จับกุมขบวนการส่งหนุ่มไทยค้ากามดูไบ ขายฝันทำงานสปา เงินเดือน 8 หมื่น ที่แท้แฝงค้าประเวณี

8.12.22 | 15:19 น.

ตร.ปราบปรามค้ามนุษย์ จับกุมขบวนการส่งหนุ่มไทยค้ากามดูไบ ขายฝันทำงานสปา เงินเดือน 8 หมื่น กลับกลายค้าประเวณีแอบแฝง 7 เดือนมีเงินหมุนกว่า 4 ล้านบาท

วันที่ 8 ธันวาคม พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก.พล.ต.ต.ศารุติ แขวงโสภา ผบก.ปคม. พ.ต.อ.กึกก้อง ดิศวัฒน์ ผกก.5 บก.ปคม.พ.ต.ท.เกริก เสนาะสำเนียง สว.กก.5 บก.ปคม.ร่วมนายสิบหมื่นชัย โพธิสินธุ์ ผู้ตรวจราชการ กรมการจัดหางาน แถลงจับกุม น.ส.นันทพร กุลลังกา อายุ 45 ปี นายภานุวัฒน์ ทรัพย์สมบูรณ์ อายุ 37 ปี ผู้ต้องหาหมายจับศาลอาญา ที่ 2568-69/2565 ลงวันที่ 22 พฤศจิกายน 2565 และน.ส.จรรยา หรือปุ้ย ภูว่อง อายุ 32 ปี ผู้ต้องหาหมายจับศาลอาญา ที่ 2747/2565 ลงวันที่ 6 ธันวาคม 2565 ข้อหา “สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ เพื่อให้บุคคลนั้นกระทำการค้าประเวณี แม้บุคคลนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตามฯ โดยจับกุมนางนันทพร ได้ภายใน ซ.นวมินทร์ 70 แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กรุงเทพ ส่วนนายภาณุวัฒน์ จับกุมได้ภายในซ.คลองบางวัด ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต และ น.ส.จรรยาจับกุมได้ในพื้นที่หมู่ 1 ต.บางปู อ.เมืองสมุทรปราการ

พล.ต.ท.จิรภพกล่าวว่า เมื่อต้นเดือนพฤศจิกายน 2564 นายภานุวัฒน์ได้ชักชวนนายบี (นามสมมุติ) ผู้เสียหายไปทำงานที่เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อ้างว่าเป็นร้านนวดสปาแผนไทย มีที่พักและอาหารให้ เงินเดือน 8 หมื่นบาท ไม่คิดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ผู้เสียหายสนใจจึงให้ไปติดต่อ น.ส.จรรยา แม่แทรค หรือนายหน้า จัดการส่งผู้เสียหายเดินทางไปทำงาน ก่อนจะเดินทางยังไปให้ น.ส.นันทพรช่วยเทรนงานให้อีกด้วย

ส่วน พล.ต.ต.ศารุติกล่าวอีกว่า ต่อมาวันที่ 18 พ.ย. 2564 เมื่อผู้เสียหายก็เดินทางไปถึง ก็มีหญิงไทยไม่ทราบชื่อสกุล และชายสัญชาติอินเดีย มารอรับที่สนามบิน พร้อมยึดหนังสือเดินทางไว้ทันที จากนั้นก็พาไปเริ่มงานที่ร้านนวดแห่งหนึ่งที่เมืองดูไบ ผู้เสียหายจึงพบว่ามีการค้าประเวณีแอบแฝง มีนายอาหลิว สัญชาติจีน เป็นผู้จัดการร้านคอยบังคับให้ขายบริการทางเพศ ค่าตัวครั้งละประมาณ 900 บาท ทุกครั้งจะถูกหักค่าตัว 450 บาท เพื่อใช้หนี้ค่าใช้จ่ายเดินทางกว่า 7 หมื่นบาท ผู้เสียหายจำต้องขายบริการทางเพศเรื่อยมา เพราะไม่มีเงินใช้หนี้ ก่อนถูกส่งตัวไปทำงานที่ร้านเเห่งใหม่ ผู้เสียหายจึงมีเพื่อนๆ ในร้านคอยให้คำปรึกษา และติดต่อขอความช่วยเหลือจนกลับประเทศไทยได้ในที่สุด

พล.ต.ต.ศารุติกล่าวอีกว่า ต่อมาผู้เสียหายเข้าแจ้งความที่ บก.ปคม. พนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐาน ขออนุมัติหมายจับกลุ่มขบวนการดังกล่าวได้ 7 ราย คือนายภานุวัฒน์ ที่ติดต่อชักชวน น.ส.นันทพร ทำหน้าที่เทรนงาน และน.ส.จรรยา ที่โพสต์โฆษณาหางาน และดูแลการเดินทาง

Advertisement

นอกจากนี้ ยังออกหมายจังนายนิกกี้ สัญชาติปากีสถาน ทำหน้าที่ บังคับข่มขู่ผู้เสียหาย นายอาหลิว ทำหน้าที่เก็บเงินค่าบริการ, หญิงชาวจีน ทำหน้าที่รับ-ส่ง ผู้เสียหาย และนายอีซี่ สัญชาติไนจีเรีย ทำหน้าที่บังคับข่มขู่ให้ผู้เสียหายทำงานอีกด้วย

สอบสวน น.ส.นันทพรให้การว่า ตนแค่ทำหน้าที่สอนนวด และเทรนงานต่างๆ ได้ค่าเทรน 3 พันบาท จากน.ส.จรรยา ส่วนนายภานุวน์ให้การว่า ทำหน้าที่เชิญชวนหาคนไปทำงานที่เมืองดูไบ ได้ค่าหัว 1 หมื่นบาท ส่วนน.ส.จรรยา ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม-พฤศจิกายน 2565 ผู้ต้องหารายนี้มีเงินหมุนเวียนในบัญชีมากกว่า 4 ล้านบาท โดยพบข้อมูลการเดินทางของเหยื่อที่ถูกหลอกไปทำงานอีกเป็นจำนวนมากด้วย จึงนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปคม.ดำเนินคดีต่อไป

ด้านนายสิบหมื่นชัยกล่าวด้วยว่า สำหรับโพสต์โฆษณาชักชวนไปทำงานต่างประเทศผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ส่วนใหญ่มักจะพยายามชักจูงด้วยการแอบอ้างว่าไม่เสียค่าใช้จ่าย รายได้ดี จนมีผู้หลงเชื่อเป็นจำนวนมาก ซึ่งในทางกลับกันอาจเป็นกลลวงของมิจฉาชีพที่ใช้หลอกเหยื่อให้ไปค้าประเวณี จนทำให้ประชาชนหลายคนตกเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์ จึงขอให้ตรวจสอบให้ชัดเจนก่อนจะเดินทางกันด้วย