย เมื่อผู้เสียหายตกหลุมรักหรือไว้วางใจ จะหลอกใช้กลอุบายว่าจะส่งทรัพย์สินมีค่ามาให้ แต่ต้องมีการเสียค่าดำเนินการต่างๆ จน น.ส.เอ หลงเชื่อและโอนเงินไปกว่า 42 ล้านบาท ก่อนที่จะถูกตัดขาดการติดต่อ หลังจากเกิดเหตุผู้เสียหายประสานขอความช่วยเหลือไปยังสำนักงานสืบสวนความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (Homeland Security Investigation : HSI) ขอให้สืบสวนจับกุมผู้กระทำความผิดที่อยู่เบื้องหลังขบวนการ
ต่อมาผู้แทนกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ ประจำประเทศไทย ประสานขอความร่วมมือในการสืบสวนและดำเนินคดีมายัง บช.ก. เนื่องจากพบว่าเส้นทางการเงินส่วนใหญ่จะถูกโอนเข้ามาที่ประเทศไทยก่อนที่จะถูกโอนออกไปต่างประเทศ จึงมอบหมายให้ บก.ปอท. เป็นหน่วยงานรับผิดชอบในคดีนี้ และประสานให้ผู้เสียหายเดินทางเข้ามาแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ปอท. จากการสืบสวนเส้นทางการเงิน พบว่าเงินทั้งหมดถูกโอนมายังบัญชีธนาคารในประเทศไทย ก่อนที่จะถูกโอนออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน โดยพบว่ามีบัญชีธนาคารในประเทศไทยที่เกี่ยวข้องทั้งหมด 22 บัญชี พบความเชื่อมโยงไปยังผู้ต้องหา 21 ราย และพบว่าเป็นการเปิดบัญชีธนาคารในลักษณะเป็นบัญชีม้า เพื่อเป็นทางผ่านของเงินที่ได้มาจากการหลอกลวงผู้เสียหาย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงดำเนินการติดตามตัวผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ต่อมาตำรวจจับกุมและดำเนินคดีผู้ต้องหาทั้งหมด 11 รายและยังคงเหลือผู้ต้องหาที่อยู่ระหว่างการติดตามตัวมาดำเนินคดีอีก 10 ราย ซึ่งจะสืบสวนติดตามจับกุมและขยายผลไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดต่อไป สอบถามคำให้การเบื้องต้น ผู้ต้องหาบางรายให้การรับสารภาพว่ามีส่วนรู้เห็นกับขบวนการ Romance Scam โดยเคยเดินทางข้ามไปยังประเทศเพื่อนบ้าน และคบหากับมิจฉาชีพชาวไนจีเรียซึ่งอยู่เบื้องหลังการหลอกลวง

