อดีตสสร.ร้องกองปราบ กล่าวหารอง ปธ.สภาผู้แทนคนที่ 2 รุกที่ดินรัฐนับหมื่นไร่

9.12.22 | 15:49 น.

อดีต สสร.ร้องกองปราบฯ กล่าวหา ‘สหายแสง’ รอง ปธ.สภาผู้แทนคนที่ 2 บุกรุกครอบครองที่ดินรัฐนับหมื่นไร่


เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม ที่ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ถนนพหลโยธิน จตุจักร กทม.นายเศวต ทินกูล อายุ 63 ปี อดีต สสร.ปี 2550 ปัจจุบันเป็นเกษตรกร เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม ร้องทุกข์กล่าวโทษนายศุภชัย โพธิ์สุ หรือสหายแสง ส.ส.นครพนม เขต 1 และปัจจุบันเป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎรไทยคนที่ 2 ข้อหาบุกรุกและครอบครองที่ดินของรัฐ ป่าดงพะทาย อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม เป็นความผิดตามกฎหมาย

เดิมทีป่าดงพะทายเป็นป่าเสื่อมโทรม เนื้อที่กว่า 2 หมื่นไร่ กรมที่ดินได้เข้ามาจัดสรร โดยคณะกรรมการแก้ไขความยากจน ประกอบด้วยคณะกรรมการหลายฝ่ายจัดสรรให้ประชาชนเข้าทำกินในรูปแปลงใหญ่มีโรงเรียน, วัด, สุขศาลา, ถนน แยกเป็นส่วนที่เป็นบ้านพักอาศัย ส่วนที่ทำประโยชน์ทำการเกษตร ต่อมานายศุภชัย ซึ่งตอนนั้นเป็นครูอยู่ ขับขี่รถมอเตอร์ไซด์ผ่านมาเห็นเกิดความสนใจก่อนจะพาเกษตรกรเข้าไปยึดครองปลูกอ้อยในที่ดินที่มีการจับจองกันอยู่ก่อน

เมื่อปี 2552 ตนเห็นว่าเป็นการครองครองที่ดินของรัฐโดยมิชอบ จึงได้ไปร้องเรียนต่อคณะกรรมาธิการ ป.ป.ช.ของสภาผู้แทนราษฎร เรื่องที่ร้องโดนแช่แข็งมาจนถึงรัฐบาลชุดปัจจุบันยังไม่มีความคืบหน้า จึงเข้าร้องต่อ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ประธานคณะกรรมาธิการ ป.ป.ช.ปัจจุบัน ได้ตั้งอนุกรรมาธิการ ตั้งชุดทำงานมาตรวจสอบใหม่ พิจารณาแล้วชี้มูลว่ามีความผิด ฐานปกปิดบัญชีทรัพย์สินแจ้งบัญชีทรัพย์สินอันเป็นเท็จต่อ ป.ป.ช.ก่อนจะส่งให้ประธานสภา นายชวน หลีกภัย เพื่อส่งให้ ป.ป.ช.ต่อไป ขณะนี้เรื่องอยู่ระหว่างการพิจารณาของ ป.ป.ช.กรณีแจ้งบัญชีทรัพย์สินอันเป็นเท็จ และยังเห็นว่ามัพฤติกรรมที่ขัดต่อจริยธรรมของสภาผู้แทนราษฎร ก่อนจะนำเรื่องราวเสนอต่อนายชวน ให้สอบสวนในเรื่องจริยธรรมใรสภาผู้แทนราษฏร จังหวัดนครพนม ได้มีคำสั่งเพิกถอนที่ดินตามใบจองป่าดงพะทาย 39 แปลง ที่ระบุชัดเจนว่า ถือครองโดยนายศุภชัย โพธิสุ จำนวน 39 แปลง ทั้งนี้ จะต้องเอาที่ดินผืนนี้คืนรัฐ

Advertisement

นอกจากนี้ ยังพบคลิปข่าวของนครพนมทันข่าวได้เผยแพร่การให้สัมภาษณ์ของนายศุภชัยว่า ไม่ผิด ยืนยันว่าที่ดินตรงนี้เขายังถือครองอยู่ ซึ่งเป็นเจตนาทุจริตถือครองที่ดินอยู่ นอกจากนี้ ยังนำเอาเอกสารที่ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนมดำเนินการจำหน่ายใบจองที่นายศุภชัยถือครองอยู่ แสดงให้เห็นว่านายศุภชัยบุกรุกที่ดินของรัฐ

นอกจากนี้ กรณีที่เป็นข่าวว่านายศุภชัย ครองครองที่ดินของรัฐจำนวน 200 ไร่จาก 39 แปลง แต่ที่ตนไปตรวจสอบข้อมูลของกรมที่ดินมาพบว่าคนในครองครัวโพธิ์สุ ของนายศุภชัย ครองครองที่ดินรัฐจริงๆ 938 แปลง เนื้อที่รวม 1 หมื่นกว่าไร่ ไม่ใช่ 200 ไร่ตามที่ข่าวรายงานออกมาก่อนหน้านี้

“ฝากไปถามอาจารย์ใหญ่ บุรีรัมย์ และหัวหน้าหนู ว่าสามารถจะรับเขาไปหรือไม่ เอาที่ดินจากชาวบ้านไปเป็นหมื่นๆ ขณะพี่น้องเกษตรกรจะอดตายไม่มีที่ดินทำกิน ปัจจุบันกรมที่ดินได้จำหน่ายใจจองที่ดินบางส่วนไปแล้วจำนวน 140 กว่าแปลง มีของนายศุภชัย 39 แปลง และจะดำเนินการเพิกถอนไปเรื่อยๆ พบว่ามีการใช้อิทธิพลเข้ามาครอบงำจนทำให้เจ้าพนักงานที่ดินคนทำเรื่องจำหน่ายที่ดินโดนย้าย ผวจ.คนเซ็นคำสั่งอยู่ไปมาถึงปีก็โดนย้าย ตนก็โดนฟ้องแต่ศาลยกฟ้อง เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดนครพนมย้ายมาแค่ 5 เดือนก็โดนย้าย ใครที่เกี่ยวข้องที่ดินแปลงนี้มีอันเป็นไปอยู่ไม่ได้เจอภัยมืดทุกราย ยังเหลือที่ดินอีก 880 แปลงที่อยู่ระหว่างจำหน่ายมาวันนี้นำหลักฐานการครอบครอบ 39 แปลง มาให้ตำรวจ ต้องการให้ดำเนินคดีกับนายศุภชัยก่อน ซึ่งความจริงนายศุภชัยครอบครองที่ดินนับหมื่นไร่” นายเศวตกล่าว และว่า เบื้องต้นพนักงานสอบสวน บก.ป.ตรวจสอบพบว่าอยู่ในอำนาจความรับผิดชอบของ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปอท.) ที่ตั้งอยู่บางเขน จึงแนะนำผู้ร้องไปพบพนักงานสอบสวน บก.ปทส.ร้องทุกข์กล่าวโทษดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป