หน้าแรก ในประเทศ หน่วยงานลงหาเ...

หน่วยงานลงหาเหตุรถทัวร์ตกเหว แขวงทางฯอุตรดิตถ์-ผู้บาดเจ็บยันเกิดจากขับเร็ว

24.11.16 | 14:13 น.
วันที่ 24 พฤศจิกายน 2559 ความคืบหน้ากรณีรถทัวร์สีชมพูของ บขส.ตกเหวลึกเขาพลึงบริเวณบ้านเขาพลึง หมู่ 9 ต.บ้านด่านนาขาม อ.เมืองอุตรดิตถ์ ทางหลวงหมายเลข 11 อุตรดิตถ์-เด่นชัย เป็นเหตุให้คณะพนักงานเกษียณอายุของบริษัท กสท.โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) และพนักงานขับรถทัวร์คันเกิดเหตุทั้งหมด 38 ราย เสียชีวิต 18 ราย และได้รับบาดเจ็บ 20 ราย หลังจากเดินทางไปเที่ยวที่ จ.น่าน และ จ.แพร่ เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายนนั้น ล่าสุดที่หน่วยบริการประชาชนม่อนดินแดง บ้านม่อนดินแดง พ.ต.อ.ดิษยเดช พัชรภูวดล ผกก.สภ.เมืองอุตรดิตถ์ พ.ต.ท.พรวน คร้ามสมอ รอง ผกก.สภ.เมืองอุตรดิตถ์ ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนรถทัวร์ตกเขา นพ.ทรรศนะ ธรรมรส ผู้เชี่ยวชาญสอบสวนด้านอุบัติเหตุทางถนน กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เจ้าหน้าที่ขนส่ง จ.อุตรดิตถ์ และเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยอุบัติเหตุแห่งประเทศไทยกว่า 30 คน ร่วมกันตรวจสอบเก็บรายละเอียดรถทัวร์คันเกิดเหตุซ้ำอีกครั้ง เพื่อนำไปวิเคราะห์สรุปถึงสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุที่ทำให้รถทัวร์ตกเขา
พ.ต.อ.ดิษยเดชกล่าวว่า จากการตรวจสอบรถทัวร์เบื้องต้นพบว่า ระบบเบรกยางที่รถทัวร์ใส่ก็ปกติใช้งานได้ดี แต่ที่ยังไม่ทราบคือระบบเกียร์รถที่พนักงานขับรถใส่ขณะขับรถลงเขานั้นอยู่ที่เกียร์ใด จะสอดคล้องกับความเร็วที่รถทัวร์ลงเขาหรือไม่ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ที่มาเก็บข้อมูลวันนี้จะนำกล่องติดตั้งระบบนำสัญญาณที่ติดรถทัวร์ ซึ่งทราบว่ากล่องดังกล่าวแตกเกิดจากการกระแทกขณะรถทัวร์เกิดเหตุ หากกล่องไม่สามารถอ่านได้ก็จะนำรหัสที่อยู่ข้างกล่องไปเทียบกับศูนย์ข้อมูลก็จะสามารถทราบข้อมูลทั้งหมดของการเคลื่อนที่ของรถทัวร์คันนี้ แต่ผลสรุปที่ชัดเจนถึงสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุรถทัวร์ตกเขาต้องรอหน่วยงานที่มาเก็บข้อมูลนำไปประมวลผลอีกครั้ง
“ขณะนี้พนักงานสอบสวน ได้สอบสวนผู้บาดเจ็บและญาติเกือบครบแล้ว ผู้บาดเจ็บส่วนใหญ่ให้ข้อมูลว่า รถทัวร์ที่ลงเขาพลึงนั้นมีความผิดปกติเพราะลงมาด้วยความเร็ว แซงรถบรรทุกแล้วเฉี่ยวชนแบริเออร์กลางถนน ก่อนที่จะพุ่งชนแบริเออร์ข้างจนรถตกเหวลึก แต่นายอุดม สุมมาตร พนักงานขับรถทัวร์ยังไม่สามารถให้ปากคำได้ เพราะยังใช้เครื่องช่วยหายใจ และอยู่ห้องไอซียู โรงพยาบาลศูนย์อุตรดิตถ์ ส่วนทรัพย์สินของผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตที่อยู่ภายในรถทัวร์หลังกู้ซากรถทัวร์ขึ้นมาจากก้นเหวได้เก็บรักษาไว้ที่ สภ.เมืองอุตรดิตถ์ จะมอบให้กับ กสท.โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) และบริษัทประกันภัยเก็บรักษาไว้เพื่อให้ญาติมาติดต่อรับไป ส่วนผู้เสียชีวิตทั้ง 18 ศพญาติมารับไปบำเพ็ญประโยชน์หมดแล้ว มีย้ายออกไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลอื่น 6 ราย อีก 10 รายยังรักษาตัวอยู่ที่ จ.อุตรดิตถ์”  พ.ต.อ.ดิษยเดชกล่าวว่า
ด้านนายไชยสิริ คงพิมพ์ รอง ผอ.แขวงทางหลวงอุตรดิตถ์ ที่ 1 กล่าวว่า เขาพลึงมีความยาวจากจุดชมวิวถึงด้านล่าง 4.8 กิโลเมตร มีความลาดชั้น 7 เปอร์เซ็นต์ มีโค้งทั้งหมด 9 โค้ง แต่โค้งที่เสี่ยงและอันตรายคือโค้งขาลงซึ่งเป็นโค้งที่ 4 ขาลงและเป็นจุดที่รถทัวร์ตกเหว ป้ายกำหนดความเร็วที่ 40 สถิติย้อนหลังปี 2558 เกิดอุบัติเหตุทั้งหมด 32 ครั้ง บาดเจ็บ 11 ราย และปี 2559 เกิดอุบัติเหตุ 15 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 25 ราย เสียชีวิต 18 ราย ก่อนหน้านี้ทางโค้งลงเขาก็มีการแก้ไขแล้ว ด้วยการฉาบด้วยยางพารากันลื่นเพื่อเพิ่มความฝืดของผิวถนน ติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่างยามค่ำคืน และเพิ่มป้ายกำหนดความเร็วที่ใช้ขณะรถยนต์ลงจากเขา
201611241239514-20021028190440
นายไชยสิริกล่าวยอมรับว่า แขวงทางหลวงอุตรดิตถ์ ที่ 1 ยังไม่มีวิศวกร หรือผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบแก้ไขจุดเสี่ยงอันตรายบนทางหลวง โดยเฉพาะบริเวณเขาพลึงที่เกิดอุบัติเหตุรถทัวร์ตกเขาต้องทำหนังสือสนับสนุนไปยังสำนักงานทางหลวงที่ 5 พิษณุโลก เข้ามาออกแบบและแก้ไขจุดเสี่ยงอันตรายให้ อย่างไรก็ตาม ถนนจะโค้งหรือไม่ จะเสี่ยงหรือจะอันตรายหรือไม่ หากคนขับรถประมาทก็เกิดอันตรายได้ เพราะทางตรงคนขับรถประมาทก็ยังเกิดอุบัติเหตุได้ สำหรับแนวทางการแก้ไขโค้งที่เสี่ยงและอันตรายบนเขาพลึงก่อนเทศกาลปีใหม่ 2560 คือ การเพิ่มความสูงของแบริเออร์ขาลงตลอดแนว หรือต้องตัดเขาเพื่อขยายเลนขาขึ้นเพื่อทำให้เลนขาลงกว้างขึ้นตาม และจะทำให้เกิดทางโค้งน้อยลง แต่การนำกำแพงสูงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เพราะกำแพงไม่ช่วยทำให้ลดอุบัติเหตุได้ แต่กลับจะบดบังการมองเห็นของผู้ขับขี่มากกว่า เพราะกำแพงเป็นการห้องกันเสียงเท่านั้น
“ช่วงเกิดอุบัติเหตุรถทัวร์ตกเขาดังกล่าว เจ้าหน้าที่แขวงทางอุตรดิตถ์ ที่ 1 กำลังปฏิบัติหน้าที่ซ่อมแซมถนนขาขึ้นอยู่บนเขาพลึงพอดีและอยู่ไม่ห่างจากจุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่เห็นเหตุการณ์ว่า รถทัวร์วิ่งลงเขาด้วยความเร็วสูงและลักษณะส่ายไปมา ก่อนที่จะตกเขาได้ชนกระแทกแบริเออร์กลางถนนก่อน 3 ครั้งคนขับควบคุมรถไม่ได้จึงทำให้รถตกเขา ขณะรถตกเขาเจ้าหน้าที่ก็เห็นเหตุการณ์ด้วย ซึ่งสอดคล้องกับผู้บาดเจ็บชายคนหนึ่งที่รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลมณฑลทหารบก (มทบ.) ที่ 35 อุตรดิตถ์ และไปเยี่ยมมาแล้วก็เล่าให้ฟังว่า กำลังจะเดินไปบอกคนขับรถว่า รถกำลังลงเขาทำไมขับรถเร็ว แต่ไม่ทันบอกเพราะลงเขาเสียก่อน” นายไชยสิริกล่าว